‘ช่อ’ประกาศสู้ไม่ถอย!


   

  เปิดศึกรอบใหม่ "คุณช่อ" โผล่ทางโซเชียลฯ ขอสู้เต็มที่ไม่มีถอย เพราะมีคนพร้อมเป็นหลักให้พิงมากมาย "ธนาธร" พอใจพานไหว้ครูการเมือง ถูกปลุกขึ้นแล้ว โอกาสตัดออกแทบเป็นไปไม่ได้   ปลุกคนรุ่นใหม่เพิ่มปีละ 7 แสนคนไม่เอา คสช. "หมอวรงค์" วิตกยุวชนแดงยุคแก๊งสี่คนในจีนโผล่ทำลายความเป็นชนชาติของไทย "ไอติม" ยอมรับอนาคตใหม่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

    หลังเก็บตัวเงียบมาหลายวัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา น.ส.พรรณิการ์ วานิช  ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ Pannika Wanich ระบุว่า "มิตรแท้ย่อมเห็นกันในยามยาก หากไม่เจอคลื่นลมแรงและอุปสรรค ก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ามีคนพร้อมเป็นหลักพิงให้เรามากมายขนาดไหน
     ขอบคุณหลักพิงทุกคน จดหมายทุกฉบับ ของทุกชิ้น รวมถึงกำลังใจจาก #futurista แดนใต้ที่ฝากมากับธนาธรตอนไปพื้นที่ ช่อสู้เต็มที่ไม่มีถอยค่ะ"
    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในงานเสวนาหัวข้อเรื่อง “วิชาการเพื่อราษฎร์ ศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เมื่อวันศุกร์  โดยช่วงหนึ่งนายธนาธรกล่าวว่า สิ่งที่เราเป็นอยู่ไม่ใช่วิกฤติครั้งใหม่ แต่เป็นวิกฤติเดิม ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 19 ก.ย.49 เป็นวิกฤติเดียวกันตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ 
    "ใจกลางปัญหา ไม่ได้อยู่ที่บุคลิกหน้าตา หรือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อยู่ที่อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร 20 ปีที่ผ่านมา เรามีรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับ เป็นการบอกว่าเราตกลงกันไม่ได้ ว่าอำนาจของประเทศอยู่ที่ใคร มีฝั่งหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าอำนาจของประเทศนี้เป็นของประชาชน ขณะที่อีกฝั่งมีผู้สนับสนุนน้อยกว่า แต่เชื่อว่าอำนาจในประเทศนี้เป็นของอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่คน แต่คนกลุ่มนี้มีอำนาจ ปืน มีรถถัง ถือตาชั่งทางกฎหมาย นี่คือปัญหาใจกลางของสังคมไทยที่ยังแก้ไม่ได้" นายธนาธรกล่าว
    "นี่คือการเข้าสู่เฟสใหม่ระหว่าง 2 ชุดความคิด สมรภูมิความคิดเป็นสมรภูมิเดิม แต่สมรภูมิทางการเมืองเปลี่ยนไป โดยไม่มีองค์กรที่ชื่อว่า คสช. จากการที่มีรัฐบาลใหม่ แต่ระบอบ คสช.จะยังอยู่กับเรา 2 วันที่ผ่านมา มีการเคลื่อนตัวทางความคิดขนาดใหญ่ของสังคม จากอนุรักษนิยม มาฝั่งที่เชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชน เห็นได้จากพานไหว้ครู ซึ่งน่าเหลื่อเชื่อมากว่าการตื่นตัวทางสังคมและการเมืองถูกปลุกขึ้นแล้ว โอกาสที่ตัดมันแทบจะเป็นไปไม่ได้" นายธนาธร กล่าว และว่า "ผมนึกไม่ออกเลยว่าฝ่ายที่เชื่อว่า อำนาจมาจากประชาชนจะแพ้ได้อย่างไร ทุกปีมีคนบรรลุนิติภาวะปีละ 700,000 คน ซึ่งพวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาเห็นคืออะไร และได้แสดงออกมาแล้ว”
