ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไข ชีวิตคิดบวก“สนั่น อังอุบลกุล”


   

(สนั่น อังอุบลกุล)

        นอกจากบทบาทของการเป็นนักธุรกิจด้านผู้ผลิตทัปเปอร์แวร์รายใหญ่ของประเทศไทยแล้ว แต่ทว่าการออกกำลังกาย และการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ถือเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของ คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ที่ปัจจุบันเจ้าตัวบอกว่าแม้อายุ 72 ปีแล้ว แต่ก็ไม่ละเลยการดูแลสุขภาพ เพราะนั่นถือเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิตและการทำงานได้อย่างมีพลังทั้งในมาดนักธุรกิจ และประธาน มูลนิธิเอเอฟเอส ประเทศไทย (มูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ) ที่งานนี้คนรุ่นหนุ่มสาวสามารถนำไปแบบอย่างการใช้ชีวิตได้แบบไม่สงวนลิขสิทธิ์

      คุณสนั่น บอกว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ และต้องเป็นคนที่มีวินัยจึงจะทำได้ดี ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมอายุ 72 ปีแล้ว ก็จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแบ่งเวลาออกกำลังกาย ซึ่งผมทำเป็นกิจวัตรมานานหลายปี โดยทุกเช้านั้นจะต้องไปเดินออกกำลังวันละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 6 โมงจนถึง 7 โมงกว่า หรือบางครั้งก็จะเดินตีกอล์ฟคนเดียว จนมีเพื่อนทักว่าทำไมจึงเดินตีกอล์ฟคนเดียว ซึ่งนั่นถือเป็นการออกกำลังด้วยการเดินอย่างหนึ่งสำหรับผมครับ หลังจากเดินออกกำลังกายแล้วก็จะกินอาหารเช้าก่อน เริ่มด้วยผลไม้ก่อน ตามด้วยของที่เราชอบ เช่น หลังจากกินผลไม้แล้วก็จะตามด้วยขนมปัง 1 แผ่น ไข่ต้ม หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปเรื่อย เช่น โจ๊ก และเมนูจากปลา ไก่ หรือบางวันก็เป็นอาหาร เช้าสไตล์อเมริกันเบรกฟาสต์บ้าง

      แต่การเน้นอาหารและออกกำลังนั้นยังไม่พอ ซึ่งเรื่องที่สำคัญมากที่สุด คือต้องเป็นคนที่ไม่เครียด หมอบอกกับผมว่า ทำไมคุณสนั่นไม่เครียดเลย ยิ้มตลอดเวลา ซึ่งคำว่าไม่เครียดนั้นดีกว่ายาของหมออีก พูดง่ายๆ ว่าเราต้องคิดบวก และต้องคิดอยู่เสมอว่า ถ้ามีปัญหามันเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญทุกอย่างต้องมีทางออกอยู่แล้ว ดังนั้นเราไม่ควรกังวล เพราะยิ่งกังวลก็ยิ่งจะมีทุกข์ เมื่อเกิดความทุกข์ก็จะทำให้ไม่เกิดสติปัญญา ดังนั้นถ้าเรานิ่งแล้ว สิ่งที่ตามมามันคือสติมาปัญญา

      ส่วนเรื่องของการดูแลจิตใจนั้น จริงๆ แล้วผมมองทุกอย่างให้เป็นเรื่อง สัจธรรม หมายความว่าเราไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นด้วยเหตุและผล และสิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นประสบการณ์ที่เราต้องเรียนรู้ ดังนั้นคนที่มีปัญหาเขาก็ต้องบอกกับตัวเองว่าเราต้องหาทางอออก และสิ่งที่ขึ้นทุกเรื่องไม่ว่าจะดีหรือร้าย ล้วนเป็นบทเรียนที่ดี ครั้งต่อไปเมื่อเจอปัญหา เราก็จะรับมือกับมันได้ดียิ่งขึ้น

      เกริ่นไปตอนต้นว่าแม้อายุเข้าสู่หลัก 7 แต่การดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ นั่นจึงทำให้ คุณสนั่น ยังมีไฟในการทำงาน และทำให้เจ้าตัวลืมตัวเลขของอายุไปเลย ซึ่งทุกวันก็ยังคงทำงานอยู่เหมือนเดิม คือยังทำงานที่บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ และก็มีออกงานสังคม นอกจากนี้ยังเป็นประธาน มูลนิธิเอเอฟเอส ประเทศไทย ที่เกี่ยวกับการคัดเลือกนักเรียนแลกเปลี่ยนในบ้านเราไปศึกษาต่อในต่างประเทศ และนำเด็กนักเรียนระดับไฮสคูลในต่างประเทศ ที่อายุระหว่าง 16-17 ปี มาเรียนรู้วัฒนธรรมที่บ้านเราเป็นเวลา 1 ปี

      นอกจากการทำงานแล้ว การดูแลครอบครัวในฐานะคุณพ่อลูก 4 และเป็นสามีของศรีภรรยาอย่าง คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ที่คุณสนั่นบอกว่าเป็นภรรยาที่ดี และเป็นคู่คิดที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน และในบรรดา 4 ทั้งคนนั้น ปัจจุบันมีลูกชายคนหนึ่งที่เข้าช่วยงานที่บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ และมีลูกสาว 3 คน และคนหนึ่งจบแฟชั่นดีไซเนอร์ ก็มาช่วยออกแบบสินค้าให้ทัปเปอร์แวร์ และแบรนด์ The Potter ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของศรีไทยฯ และลูกสาวอีกคนทำงานอยู่บริษัท เอสซีจี และลูกสาวอีกคนหนึ่งก็เรียนเกี่ยวกับเป็นวิศวกร และปัจจุบันกำลังฝึกงานอยู่ที่ประเทศแคนาดา

      สำหรับลูกหลานนั้น ทั้งผมและคุณหญิงณัฐิกา มักจะไม่ค่อยมีเวลา ดังนั้นโอกาสสอนลูกแบบนั่งสอนก็ไม่มีไปโดยปริยาย ถึงขั้นวันเสาร์-วันอาทิตย์ ก็ยังไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย แต่สิ่งที่ได้คือทุกโอกาสที่มี เราจะเอาลูกติดไปด้วย และลูกก็จะช่วยเช็กตารางให้เราด้วยว่า อาทิตย์นี้เราจะทำอะไรกันบ้าง เขาก็จะดูเวลาที่เป็นประโยชน์ โดยลูกก็จะดูว่าเขาไปกับเราได้ไหม ถ้าอันไหนไปได้เขาก็จะไปกับเรา ซึ่งตรงนี้เป็นการเรียนรู้จากการที่ลูกนั่งดูเราพูดในขณะที่เราทำงาน เมื่อโตขึ้นเขาก็จะซึมซับสิ่งที่ได้เห็นได้ฟัง หรือเป็นการเรียนรู้จริงจากประสบการณ์ตรงที่ได้มีโอกาสไปงานต่างๆ กับพ่อแม่ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเขาโชคดีมาก และมีต้นทุนชีวิตที่ดี และสิ่งผมไม่เคยลืมอีกอย่างหนึ่งนั้น แม้ว่างานจะยุ่งขนาดไหน ก็หาวันว่างทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว 1 วัน ซึ่งก็จะเป็นวันอาทิตย์ โดยการอยู่กับครอบครัว ไปกินข้าว และมีเวลาสังสรรค์กันบ้าง และก็ไปดูหนังกัน เนื่องจากคุณหญิงณัฐิกาชอบดูหนัง เราก็ไปดูหนังด้วยกันครับ”.


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?