รัฐบาลพ้นน้ำ!!!


   

              นับตั้งแต่บ่ายๆ วันอังคาร (11 มิ.ย.) เป็นต้นมา...ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านคงมีสภาพเป็นนายกรัฐมนตรีตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างชนิดครบถ้วน สมบูรณ์ ไม่ใช่นายกฯ เผด็จการ หรือนายกฯ คสช.อีกต่อไป ส่วนจะก่อให้เกิดอาการ เก๋ไปอีกแบบ หรือไม่ อย่างไร อันนั้น...ก็คงต้องติดตามกันไปเป็นช่วง เป็นระยะ...

                                     --------------------------------------------------

                ส่วนตัว รัฐบาล หรือตัวผู้ที่เข้ามาร่วมงาน ขับเคลื่อนกลไกต่างๆ กับนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ นั้น...ค่อยๆ ไปโผล่หน้า-โผล่ตา เอาซักช่วงปลายๆ เดือนมิถุนาฯ ก็ไม่น่าจะถึงกับสายเกินไป เพราะอย่างที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้นั่นแหละว่า รอให้งานประชุมผู้นำอาเซียน ช่วงวันที่ 22-23 มิถุนาฯ ผ่านไปให้สิ้นเรื่อง สิ้นราว ไปซะก่อน ให้รัฐมนตรีต่างประเทศคนเก่าทำหน้าที่ต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง ไปตามกระบวนการ ไม่ต้องเสียเวลาสลับสับเปลี่ยน ชักเข้า-ชักออก มันน่าจะสมูธ แอส ซิลค์ มากกว่า ก็ถือเป็นข้อสังเกตที่มีน้ำหนักและเหตุผลมิใช่น้อย...

                                    -------------------------------------------------

                ดังนั้น...ช่วงเวลาของการไล่งับ ไล่แย่งชามข้าว อย่างน้อยก็น่าจะเหลือๆ อีกร่วมครึ่งเดือน ใครจะกัด ใครจะฟัด จะแสยะเขี้ยว แง่งไป-แง่งมา ในรูปไหน อย่างไร ก็แล้วแต่พ่อเจ้าประคุณรุนช่องจะไปว่ากันเอาเองก็แล้วกัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...โดยสถานะที่ท่าน นายกฯ บิ๊กตู่ ท่านขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแบบเรียบโร้ยย์ย์ย์ เบ็ดเสร็จ สมบูรณ์แล้ว โอกาสที่ใครจะไปแยกเขี้ยว ต่อรอง แง่งไป-แง่งมานั้น น่าที่จะต้องลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ เผลอๆ อาจถูกถีบกลับ หรือถูกยกโพเดี้ยมทุ่มหัวเอาง่ายๆ เพราะในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หรือในฐานะนายกรัฐมนตรี ย่อมต้องมีบทบาท มีอำนาจรับผิดชอบ ต่อรัฐบาลทั้งรัฐบาล อันเป็นสิ่งที่พรรคใด มุ้งใด ย่อมมิอาจปฏิเสธได้อยู่แล้วแน่ๆ...

                                   ------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้...ข่าวคราวเรื่องการแลกกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ แบ่งกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ จึงถือเป็นข่าวประเภทฟังหู-ไว้หู ไม่ได้น่าตื่นเต้ลล์ล์ล์ เร้าใจ อะไรแต่อย่างใด แม้จะมีรายการขู่คำราม เห่าฮ้งๆ แบบเสียงดังฟังชัด แต่สุดท้าย...อาจต้องเอ๋งๆ อิ๋งๆ แบบที่ ตี๋เต้-มงคลกิตต์ ต้องเจอมาแล้ว ทำนองนั้น เพราะไม่เพียงแต่ด้วยตบะ บารมี ของผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 4 ปี 5 ปี จะทำให้ใครที่คิดหือ คิดขู่คำราม คงทำไม่ได้ง่ายๆ แต่โดยลักษณะลีลาของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ นั้น ท่านออกจะ เล่นเป็น มิใช่น้อย คือออกไปทาง บ๊อกเซอร์ ไม่ใช่ ไฟเตอร์ การเด้งเชือก ฉากหลบ สปริงตัวออกจากมุม ตัดเวที ออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ ได้โดยตลอด คงยากซ์ซ์ซ์ที่ใครจะไปไล่ต้อนให้ท่านต้องจนมุมได้เลย...

