อันตรายของรัฐบาล???


   

      อือมม์ม์ม์...ไปๆ-มาๆ ชักจะสรุปไม่ออกเหมือนกันว่า ระหว่างพรรคฝ่ายค้านที่จับมือรวมกันอย่างเหนียวแน่นถึง 7 พรรค กับพรรคฝ่ายรัฐบาลที่รวมๆ ร่วมๆ กันแบบหลวมๆ ประมาณเกือบ 20 พรรค อะไรจะ อันตราย กว่ากัน โดยเฉพาะสำหรับนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 หรือ 30 ก็แล้วแต่ อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของเราผู้นี้นี่เอง...

                                                                       -------------------------------------------------

      คือการรวบรวมเสียงในสภาล่างฯ ได้ถึง 240 เกือบ 250 เสียง ของบรรดาพรรคฝ่ายค้านทั้งหลายนั้น...แม้ว่ามันออกจะอันตรายอยู่ในตัว คือก่อให้เกิดอาการ ปริ่มน้ำ ระดับใกล้ๆ คาง สามารถทะลักเข้าปาก เข้าจมูกรัฐบาลได้ทุกเมื่อ แต่ก็อย่างว่า...โดยธรรมชาติของ น้ำ นั้น มันย่อมมีขึ้น-มีลง มีโอกาสไหลไปโน่น-ไปนี่ ตามสภาพแห่งความเป็นของเหลวโดยทั่วไป ดังนั้น...วันใด วันหนึ่ง โอกาสที่มันจะลดลงมาในระดับแถวๆ หัวนม แถบบั้นเอว หรือลดลงไปถึงระดับตาตุ่ม ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาซะเลย และถ้าหากถึงจังหวะนั้นขึ้นมาเมื่อไหร่ รัฐบาลหรือผู้นำรัฐบาลอย่างนายกรัฐมนตรี ก็น่าจะพอหายใจ หายคอ ได้คล่องๆ ไม่ต้องเปลี่ยนไป หายใจทางเหงือก แบบปลากระโห้ ปลาชะโด อะไรประมาณนั้น...

                                                                        ------------------------------------------------

      แต่ถ้าหากแม้ว่าระดับน้ำ มันจะลดๆ ลงไปถึงระดับส้นตีน หัวแม่ตีน ก็แล้วแต่...แต่รัฐบาลหรือผู้นำรัฐบาลอย่างนายกรัฐมนตรี ดันเกิดอาการหน้าคว่ำ คะมำหงาย จะด้วยเหตุเพราะดันถูกใครก็ไม่รู้ โดดถีบกลางหลัง แบบที่พระเอกคนเหล็ก อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ เคยเจอๆ มาแล้วทำนองนั้น ชนิดต้องมุดหัวลงไปแช่น้ำ จุ่มน้ำ ไม่คิดจะลุกขึ้นมาเงยหน้า อ้าปาก อะไรอีกเลย อันนี้...ก็ อันตราย  ชนิดย่อมมีสิทธิ์ตายได้ ซี้ม่องเซ็กได้ทุกเมื่อเช่นกัน คล้ายๆประเภท ไม้จิ้มฟันแทงเหงือก...ดันเสือกตาย อะไรประมาณนั้น ดังนั้น...การชั่งน้ำหนักความอันตราย ระหว่างพรรคฝ่ายค้าน หรือฝ่ายตรงข้าม กับอันตรายจากฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายเดียวกันเอง จึงยากซ์ซ์ซ์ที่จะหาข้อสรุปได้ถนัดๆ...

                                                                       ----------------------------------------------------

      เพราะเห็นว่าช่วงระหว่างนี้...บรรดาผู้ที่เกิดความรู้สึกเปรี้ยวมือ เปรี้ยวเท้า อยากโดดถีบรัฐบาลกลางหลัง ก็น่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมิใช่น้อย ประเภทแค่มีเสียงอยู่แค่ 2 เสียง 3 เสียง แต่เมื่อดันไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ไม่ได้ร่วมคณะรัฐบาลกับเค้าด้วย ก็เริ่มออกอาการคันคะเยอ ตีนกระตุก เท้ากระตุก พอๆ กับพวกที่เป็นโรคสันนิบาตลูกนกขึ้นมามั่งแล้ว เตรียมจะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสหร่ง อิสระ อะไรโน่นเลย ส่วนพวกที่อาจไม่ได้ถึงขั้นคิดจะถีบรัฐบาล แต่อยากหันมาถีบพวกเดียว หรือพรรคเดียวกันเอง อันเนื่องมาจากการจัดสรร ตำแหน่ง แห่งที่ มันไม่เหลือพอที่จะปันส่วน พอที่จะผสมตัวเอง พรรคพวกตัวเอง เข้าไปด้วย ก็ชักจะเริ่มคิดรวมมือ รวมตีน แบ่งพวก แบ่งภาค เพื่อให้สอดคล้อง รองรับ กับระบบโควต้ง โควตา ไปตามเรื่อง ตามราว...