"ธนาธร"ยังโหนพาน
    หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า เหตุการณ์ข่มขู่เรื่องพานไหว้ครูไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันใช้ไม่ได้แล้ว  เช่นเดียวกับงานแปรอักษร หรือการตรวจสอบทุจริต อุทยานราชภักดิ์ ที่ถูกไล่ล่าดำเนินคดี วันนั้นไม่มีฝ่ายค้าน แต่วันนี้มี ซึ่งหน้าที่ของเราคือการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งโชคดีที่พรรคเรามี ส.ส มากกว่า 20 คน ซึ่งสามารถเสนอกฎหมายเข้าไปในสภาได้ ซึ่งเรื่องแรกที่เราจะทำคือการปรับแก้ รธน.มาตรา 272 และ 279 ในเรื่องอำนาจของ ส.ว. และคำสั่ง คสช.มีอำนาจชั่วกัลปาวสานต่อไป 
    "เราจะรณรงค์การปฏิรูปกองทัพ ยุติการเกณฑ์ทหาร ยุติระบบราชการรวมศูนย์ และการกระจายอำนาจ ซึ่งเราเชื่อว่ามันเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ระบบราชการ และการเมืองยึดโยงด้วยกัน อย่างน้อยเรามีช่องทางมากขึ้น และอำนาจที่ใช้กดทับเรามาตลอด 5 ปี จะใช้ไม่ได้" นายธนาธรกล่าว
    ด้านนายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความตอบโต้นายพัฒน์ เหมสุข นักวิชาการอิสระ ที่กังวลว่าแนวคิดของนักการเมืองหน้าใหม่และของพรรคการเมืองพรรค แทรกซึมกลุ่มเยาวชน มีเนื้อหาดังนี้
    1) ถ้าจะมีขบวนการการเมืองใดในเมืองไทยที่เหมือนเรดการ์ดเหมาอิสต์ในแง่ไม่เคารพยอมรับกฎกติกาและสถาบันการเมืองทางการใดๆ ตามรัฐธรรมนูญ อ้างว่าตนกำลังทำตามความประสงค์ของผู้นำสูงสุด แล้วบ่อนทำลายอำนาจรัฐ สร้างภาวะปกครองไม่ได้ (ungovernability) และเสมือนอนาธิปไตย (virtual anarchy) ขึ้นในบ้านเมืองในรอบสิบปีที่ผ่านมา นั่นก็ได้แก่ขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและ กปปส.ครับ
    จนการเลือกตั้งทั่วไปไม่สามารถเกิดขึ้นได้ รัฐบาลทำงานไม่ได้ หน่วยราชการถูกปิดล้อมขัดขวาง ฯลฯลฯลฯ (ป.ล. ผมเป็นคนแรกที่ริเริ่มเปรียบเทียบภาวะปกครองไม่ได้และเสมือนอนาธิปไตยที่ขบวนการพันธมิตรฯ สร้างขึ้นกับการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนตั้งแต่ปี 2551)
    ส่วนพรรคอนาคตใหม่/ส้มหวานนั้น ตั้งพรรคการเมืองตามกฎหมาย ลงสมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมาย และได้ ส.ส.เข้าสภามาตามกฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลเผด็จการ คสช. โทษที มัน "เรดการ์ด" และ "เหมาอิสต์" ตรงไหนหรือครับ?
