ดีเดย์! ปิดฉาก ม.44 วาง “กอ.รมน.” รับไม้ต่อ


   

          วันใดที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับตำแหน่ง ก็เป็นวันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องสิ้นสภาพตามกฎหมาย ส่งผลให้เกิดคำถามว่า งานต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกพิเศษของ คสช.มา 5 ปี จะถูก “ส่งไม้” ให้การบริหารของคณะรัฐมนตรีปกติโดยอัตโนมัติหรือไม่ หรือต้องมีขั้นตอนอย่างไร

                หากย้อนกลับไปดูการทำงานของ คสช. มีการออกประกาศ และคำสั่ง คสช.หลายฉบับ แต่ก็มีการยกเลิกไปจนเหลือประมาณ 60 กว่าฉบับ

                “คำสั่ง คสช.ที่เหลืออยู่ 62 ฉบับ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า จะยกเลิกฉบับใดบ้าง ซึ่งคำสั่งที่ถูกยกเลิกเป็นคำสั่งและประกาศของ คสช. ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 เมื่อรวมกันแล้วจะพบว่ามีจำนวนมาก โดยในจำนวนทั้งหมดถูกยกเลิกด้วยคำสั่งของตัวมันเอง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่นั้น ไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรเพิ่มเติม เช่น คำสั่งย้าย จึงมีอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องนำออกและอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องคงไว้ โดยให้กระทรวงกรมนำไปปรับปรุงผลักดันเป็นกฎหมายปกติ พร้อมยืนยันว่าคำสั่ง คสช.ที่ยังคงไว้จะไม่เป็นภาระให้กับรัฐบาลชุดหน้า” วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุ

                ทั้งนี้ งานเดิมของ คสช.ที่ไม่ใช่อำนาจทหารก็จะถูกโอนไปให้หน่วยงานปกติมารับผิดชอบในโครงการต่างๆ เช่น โครงการพัฒนาคลองลาดพร้าว การแก้ไขประมงผิดกฎหมาย ฯลฯ ขณะที่งานบางอย่างก็จะโอนไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เช่น งานจัดระเบียบสังคม การดูแลแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ฯลฯ เพราะบทบาทจะเปลี่ยนแปลงไป เดิม คสช.เป็นผู้ปฏิบัติ เมื่อ คสช.จบภารกิจ การประสานงาน บูรณาการก็จะไปเป็นของ กอ.รมน.

                โดยบทบาทของ กอ.รมน.ในห้วงต่อไปจะประกอบไปด้วย 1.ขับเคลื่อนงานรักษาความสงบเรียบร้อย 2.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 3 บูรณาการประสานงานขับเคลื่อนงานช่วยเหลือประชาชน ระหว่างนี้เลขาธิการ คสช.ได้ประสานงานกับคณะกรรมการกฤษฎีกาในการพิจารณาคำสั่งที่มีอยู่ทั้ง 62 ฉบับ ว่า ควรจะยกเลิก และคงไว้ฉบับไหนบ้าง

                “มาตรา 44 ซึ่งให้อำนาจหัวหน้า คสช.ในการออกคำสั่ง คสช. สังคมมักมองว่าเป็นของแสลง แต่ในความเป็นจริง นายกรัฐมนตรีไม่ได้อยากใช้เลย แต่ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ หน่วยงานเป็นคนเสนอให้ใช้ ล่าสุดท่านนายกฯ ให้นโยบายว่าถ้าไม่จำเป็นให้ยกเลิกไปเลย แต่บางเรื่องต้องคงไว้ เช่น การจัดระเบียบเรือประมง ถ้ายกเลิกไปอาจจะเป็นปัญหา ก็คงไว้ก่อน แต่ในคำสั่งที่เกี่ยวกับการรักษาความสงบฯ คงยกเลิกทั้งหมด เพราะเหลือไว้แค่ฉบับเดียวก็เป็นจุดให้กลุ่มเคลื่อนไหวถูกโจมตีได้ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายปกติที่มีอยู่ก็เชื่อว่าจะสามารถดูแลสถานการณ์ได้” แหล่งข่าวคสช.ระบุ

                คณะที่การจัดระเบียบสังคมที่ คสช.ได้บุกเบิกดำเนินการไว้ ซึ่งเป็นส่วนที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของ คสช.โดยตรง เพราะมีส่วนที่ชอบ และไม่ชอบ คสช. โดยเฉพาะส่วนที่ “ไม่ชอบ” ก็คือคนที่หาเช้ากินค่ำ ที่ต้องเข้าสู่ระบบตามกฎหมาย พอใจที่จะจ่ายค่า “ส่วนเกินทางเศรษฐกิจ” ที่มีกลุ่มมาเฟียหากินจากส่วนต่างมานาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำมาหากิน

                “ค่าต๋ง” ที่หายไปในช่วง คสช. เพราะมีทหารภายใต้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เข้าไปประกบหน่วยงานปกติให้เข้มงวดกวดขันกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วง 2 ปีหลังที่หน่วยงานรับไปดูแล และ ทหารเป็นแค่พี่เลี้ยง แต่กระนั้นการวางแนวทางเพื่อไม่ให้กลุ่มมาเฟียที่หลบอยู่ใต้ดินกลับมา รัฐบาลก็พยายามปูทางให้ กอ.รมน.เข้ามารับไม้ต่อ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะเจ้าพนักงานทำงานอย่างเต็มที่

                ในขณะที่ กอ.รมน.คงสภาพการทำงานในรูปแบบรวมการคณะทำงานในแต่ละพื้นที่ดำเนินการมาตลอด 5 ปี เพื่อให้เดินหน้าต่อภายใต้กลไกของ กอ.รมน.เข้าไปรับไม้ต่อ เพราะหากดูจากช่วงส่งต่องาน ก็จะเห็นถึงช่องว่างในแต่ละพื้นที่ที่หน่วยงานรับผิดชอบ ขณะที่ “คนมีสี” ก็เริ่มกลับเข้าสู่วงการ ฟื้น “ค่าต๋ง” ให้กลับคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง

                ไม่ว่าจะเป็นเหตุของวินจักรยานยนต์ ที่เกิดเหตุการณ์ทะเลาวิวาทจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ที่แม้จะมีการขึ้นทะเบียน แต่ก็ปรากฏว่าผู้ที่เป็นสมาชิกในวินดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและมีทะเบียนผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะถูกต้องหรือไม่ หรือแม้กระทั่งกรณีการปล่อยปละละเลยให้มีการทิ้งขยะในลำน้ำสาธารณะ จนกระทบต่อผู้อยู่อาศัยริมคลอง จนต้องมีการร้องเรียนไปยังรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลเรื่องดังกล่าวให้จัดการ  

                น่าสนใจว่า จากนี้การจัดระเบียบสังคมที่ คสช.ทำไว้ด้วยพื้นฐานของการไม่คำนึงถึงคะแนนนิยม จะต้องกลับไปเริ่มนับใหม่หรือไม่ และต้องบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากแนวทางที่ได้ทำมาตลอด 5 ปี. 


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'