                                                                     -----------------------------------------------------

      อันนี้นี่แหละ...มันเลยหนีไม่พ้นที่จะต้องหาทางบริหาร จัดการ เอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ ต้องหา มือประสานสิบทิศ เอาไว้เคียงคู่กาย คอยปะล่อม ปะเหลาะ คอยลดแรงเสียดสี เสียดทาน ที่อาจต้องเพิ่มๆ ขึ้นไปตามลำดับ เพราะถ้าจะให้ตัวผู้นำรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี ต้องลงมาเป็นผู้ประสาน ผู้บริหาร จัดการ ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี โอกาสที่จะเหลือเวลาไปบริหารชาติ บ้านเมือง มันคงแทบไม่มี ยิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่หนักไปทางวี้ดๆ แว้ดๆ แบบท่านนายกฯ บิ๊กตู่  ด้วยแล้ว เผลอๆ...แทนที่จะเป็นผู้ประสาน อาจหนักไปทางยกโพเดียมทุ่มหัวใครต่อใครเอาง่ายๆ...

                                                                      -------------------------------------------------------

      คือมือประเภทนี้...มันคงต้องออกไปทางแบบ บิ๊กป้อม นั่นแหละ แบบผู้ใหญ่-ใจดี ยิ้มๆ แย้มๆ มีทั้งเมตตาบารมี และเดชะบารมีอยู่ภายในตัว ชนิดพรรคพวกเพื่อนฝูงต้องหอบนาฬิกามาให้ยืมกันเป็นพวงๆ แต่สำหรับ บิ๊กป้อม ในช่วงหลังๆ นี้...จะด้วยเหตุเพราะสุขภาพกาย หรือสุขภาพใจก็มิอาจคาดคะเนได้ ดูๆ ท่านออกจะวางระยะห่าง-ระยะเคียง กับการรับบท รับหน้าที่ทำนองนี้อยู่พอสมควร ไม่ถึงกับโถมตัวเข้าไปเป็นจุดศูนย์กลาง เป็นจุดแห่งการ รวมศูนย์ ของความเป็นรัฐบาลไปในทุกเรื่อง ทุกกรณี เหมือนตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จะด้วยเหตุเพราะต้อง แบ่งบท  ไปให้คนอื่น ให้พวกสามม้ง สามมิตร หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ หรือจะเป็นเพราะท่านพอแล้ว ไม่เอาแล้ว ก็ยังมองไม่ออก...

                                                                      ---------------------------------------------------------

      แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าหากรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ บิ๊กตู่ ดันขาด บิ๊กป้อม ประธานมูลนิธิป่ารอยต่อไปซะคน โอกาสที่ป่าทั้งป่าจะแปรสภาพไปเป็น เขาหัวโล้น  ย่อมมีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย เพราะมือระดับ ป๋าดัน-เฮียกวง, สุโขทัย-เรียงหิน หรือ สุริยะ-ซีทีเอ็กซ์ ฯลฯ นั้น ยังไงๆ...บารมีก็ยังไม่น่าจะถึง แนวโน้มของการประสานสิบทิศ มันเลยชักออกไปทางประสานงง ประสานงา ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชนิดต้องพยายามยื้อ พยายามดึง ให้ผู้นำรัฐบาลอย่างนายกฯ บิ๊กตู่ ต้องลงมา แบกเรือ ด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ขึ้นฝั่งไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...

                                                                     -------------------------------------------------------

      สรุปรวมความแล้ว...มาถึง ณ ขณะนี้ ก็ยังแทบไม่รู้หมู่-รู้จ่า ไม่สามารถคาดเดาได้ถนัดๆ ว่า ระหว่าง อันตรายจากฝ่ายค้าน กับ อันตรายจากฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง อะไรมันจะหนักหนา สาหัส กว่ากันไปถึงขั้นไหน ระดับไหน มีแต่ต้องหันไปอาศัยข้อสรุปของ บิ๊กแดง  นั่นแหละเป็นหลักยึด คือไม่ว่า รัฐบาล จะเป็นใคร จะผ่านมา-ผ่านไป กันในแนวไหน แบบไหน ก็ตามที แต่สำหรับ  ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ แล้ว คงต้องอยู่ยั้ง ยืนยง คงทนถาวรอย่างเป็นนิรันดร์ไป...

                                                                  ---------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon... A real friend never gets in your way, unless you happen to be on the wat down.- มิตรที่ดีย่อมไม่ขัดขวางทางเดินของท่าน นอกเสียจากท่านจะเดินลงสู่ที่ต่ำ...

                                                                   ----------------------------------------------------------


ท่าจะรอดยาก เรื่องตัวเองยังไม่รู้ แล้วจะให้คนอื่นเข้าใจได้อย่างไรกัน ครับ...วานนี้ (๑๘ ตุลาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน

ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"