    2) คำว่า "อิสระ" ท้ายคำว่า "นักวิชาการ" นั้น ไม่แน่ใจว่าบ่งบอกความอิสระจากอะไร? สถาบันสังกัดทางการ หรือมายาคติ หรืออวิชชา? ผมคิดว่าการอิสระจากสองอันหลังสำคัญกว่าสำหรับความเป็นนักวิชาการนะครับ
    ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom โดยมีเนื้อหาระบุว่า "มีหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับการไหว้ครู การเรียกลุง ป้า น้า อา เรื่องศาสนา แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์ไหว้ครูที่แหวกประเพณีและวัฒนธรรม ก็ออกมาสนับสนุน และเรื่องก็แดงออกมาว่า มีการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวโดยคนของพรรคการเมือง
ยุวชนแดงแก๊งสี่คน
    ทำให้นึกถึงการทำลายสิ่งเก่า 4 อย่าง (4 olds)ของยุวชนแดงยุคแก๊งสี่คนในจีน อันประกอบด้วย 1.ประเพณี (old customs) 2.วัฒนธรรม (old cultures) 3.นิสัยใจคอ (old habits) 4.การคิด (old ideas) โดยอ้างว่าเพื่อให้เกิดความเสมอภาค เท่าเทียมของชาวจีน จนนำไปสู่การเผา ทำลายล้าง สิ่งเก่าแก่หลายอย่างของประเทศ
    "ผมขอยืนยันว่า วัฒนธรรม ประเพณี เป็นรากฐานของชาติที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ แม้แต่พิธีการไหว้ครู เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของความเป็นชนชาติไทยที่สืบทอดมา 700 กว่าปี ถ้าตัดราก ลำต้นตาย ถ้าทำลายวัฒนธรรม ประเพณี ก็คือการทำลายความเป็นชนชาติของไทยเรา" นพ.วรงค์ระบุ
    เช่นเดียวกับ ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ
กระทรวง DE สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพทุกกองทัพ อย่ามองว่าการจัดการกับพรรคการเมืองที่เป็นอันตรายต่อสถาบันต่างๆ และประเพณีอันดีงามของประเทศ เป็นการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จนนิ่งเฉยกับสงครามไซเบอร์ที่พวกเขากำลังครอบงำเยาวชนอยู่ในขณะนี้ ต้องมองว่าการทำสงครามไซเบอร์กับพรรคนี้เป็นการปกป้องความมั่นคงของประเทศ
    คิดแบบนี้จึงจะทำให้กล้าทำสงครามกับพวกเขา แต่ถ้าคิดว่าเป็นการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ก็จะไม่กล้าทำ ปล่อยให้เขารุกข้างเดียว ไม่ใช่พวกเราทำไม่เป็น แต่เราไม่กล้าทำ และไม่คิดจะทำ เพราะกลัวจะถูกด่าว่าไม่เป็นกลางทางการเมือง อย่าติดกับดักตรงนี้เลย
     เฟซบุ๊ก Hammer Thailand ได้โพสต์ข้อความระบุว่า พวกเราแฮมเมอร์ เราเกิด เราเติบโต เราดำเนินชีวิตอยู่ในแผ่นดินนี้ ที่ชื่อว่าไทย พวกเรารักและภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย แผ่นดินนี้คือบ้านของพวกเราชาวไทย ที่พวกเราต้องรักและปกป้องแผ่นดินนี้ ที่บรรพบุรุษสร้างและพยายามดูแลมาจนถึงปัจจุบัน 
    คนไทยเราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีวัฒนธรรม มีประเพณี มีรากเหง้าเหมือนกัน เราต้องเคารพกัน เรามีพระมหากษัตริย์ ที่ปกป้องดูแลแผ่นดินนี้ มาจนถึงทุกวันนี้ ทุกคนต้องเป็นเด็กและเติบโตมากันหลายชั่วอายุคนเหมือนๆ กัน วันนี้โลกเปลี่ยน ความคิดคนก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา แต่ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่าหรือใหม่ก็ครอบครัวเดียวกัน ก็ขอแค่อย่าทำร้ายทำลายบ้านตัวเอง ประเทศไทยจะคงอยู่ชั่วนาตาปี 
    ประเทศไทยไม่มีวันตาย พวกเรารักแผ่นดินนี้ และขอตายในแผ่นดินนี้ พวกเราไม่เคยและไม่คิดที่จะว่าร้ายประเทศตัวเอง "แผ่นดินนี้คือไทย ลูกหลานไทยต้องรักษา ให้อยู่ชั่วนาตาปี หากใครคิดย่ำยี เลือดไทยยอมพลี...เพื่อแผ่นดิน"....แฮมเมอร์
