โถ!โทษการเมืองรังแกช่อ เหลิมโผล่ซัดสถานะลุงตู่


   

    "ธนาธร" ไม่หวั่น "ช่อ" โดนแจ้งผิด ม.112 ลั่นจะขอเป็นเสาหลักความถูกต้องให้สังคม โวยการเมืองใช้ข้อหาหมิ่นสถาบันฯ สร้างความเกลียดชัง ปชช.ในประเทศ "ศรีสุวรรณ" ลุยร้อง กกต.สอบ 16 ส.ส. "พปชร.-ชพน." ถือหุ้นสื่อ "เหลิม" เพิ่งตื่นโผล่โพสต์เฟซฯ ซัด "บิ๊กตู่" ขาดคุณสมบัตินายกฯ 
    เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกลุ่มหนึ่งตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ และกลุ่มคนไทยผู้รักชาติ แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) ดำเนินคดี น.ส.พรรณิการ์ หรือช่อ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค อนค. กรณีโพสต์ภาพที่หมิ่นเหม่ว่าจะเข้าข่ายความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ทุกคนยังทำงานอย่างแข็งขัน ไม่ว่า น.ส.พรรณิการ์หรือตนจะเกิดอะไรขึ้น พรรคยังเดินหน้าต่อไป จะยังขอเป็นเสาต้นหลักเพื่อความถูกต้องให้กับสังคม 
    นายธนาธรกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2549 การใช้ข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากขึ้น ทำให้ประชาชนในประเทศเกลียดชังกันเยอะแยะเต็มไปหมด ประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกันหรือไม่ อย่างไร เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ให้มาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยที่เป็นเรื่องอำนาจของประชาชนเพื่อต่อสู้กับเผด็จการ 
    "เรื่องนี้เกิดตั้ง 10 ปีมาแล้ว ไม่มีใครมองเห็น ทั้งนี้น.ส.พรรณิการ์ได้โพสต์แถลงไปแล้ว" หัวหน้าพรรค อนค.กล่าว
    ที่ห้องประชุมพิเศษ โรงเรียนกระทุ่มแบน (วิเศษสมุทคุณ) อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พ.ต.ท.ศันสนะ พิริยะจิตตะ สารวัตรกองกำกับการ 4 หัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับนายหฤฑีฐ์ ศรีเอียด ปลัดอาวุโสอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร จัดโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีนายนันท์ ออประเสริฐ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในการใช้สื่อออนไลน์ในทางที่ถูกต้อง หลังจากที่มีกระแสในโลกออนไลน์เกี่ยวกับ น.ส.พรรณิการ์โพสต์ข้อความหมิ่นเหม่สถาบันเบื้องสูง
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาในการอบรมได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการโพสต์ การแชร์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ ซึ่งกำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในสังคม โดยเน้นย้ำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบถึงประวัติศาสตร์ของชาติไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ในหัวข้อ "สถาบันพระมหากษัตริย์กับการสร้างชาติไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์กับการพัฒนาชาติไทย" พร้อมกับการปลูกจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ได้มีความรู้ความเข้าใจในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเคารพเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยทุกคน
    วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบกรณี ส.ส. 16 คน จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) มีรายชื่อเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. เพื่อให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ (ศาล รธน.) วินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐาน
    สำหรับ ส.ส. 16 รายชื่อที่นายศรีสุวรรณยื่นร้องให้กกต.ตรวจสอบ มี ส.ส.พรรค พปชร. 15 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ 2.น.ส.กุลวดี นพอมรบดี 3.นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ 4.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 5.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ 6.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ 7.นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ 8.น.ส.ภริม พลูเจริญ 9.นายวีระกร คำประกอบ 10.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 11.นายศาสตรา ศรีปาน 12.นายสมเกียรติ วอนเพียร 13.นายสัมพันธ์ มะยูโต๊ะ 14.นายอนุชา น้อยวงศ์ 15.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร และพรรค ชพน. 1 ราย คือ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ 
    ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอนหนึ่งระบุว่า ได้ฟังคำอภิปรายของเพื่อน ส.ส. เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2562 ซึ่งรัฐสภาประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี โดยพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์, พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อคุณธนาธร โดยประเด็นสำคัญพรรคฝ่ายค้านได้กล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติ เพราะหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นเจ้าพนักงาน และเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่สามารถได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ การโต้แย้งยังไม่มีข้อสิ้นสุด แต่สุดท้ายเสียงข้างมากก็ลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
    "เรื่องนี้ผมมีความเห็นเหมือนกับฝ่ายค้านที่อภิปรายในสภาว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ผมขออ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2560 ซึ่งตัดสินเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2560 ในหัวข้อที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมบัติ หรือ บ.ก.ลายจุด บุญงามอนงค์ เป็นจำเลยในความผิดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีจำเลยไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. เรื่องนี้ ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินหักล้างข้อต่อสู้ของจำเลยที่อ้างว่า คสช.ไม่มีอำนาจเรียกตนไปรายงานตัว แต่ศาลทั้งสองได้ตัดสินว่า คสช.มีอำนาจเรียกจำเลยไปรายงานตัวได้ เพราะ คสช.เป็น รัฏฐาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จึงมีอำนาจดังกล่าว" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
    เขาระบุว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านมีเหตุผลตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาออกมาเช่นนี้ โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง และคำพิพากษาดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าพนักงาน ซึ่งขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี 
    ส่วน ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ของพรรค ที่ลงมติเลือกนายกฯ ฝ่าฝืนมติพรรค ตอนหนึ่งระบุว่า เรื่องนี้มีข้อน่าพิจารณาถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2542 ที่มีคำวินิจฉัยกรณี ส.ส.ลงคะแนนในสภาโดยฝ่าฝืนมติพรรค จากกรณีที่ ส.ส.ของพรรคประชากรไทย ประกอบด้วย นายวัฒนา อัศวเหม และคณะ รวมจำนวน 14 คน จากจำนวน ส.ส.ของพรรคทั้งสิ้น 18 คน ลงคะแนนสนับสนุนให้นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแตกต่างจากมติพรรคที่ให้สนับสนุนพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคประชากรไทยจึงได้มีมติลบชื่อนายวัฒนา อัศวเหม และคณะ รวม 14 คน ออกจากทะเบียนสมาชิกพรรคประชากรไทย นายวัฒนา อัศวเหม และคณะจึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่เป็นคดีตำนานงูเห่าพรรคประชากรไทย 
    "หลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่ และเมื่อพิจารณาประกอบกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2542 ดังกล่าวแล้ว ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็ยังคงมีความเป็นอิสระในการลงมติที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามมติพรรคได้" อัยการธนกฤตกล่าว
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายปกป้องความยุติธรรมและพระพุทธศาสนา เดินทางมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลในภาพที่มีการอ้างว่าคนในภาพคือ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา และวิพากษ์วิจารณ์ว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งถูกนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย โดยมี พ.ต.ท.นิสิต แสนเพ็ชร์ รอง ผกก.กก. 6 ตำรวจสันติบาล 3 รับหนังสือเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการต่อไป.


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?