นายกพอใจราคาปาล์มขยับ ชาวสวนหนุนการค้าภายใน


   

 นายกฯ พอใจราคาปาล์มขยับสูงขึ้นจากมาตรการรัฐ แจงห้างขึ้นราคาน้ำมันขวดตามต้นทุนจริง ปัดทำผู้บริโภคเดือดร้อน พาณิชย์ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมมือแก้ปัญหาจนผ่านวิกฤติ 

    เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พอใจที่ราคาปาล์มสดปรับตัวสูงขึ้นจาก 1.80 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เป็น 3.20-3.50 บาทต่อ กก. และราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับขึ้นจาก 15 บาท เป็น 20 บาท โดยเป็นผลจากมาตรการของภาครัฐ เช่น การนำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้า, การส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถบรรทุกขนาดใหญ่  เป็นต้น
    ทั้งนี้ คาดว่าราคาปาล์มสดอาจปรับขึ้นไปถึง กก.ละ 4 บาท หากมีการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B10  และ B20 เพิ่มขึ้น ขณะที่สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินนั้นลดลงจาก 400,000 ตัน เหลือ 300,000 ตัน  ซึ่งใกล้เคียงกับระดับที่ควรสำรองไว้ 250,000 ตัน
    ส่วนกรณีห้างสรรพสินค้าบางแห่งติดป้ายขึ้นราคาขายน้ำมันปาล์มอีกขวดละ 10 บาท โดยระบุว่าสนับสนุนนโยบายของกรมการค้าภายในนั้น ความจริงภาครัฐเพียงขอความร่วมมือปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงเมื่อราคาปาล์มสดเพิ่มขึ้น ไม่ได้ต้องการทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน เพราะการขายต่ำกว่าทุนถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย บิดเบือนกลไกตลาดและทำลายคู่แข่ง
    "นายกฯ อยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงเหล่านี้ เพราะถ้าหากกดราคาน้ำมันปาล์มขวด  จะทำให้ราคาปาล์มสดตกลงไปเหมือนเดิม เนื่องจากโรงงานสกัดน้ำมันที่ขายให้ห้างสรรพสินค้าจะไม่สามารถรับซื้อผลปาล์มในราคาที่สูงได้ ผลกระทบจะตกอยู่กับเกษตรกร และมาตรการของรัฐที่ทำไปก็จะเปล่าประโยชน์" รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ 
    ที่กระทรวงพาณิชย์ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงภายหลังการหารือกับผู้เกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ประกอบด้วย โรงสกัด/โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง   ห้างสรรพสินค้า ตัวแทนเกษตรกร และหน่วยงานที่นำปาล์มน้ำมันไปใช้ประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาปาล์มตกต่ำว่า กรมการค้าภายในพอใจระดับหนึ่งที่ล่าสุดราคาผลปาล์มปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.50 บาท/กก. และราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อยู่ที่ 19.50-20.00 บาท/กก. และยืนยันว่าขณะนี้ราคาผลปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่เกิน 3 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว มีเพียงผลปาล์มไม่สุกสีเขียวที่ระดับน้ำมันต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และพื้นที่ปลูกอยู่ไกลจากโรงงานเสียค่าขนส่งเท่านั้นที่ไม่ถึง 3 บาทต่อกิโลกรัม จากที่ก่อนหน้านี้ราคาต่ำกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ เป็นผลจากความร่วมมือทุกฝ่ายที่ใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น   
    ขณะที่สถานการณ์สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบปรับลดลง จากเคยมีปริมาณมากกว่า 300,000 ตัน ล่าสุดเหลือเกือบ 300,000 ตัน ซึ่งกรมการค้าภายวางใจระดับหนึ่งเท่านั้น จะวางใจสถานการณ์ได้จริงๆ ก็ต่อเมื่อระดับสต๊อกปาล์มน้ำมันดิบลดลงอยู่ในระดับ 250,000 ตันเท่านั้น โดยจะใช้เวลาบริหารจัดการประมาณ 3 เดือนนับจากนี้ไป ซึ่งกรมการค้าภายในจะเดินหน้าบริหารจัดการปาล์มน้ำมันเพื่อเพิ่มการใช้  CPO มากขึ้น ทั้งเพิ่มสถานีบริการน้ำมันจำหน่ายน้ำมันดีเซล ซึ่งปัจจุบันมีสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน  B20 จำนวน 1,113 แห่ง จะเพิ่มเป็น 2,000 แห่งภายใน 2 เดือนนับจากนี้ รวมทั้งยังสนับสนุนการใช้น้ำมัน B100 ในภาคเกษตรกร โดยตั้งเป้าหมายการผลิตอยู่ที่ 9 ล้านลิตร/วัน (ปัจจุบันการผลิต 7.68  ล้านลิตร/วัน) จากบริษัทผู้ผลิต 14 บริษัท ซึ่งจะสามารถดูดซับน้ำมันปาล์มดิบจากระบบได้ถึง 2.82  ล้านตัน/ปี     
    อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในมีความเป็นห่วงว่าหลังจากราคาปาล์มน้ำมันในไทยปรับสูงขึ้น จะมีการลักลอบนำเข้าปาล์มน้ำมันจากต่างประเทศตามแนวชายแดน ดังนั้นจะประสานไปยังกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคงเพื่อดูแลต่อไป
    สำหรับการเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบในประเทศที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น ดูดซับผลผลิตน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกจากตลาดไปผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งระยะที่ 1 ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 160,000 ตันไปผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งรับมอบเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนเมษายน และระยะที่ 2 ตั้งเป้าหมาย 200,000 ตัน ซึ่งมีการเสนอขายน้ำมันปาล์มดิบ 66,250 ตัน รวมแล้ว กฟผ.ดูดซับน้ำมันปาล์มออกจากระบบกว่า 226,250 ตัน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 โดยขณะนี้สามารถใช้ในรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถกระบะที่ค่ายรถยนต์ให้การรับรองแล้ว   835 รุ่น และรถโดยสารสาธารณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด  (บขส.) 2,075 คัน โดยราคาจำหน่ายต่ำกว่าราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 5 บาท/ลิตร ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาราคาปาล์มตกต่ำจนสามารถผ่านช่วงวิกฤติมาได้
     "ขอชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบและเข้าใจเจตนารมณ์ว่า กรมการค้าภายในไม่ได้มีคำสั่งหรือบังคับให้ห้างปรับราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสูงขึ้น เป็นเพียงการขอความร่วมมือให้สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ จำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดราคาที่สอดคล้องกับต้นทุน และคำนึงถึงผลกระทบต่อราคาผลปาล์มที่เกษตรกรขายได้เท่านั้น ส่วนโรงงานสกัดก็ขอให้เสนอราคาที่สอดคล้องกับราคาผลปาล์ม โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กลไกตลาดปาล์มทั้งระบบในประเทศอยู่ในภาวะสมดุล"  นายวิชัยระบุ
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย และกลุ่มชาวสวนปาล์มภาคกลาง ได้เดินทางมาขอบคุณและให้กำลังใจอธิบดีกรมการค้าภายใน ภายหลังรัฐบาลขอความร่วมมือให้ห้างสรรพสินค้าหยุดทำโปรโมชันจำหน่ายน้ำมันปาล์มในราคาต่ำ
    นายมนัสเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าหารือกับนายวิชัยมาตลอดและขอให้ตรวจสอบเรื่องห้างขายราคาต่ำๆ เพราะไม่เป็นผลดีต่อราคาผลปาล์ม เพราะบางห้างบางยี่ห้อบิดเบือนราคาขายเหลือแค่ 24  บาทจาก 33 บาท นอกจากนี้เตรียมเสนอกรมฯ ให้เข้มงวดโรงสกัดที่รับซื้อปาล์มจากเกษตรกร ให้มีการติดตั้งมิเตอร์วัดค่าเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์ม เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.นี้ กรมฯ จะบังคับให้โรงงานรับซื้อปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์ไม่ต่ำกว่า 18% เพราะที่ผ่านมารับซื้อราคาต่ำ โดยระบุว่าเกษตรกรนำผลปาล์มเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำมาจำหน่าย แต่หลังจากนี้หากเปอร์เซ็นต์ได้เกิน 18% ก็ควรได้ราคาสูงกว่าราคาแนะนำ.
    


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?