"ไอติม"ชื่นชมส้มหวาน
    วันเสาร์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานสัมมนา 70 ปี รัฐศาสตร์-เศรษฐศาสตร์ ในหัวข้อคนหนุ่มสาวกับการสร้างการเมืองแบบใหม่ในสังคมไทย 
     นายพริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตลอด 10-15 ปีที่เราเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง เพราะเรากังวลเรื่องการซื้อเสียง ดูดส.ส. กำหนดกติกาไม่เป็นกลาง แทรกแซงองค์กรอิสระ แทรกแซงสื่อ ใช้อำนาจรัฐสร้างความได้เปรียบทางการเมือง เหล่านี้คือเหตุผลที่ตนลาออกจาก ปชป. ที่เลือกสนับสนุนพรรคที่ตั้งเป้าปฏิรูปการเมือง แต่ไม่ทำอะไรเลย แล้วทำในสิ่งที่เขาบอกว่าจะต่อสู้ น่าเสียดายที่การปฏิรูปการเมืองไม่เปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิม คนที่จะร่วมคณะรัฐมนตรี ก็ที่เคยอยู่ใน (ครม.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยต่อสู้และต่อต้าน 
    อีกทั้งการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่สร้างความได้เปรียบให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งหนักกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ตนไม่มีปัญหากับการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แต่อำนาจที่ ส.ว.มีกับที่มาซึ่งอ้างอิงกับประชาชนต้องสัมพันธ์กัน ในบางประเทศยอมให้มีการแต่งตั้ง ส.ว. หรือบางประเทศสืบทอดจากพ่อสู่ลูก แต่ประเทศเหล่านั้น ส.ว.มีอำนาจน้อย อย่างมากก็แค่ยับยั้งกฎหมายที่ไม่เห็นด้วย 1 ปี  ขณะที่สหรัฐอเมริกา ส.ว.มีอำนาจถอดถอนประธานาธิบดี ส.ว.จึงต้องเชื่อมโยงกับประชาชน   
    เขายอมรับว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ต้องเลือกตั้งเท่านั้น แต่ ส.ว.ไทยมีอำนาจสูงที่สุดในโลก เพราะมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ แต่แต่งตั้งโดยกรรมการที่ผันตัวมาเป็นผู้เล่น และมาจากกรรมการที่ไม่มีความหลากหลาย
    “โซเชียลมีเดียเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับประชาชน ในการหาเสียงตนเดินไปเคาะประตูจะเจอแต่ผู้สูงอายุ ไม่เจอคนวัยทำงาน และได้ถามตลอดว่ามีพรรคการเมืองในใจหรือยัง บางบ้านบอกว่าเลือกลุงตู่ บางบ้านเลือกเพื่อไทย น้อยมากเลือกที่บอกว่าจะเลือกอนาคตใหม่ ทุกบ้านในเขตบางกะปิที่ผมไปเคาะประตูไม่เจอคนที่บอกจะเลือกอนค. แต่คะแนน อนค.มากกว่าผม นี่สะท้อนว่าถ้าเราใช้วิธีการเดิมๆ ก็จะไม่เจอกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง"
     นายพริษฐ์กล่าวว่า หลังเลือกตั้งโซเชียลฯ ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีขยายความขัดแย้ง ตนไม่เคยเสียใจกับคำวิจารณ์ด้านลบ ดีใจด้วยซ้ำ เพราะเป็นผลตอบรับที่มีคุณค่า แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดคือข่าวเท็จ ซึ่งเผยแพร่อย่างรวดเร็ว แม้จะลบทิ้งไปแล้ว แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลทุกประเทศจำเป็นต้องหาทางต่อสู้กับข่าวเท็จอื่น แต่การเซ็นเซอร์เป็นความคิดที่ผิด เพราะสิ่งที่อันตรายกว่าคือการมีชุดข้อมูลชุดเดียว 
เด็กเมื่อวานซืน
