ชี้ตลาดสูงวัยบูมมูลค่าพุ่งแสนล้าน


เพิ่มเพื่อน    

 

11 มิ.ย.2562 นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ และในอีก 20 ปีข้างหน้าสังคมผู้สูงอายุจะโตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากปัจจัยของคู่รักที่ไม่นิยมมีบุตร และอัตราการเกิดลดน้อยลง ขณะเดียวกันพบว่าการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้ผู้สูงวัยมีอายุยืน และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับจำนวนประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยปี 2561 อยู่ที่10,666,803 ล้าน คิดเป็น 15% จากจำนวนประชากรทั้งหมดของไทย และคาดว่าในปี 2564 จะเพิ่มเป็น 20% ของจำนวนประชากร ส่งผลให้สถานการณ์ตลาดผู้สูงอายุ มีแนวโน้มการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับความต้องการผู้สูงอายุ อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ธุรกิจการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมและโฮมแคร์ ธุรกิจความงาม ธุรกิจการวางแผนทางการเงิน เป็นต้น

ขณะที่ความต้องการด้านการดูแลรักษาสุขภาพของประชากรโลกก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน ประกอบกับประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางของคนสูงวัยจากทั่วโลกต้องการเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือใช้ชีวิตยามบั้นปลาย เนื่องจากไทยตั้งอยู่บนพื้นที่เขตอบอุ่น ไม่หนาว บวกกับความได้เปรียบในเรื่องของอาหาร เมดิคัลแคร์ เซอร์วิส และการบริการที่ดีเยี่ยมพร้อมกับราคาที่ไม่แพงมาก จึงเป็นโอกาสให้กับประเทศไทย ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) เติบโตเป็นเมดิคัลฮับ หรือศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตลาดกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการสุขภาพในประเทศไทย มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 107,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาพบว่าตลาดคนไข้ต่างชาติของโรงพยาบาลเอกชนไทยมีผู้ใช้บริการกว่า 3.42 ล้านครั้งในปี 2561 โดยแบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมกับรักษาพยาบาล หรือเมดิคัลทัวริซึ่ม 2.5 ล้านครั้ง และกลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย 9.2 แสนครั้ง ตลาดสำคัญยังเป็นลูกค้าชาวเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เมียนมา กัมพูชา และจีน ซึ่งจะเข้ามาชดเชยรายได้กลุ่มคนไข้จากตะวันออกกลางที่มีจำนวนลดลงต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากพิจารณาสัดส่วนคนไข้ชาวต่างชาติที่มาใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนไทยพบว่ากลุ่มตะวันออกกลางยังครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 12.5% รองลงมาคือเมียนมา 8.7% สหรัฐอเมริกา 6.2% สหราชอาณาจักร 5% ญี่ปุ่น 4.9% และกัมพูชา 2.2% สะท้อนกำลังซื้อของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพและเป็นโอกาสในการรุกตลาดสุขภาพของผู้ประกอบการไทยได้เช่นกัน
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.