เจ้าอาวาสแจงจำเป็นขายไม้พะยูงอายุ 200 ปีเพราะสุดทนแก๊งมอดไม้จ้องขโมย นำเงิน 1.2 ล้านเข้าวัดดีกว่า


   

เจ้าอาวาสแจงจำเป็นต้องขายไม้พะยูงอายุกว่า 200 ปี เพราะสุดทนแก๊งมอดไม้จ้องขโมยหลายครั้ง แถมอยู่ท้ายวัด ไกลหูไกลตาพระสงฆ์ กลัวโดนลักลอบตัดไปเสียก่อนจึงยอมขายนำเงิน 1.2 ล้านเข้าวัดดีกว่า
 

17 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย ตชด.237 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องมีการตรวจยึดรถยนต์กระบะบรรทุกไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ จำนวน 6 ท่อน ท่อนละประมาณ 2 เมตร รวมปริมาตร ประมาณ 2.80 ลูกบาศก์เมตร มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ได้ที่บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินระหว่างรอยต่อบ้านท่าดอกแก้ว ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน - อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เมื่อกลางดึกของวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดไว้เพื่อตรวจสอบ เพราะเกรงว่าจะมีการลักลอบตัดจากที่ใดที่หนึ่ง เพื่อไปส่งขายประเทศเพื่อนบ้านโดยผิดกฎหมาย

ล่าสุด จากการตรวจสอบพบว่า ไม้พะยูงดังกล่าวเป็นไม้เก่าแก่มีอายุกว่า 200 ปีที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ไว้ในวัดป่าสุภราราม บ้านปากอูน ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม โดยมีนายทุนได้ไปติดต่อขอซื้อมาในราคา 1.2 ล้านบาท หลังจากนั้นทางคณะกรรมการวัดได้ขอประชามติจากชาวบ้าน และมีความเห็นตรงกันว่าให้ตัดขาย เพื่อนำเงินจากการขายไม้พะยูงไปพัฒนาวัด

เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า สามารถทำได้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562 และมีการแก้ไขความในวรรคหนึ่ง มาตรา 7 มีผลให้ไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นหวงห้าม ดังนั้น การทำไม้ การแปรรูปไม้ และการเคลื่อนย้ายไม้ที่ขึ้นในที่ดินมีกรรมสิทธิ์ครอบครอง สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ทางวัดกับชาวบ้านมีมติตัดไม้ขายนำเงินพัฒนาวัด

ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้นพะยูงดังกล่าวอยู่ห่างจากสายตาพระในวัดมาก เพราะอยู่เกือบสุดที่ดินของวัด ซึ่งบริเวณนั้นได้สร้างเมรุเผาศพ และมักถูกแก๊งมอดไม้พะยูงแอบลักลอบจะตัดไปขายหลายครั้ง ทางวัดจึงตัดปัญหาขายเลยดีกว่า ขืนรักษาไว้ไม่นานต้องถูกขโมยตัดแน่นอน ทั้งนี้หลังการตรวจสอบทางเจ้าหน้า ได้ส่งไม้พะยูงคืนให้แก่นายทุน พร้อมกำชับว่า สามารถตัดขายได้ แต่ไม่สามารถส่งออกขายประเทศเพื่อนบ้านได้ หากไม่มีการขออนุญาตตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันหาที่มาของไม้พะยูงดังกล่าว โดยพบกับพระอธิการสกล อภิญาโณ อายุ 52 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าสุภราราม ได้พาไปตรวจสอบตอไม้พะยูง พร้อมยืนยันว่าเป็นไม้ของทางวัดจริง มีอายุเก่าแก่อยู่คู่มากับวัดอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี ซึ่งวัดแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เนื้อที่กว่า 50 ไร่ เป็นพื้นที่ป่า มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก รวมถึงไม้พะยูงก่อนนี้เคยเกิดปัญหาทั้งถูกโจรขโมยไม้พะยูงคุกคาม ข่มขู่ ลักลอบตัดไปถึง 2 ครั้ง เมื่อปีที่ผ่านมาเพราะช่วงกลางคืนวัดมีพื้นที่ป่าเยอะ พระสงฆ์จึงไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงและเสี่ยงอันตราย

พระอธิการสกล กล่าวว่า ต้นพะยูงนี้อยู่หลังวัดจึงดูแลยาก จนกระทั่งมีการออกกฎหมายพระราชบัญญัติ ป่าไม้แก้ไขฉบับใหม่ จึงหารือกับชาวบ้าน กรรมการวัด ลงมติตัดขายให้นายทุนที่มาติดต่อซื้อในราคา 1,200,000 บาท เพื่อนำเงินเข้าวัด ตัดปัญหาคอยระวังภัยจากแก๊งมอดไม้ ขอยืนยันว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่านายทุนจะเอาไปทำอะไร เพียงทางวัดขายถูกต้องตามกฎหมายและนำเงินเข้าวัดทุกบาทเพื่อไว้พัฒนาวัด

"ส่วนต้นไม้พะยูงที่เหลือ อยู่ใกล้กุฏิยังสามารถดูแลได้ และในวัดยังมีกล้องวงจรปิด ซึ่งชาวบ้านกับกรรมการวัดช่วยกันสอดส่องดูแลร่วมกัน อย่างไรก็ตามในการแก้ไขกฎหมายใหม่นี้ถือเป็นเรื่องดี และเห็นด้วยกับการตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์จะได้ลดปัญหาการลักลอบตัด รวมถึงสามารถนำเงินไปใช้ประโยชน์ได้เพราะไม้พะยูงมีมูลค่าสูง”เจ้าอาวาสวัดป่าสุภราราม กล่าว


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?