    "ใครควบคุมการเขียนข้อมูลได้ก็เขียนประวัติศาสตร์และข้อเท็จจริงได้ การต่อสู้กับข่าวเท็จจึงไม่ควรเซ็นเซอร์ แต่ควรให้ความรู้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้เท่าทัน วิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตนเอง ข่าวเขียนอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับการมีวิจารณญาณตัดสินใจ และสิ่งที่ต้องกังวลคือถ้าไม่เข้ามาช่วยจูน สังคมจะถูกแบ่งแยกระหว่างไดโนเสาร์กับเด็กเมื่อวานซืน” นายพริษฐ์กล่าว  
    นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หลังเลือกตั้งจนถึงวันนี้เป็นผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งคนบางกลุ่มบอกได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน เราพยายามปฏิรูปการเมือง แล้วนี่คือการเมืองที่เราต้องการปฏิรูปใช่หรือไม่ เรากำลังกลับไปสู่การเมืองเก่า หลังเลือกตั้งยังไม่เห็นหน้าตารัฐบาล นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ เราจะเห็นภาพของการต่อรองเพื่อมีอำนาจในรัฐบาล รวมถึงพรรคของตน ซึ่งต่อสู้เพื่อนำนโยบายของพรรคไปผลักดัน เพราะเราสัญญาเรื่องกัญชาไว้ ถ้าให้ไปดูกระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงศึกษาธิการคงผลักดันนโยบายไม่ได้ 
    อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นคนในพรรคเดียวกันยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง กรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ออกเสียงโหวตเลือกนายกฯ แตกต่างจากมติพรรค ต้องพูดคุยกันว่าคิดเห็นอย่างไร ไม่ใช่ตั้งกรรมการสอบสวนเขา
    “วันนี้พรรคอนาคตใหม่อาจต้องไปเป็นฝ่ายค้าน แต่เกมการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ในอนาคต อนค.หรือพรรคเพื่อไทยอาจมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ภาพการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ อาจจะไม่มีการต่อรองแบบนี้ก็ได้ ภาพการต่อรองที่มองแล้วน่าเบื่อหน่าย เป็นเพราะคนที่เป็นตัวผู้เล่นในการต่อรองยังเป็นผู้เล่นคนเก่า เขาจึงมีทัศนคติแบบเก่าอยู่ จึงไม่แปลกใจที่ยังไม่ได้เห็นวิธีการในการฟอร์มคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เป็นแบบใหม่”
    นายกรวีร์กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งแบบเก่าที่ใช้หัวคะแนนไม่ใช่สีดำหรือสีเทา แต่เป็นช่องทางให้ผู้สมัครติดต่อไปถึงประชาชน อนค.ก็มีหัวคะแนนอยู่ในโซเชียลฯ ใช้การสื่อสารช่องทางใหม่ถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เดิมพ่อแม่จะบอกลูกให้เลือกใคร ปัจจุบันลูกบอกพ่อแม่ให้เลือก อนค. เลือกทั้งที่ไม่รู้ว่าผู้สมัครเป็นใคร รู้แค่พรรคใช้สัญลักษณ์สามเหลี่ยม นี่คือการพลิกโฉมการเมืองรณรงค์หาเสียงกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
    เขากล่าวว่า การเลือกตั้งปี 54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงเลือกตั้ง กระแสยิ่งลักษณ์ นายกฯ หญิงคนแรกมาแรง ใช้เวลาหาเสียง 50 วัน แต่ครั้งนี้ อนค.มีกระแสแรงกว่า ความตื่นเต้นแปลกใหม่ที่เคยเกิดขึ้นใน กทม. วันนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ ใครจะเชื่อว่า ปชป.ไม่ได้ ส.ส.เลยแม้แต่ที่นั่งเดียว วันนี้พลังคนรุ่นใหม่แสดงให้เห็นแล้ว สำหรับพรรค ภท. เราอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านของคนสองรุ่น ซึ่งต้องปรับโครงสร้างและกำหนดกลยุทธ์ใหม่ๆ
สลิ่มกับควายส้ม 
