อนาถใจ!นักวิชาการหวั่นผู้นำมวลชนปลุกปั่นเยาวชน ผู้ใหญ่รับมือไม่ถูกจบที่ความรุนแรง


เพิ่มเพื่อน    

14 มิ.ย. 62 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ อาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith มีข้อความว่า 

- เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สังคมควรตระหนัก เพราะมันจะลามเป็นปัญหาสังคมแน่นอนทั้งในปัจจุบันและอนาคต อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เพราะการยุยงปลุกปั่นที่อาศัยเด็กและเยาวชนนั้น ล้วนแต่จบลงที่ความรุนแรง และ การนองเลือดทุกครั้งไป...

- ที่สำคัญคือ ทุกครั้งผู้นำมวลชนเหล่านี้ ก็ไม่เคยพูดปลุกระดมให้ไปใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายใคร พวกเขามักจะมาพร้อมกับลีลาโวหาร และวาทกรรมสวยๆ ดูดีมีหลักการ

- แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ปลูกฝังคำและชุดความคิดแบบอ้อมๆ เข้าไปในจิตสำนึกของเยาวชนหรือที่เรียกว่า เป็นการสะกดจิตแบบ subliminal

- คือพูดอ้อมๆ ให้เยาวชนเหล่านี้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ด้วยการโทษระบบ โทษชนชั้น โทษคนมีอายุ และอื่นๆ ว่าเป็นปัญหาและต้นเหตุที่ทำให้สังคมและพวกเขาไม่ได้มีชีวิตอันสุขสบาย

-------------------

- ในขณะที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็ไม่เข้าใจปัญหานี้ หรือเข้าใจแต่ก็รับมือไม่ถูก เพราะไม่เคยทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีหรือเป็นความหวังให้กับสังคมได้

- พวกเขายังคงแย่งชิงตำแหน่งหน้าที่ แย่งกันทำงาน แย่งกันชิงบทเด่น โดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรต่อสังคมในอนาคต พวกเขายังคงเชื่องช้า คิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไร

- พอคิดไม่ออกก็หันไปหาโมเดลแบบราชการหรือลูกเสือชาวบ้านเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่น่าอนาถใจมากครับ....


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.