                               --------------------------------------------------------

                การที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไปแค่ประมาณ 7 เสียง 8 เสียง...จึงอาจไม่ใช่มาตรฐานที่จะนำไปคิดคำนวณว่าอายุรัฐบาล จะอยู่ไปได้ซักกี่วัน กี่เดือน หกเดือน หรือหนึ่งปี อย่างที่บรรดา มังกือการเมือง ทั้งหลาย กำลังนับนิ้วกันแบบใจจดใจจ่อ เพราะความเป็น บ๊อกเซอร์ ของ บิ๊กตู่ นั้น ย่อมเป็นสิ่งที่มิอาจประมาทได้โดยเด็ดขาด เผลอๆ...อยู่ไป-อยู่มา ระดับน้ำมันอาจลดลงไปถึงบั้นเอว ไปถึงแข้ง ถึงเข่า ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อ ธรรมชาติของน้ำ ย่อมต้องไหลจากที่สูงไปยังที่ต่ำ ไหลจากห้วยหนอง คลองบึง ไปยังมหาสมุทรใหญ่ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ยิ่งเมื่อห้วยแต่ละห้วย มันชักออกอาการ แห้งแล้ว-แห้งอีก หรือชักไหลกะปริดกะปรอย ประมาณผู้ที่เป็นโรคช้ำรั่ว ยิ่งเข้าทุกที อันนี้นี่แหละ...ที่อาจทำให้ระดับน้ำ ลดลงอยู่แถวๆ ประมาณหัวนม ภายใน 3 เดือน 6 เดือน เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                               --------------------------------------------------------

                เพราะแค่สำรวจ ตรวจสอบ ถึงแหล่งน้ำ ประเภท ห้วยเผาไทย หรือแม้แต่ ห้วยอนาคตไหม้...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า มันชักจะออกอาการแหงแก๋ ไปด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่จะไปคิดๆ กันเอาเอง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...มันชักออกอาการ แบ่บบ์บ์บ์แห้งง์ง์ง์ ยิ่งเข้าไปทุกที เผาไทย นั้น...นอกจากต้องเจอกับภาวะ หัวหาย ชนิดต้องไปคว้า โรแบส ปิแอร์-ธนาธร มาต่อหัว อาการสงบเงี่ยม เจียมตน ของ นายใหญ่ จะด้วยเหตุเพราะเกิดอาการต่อมลูกหมากโต หรือกรวยไตอักเสบ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ แต่ก็น่าจะส่งผลให้ห้วยเผาไทยนั้น ออกอาการ บัวแล้งน้ำ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้...

                                 -------------------------------------------------------

                ส่วนห้วยอนาคตไหม้นั้น...ยิ่งหนักหนา สาหัส เข้าไปใหญ่ เรียกว่าไม่ใช่เฉพาะ โรแบส ปิแอร์-ธนาธร หรือ อองตวน-ปิยบุตร เท่านั้น ที่อยู่ในภาวะต้องเอาคอพาดเครื่องกิโยตินกันเห็นๆ ล่าสุด...ยังลากเอาคุณน้อง ช่อ ต้องแปลงสภาพเป็น หมูบะช่อ ไปแล้วก็ว่าได้ ไม่ว่าจะพยายามออกแรงเบ่งอย่างไร มันก็ดันไหลแบบติดๆ ขัดๆ ไปซะแทบทั้งหมด ดังนั้น...โอกาสที่อะไรต่อมิอะไรมันจะระเหยหาย ชนิดต้องกลายเป็นทะเลทรายกันในอนาคต ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่มากก็น้อย โอกาสที่จะไหลท่วมปาก ท่วมจมูก บิ๊กตู่ ย่อมต้องมีอันลดน้อยถอยลงไปตามสภาพนั่นแล...

                                 ---------------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้...ใครที่คิดเตรียมตัวไปเลือกตั้งกันใหม่ อาจต้องหันไปทบทวนมาตรฐานการคิด การวิเคราะห์ อยู่พอสมควร ต้องกลับไปประเมินความเป็น บ๊อกเซอร์ ของ บิ๊กตู่ กันอีกรอบ โดยเฉพาะลีลาการเด้งเชือก ฉากหลบ สปริงตัวออกจากมุมมาเต้นฟุตเวิร์กย็อกๆ แย็กๆ กลางเวที ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ปาเข้าไปเกือบ 5 ปีแล้วเห็นจะได้ ไม่งั้น...อาจต้องแห้งแล้ว-แห้งอีก ไปตลอดชั่วนิจนิรันดรกาล เอาเลยก็ไม่แน่...

                              -----------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Chinese proverb (อีกครั้ง)...“The silk worm weaves its cocoon and stays inside, therefore it is imprisoned; the spider weaves its web and stay outside, therefore it is free.- ตัวไหมชักใยไหมอยู่ภายในรังไข่ จึงถูกจองจำ แมงมุมชักใยอยู่ภายนอก จึงเป็นอิสระ...”

                                --------------------------------------------------------- 


ท่าจะรอดยาก เรื่องตัวเองยังไม่รู้ แล้วจะให้คนอื่นเข้าใจได้อย่างไรกัน ครับ...วานนี้ (๑๘ ตุลาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน

ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"