    “โซเชียลมีเดียเปิดพื้นที่ให้ระบายความคิดหลากหลาย สิ่งที่กังวลไม่ใช่ความต่าง แต่คือจะทำอย่างไรให้คนที่เห็นต่างอยู่ในบ้านเดียวกันได้ ระหว่างคนที่ไม่เอาทหารเลยกับคนที่มองว่าทหารมีความสำคัญต่อปกป้องประเทศและสถาบัน เราจะทำอย่างไรให้คนที่เห็นต่างแบบสุดขั้วอยู่ร่วมกันได้” นายกรวีร์กล่าว
    ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กติกาที่ถูกเขียนโดยคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้เจตนารมณ์ในการเลือกตั้งไม่สะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ การจัดตั้งรัฐบาลไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ การเลือกตั้งแทบไม่มีความหมาย พรรคการเมืองและประชาชนบางส่วนยังคงเห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหารและสืบทอดอำนาจ กรณี ส.ว. 250 คน มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ ทำให้การตัดสินใจของพรรค ปชป.และ ภท.เปลี่ยนไป หากไม่มีประเด็น ส.ว. ตนไม่เชื่อว่าปชป.และ ภท.จะเข้าร่วมรัฐบาล ปัญหาที่ตามมาคือรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ 
    รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเรามองไปไกลกว่านโยบายประชานิยมให้เปล่า พรรคเสนอขับเคลื่อนความต้องการของประชาชน เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ ไม่ใช่การแจกเพื่อแข่งกันที่ตัวเลขเบี้ยต่างๆ เรามีนวัตกรรมทางนโยบาย จากการวิจัยพบว่าคนไทยเล่นหวย 2 แสนล้านบาทต่อปี โดนหวยกินเงินต้นสูญหมด คนแก่ไม่มีเงินเก็บ ทั้งแก่ทั้งจน จึงเสนอนโยบายหวยบำเหน็จ ซื้อหวยได้ลุ้น เงินที่ถูกหวยกินทั้งหมดจะถูกนำไปเก็บในบัญชีส่วนตัว และจ่ายคืนให้เมื่ออายุครบ 60 ปี
    น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเราเห็นระบบอุปถัมภ์และหัวคะแนน ที่ผ่านมามีคนเสนอตัวมาเป็นหัวคะแนนให้เรา แต่เราไม่มีเงิน จึงใช้อาสาสมัครโดยจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำ หลังเลือกตั้งยังมีการใช้อำนาจไม่ชอบธรรม ซึ่งไม่แน่ชัดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจหรือจงใจ ผลการนับคะแนนหลายที่ขัดกับความรู้สึกของประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งยังเป็นกรณีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ กกต. ต่อจากนี้จะพยายามพัฒนา อนค.ให้เป็นสถาบันทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ ส่วนการอภิปรายในสภาจะไม่ประท้วงมั่วซั่ว  การทำงานในกรรมาธิการจะต้องมีประสิทธิภาพ ไปดูงานแล้วได้อะไรกลับบ้าง ซึ่งจะรายงานผลให้ประชาชนรับทราบ
    ส.ส.บัญชีรายชื่อผู้นี้กล่าวว่า กรณีที่มีการถกเถียงด่าทอในโซเชียลฯ นั้น พรรคจะพยายามสื่อสารไปยังผู้สนับสนุนไม่ให้โจมตีผู้เห็นต่างด้วยถ้อยคำรุนแรง ระหว่างสลิ่มกับควายส้ม ขอให้โต้เถียงกันด้วยเหตุผล ไม่เอาเรื่องวัยหรือทัศนคติมาเป็นข้อหาในการโจมตี  
    ส่วนประเด็นที่พรรคถูกโจมตีละทิ้งหลักการประเพณี ล้างสมองเยาวชนนั้น เรารับความหลากหลายทางวัฒนธรรม คำพูดของนายธนาธรอาจเหมือนหัวรุนแรง เพราะพูดว่าไทยแท้ไม่ได้มีหนึ่งเดียว ควรเป็นสากลมากขึ้น พานไหว้ครูเป็นวิธีการแสดงออกของนักเรียน เราคิดว่าการไหว้ครูต้องเป็นความเต็มใจของเด็ก จึงควรมีอิสรภาพในการแสดงออกทางความคิดและไอเดีย.


เห็น "ธนาธร-พรรณิการ์" เดินเร่ขายชาติไปทั่วยุโรป, สหรัฐแล้ว บอกตรงๆ.......... ทำให้นึกถึงคำว่า "ผัวหาบ-เมียคอน" ขึ้นมาติดหมัด!

'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?