แพทย์เตือนกระแสน้ำปั่น"ขึ้นฉ่าย สาย ฝ "ระวังได้รับ “โพแทสเซียม” เกิน เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น


   

 

18มิ.ย.62-ตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่า มีกระแส "ขึ้นฉ่ายสาย ฝ. "หรือขึ้นฉ่ายฝรั่ง (เซเลอรี่) สามารถดีทอกซ์ร่างกายได้ พร้อมคุณประโยชน์อีกหลายประการ จนมีคนนำไปปั่นเป็นน้ำผักรับประทานกันอย่างแพร่หลาย นั้น นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่าผักและผลไม้หลายชนิดเป็นแหล่งของแร่ธาตุหลายชนิด อาทิ เซลีเนียม ทองแดง แมกนีเซียมและโพแทสเซียม ซึ่งแร่ธาตุ “โพแทสเซียม” นี้มีผลต่อร่างกายคือ ช่วยคุมของเหลวในและนอกเซลล์ คุมความดันโลหิต ปรับสมดุลย์แร่ธาตุโซเดียม นำพากระแสประสาท ช่วยคุมประสาทและการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ แต่ถ้าได้รับมากเกินไปอาจเป็นอันตรายโดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคประจำตัวที่ต้องระวัง “โพแทสเซียมเกิน”

 

“ภาวะ “โพแทสเซียมทำพิษ” ทำให้ชีวิตเปลี่ยน อาจเกิดได้ในหลายกรณีเช่น ท่านที่มีปัญหาในการขับโพแทสเซียม อย่างโรคไตวาย หลังได้รับยาเคมีบำบัด ประสบอุบัติเหตุกล้ามเนื้อบาดเจ็บ (โพแทสเซียม 80%อยู่ในกล้ามเนื้อ) กินยาลดความดัน (ACEI , ARB) หรือท่านที่มีปัญหาโรคหัวใจซึ่งต้องจำกัดโพแทสเซียม และการที่โพแทสเซียมมากเกินไปทำให้เกิดอันตรายคือ ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ เพลีย หมดเรี่ยวแรง คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บแน่นอก หายใจลำบาก หัวใจหยุดเต้น หากระดับโพแทสเซียมสูงขั้นวิกฤติ” นพ.กฤษดา กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม นพ.กฤษดา ย้ำว่า แม้ไม่ต้องถึงขั้นต้องกังวลแต่เพื่อความไม่ประมาทจึงควรทราบชนิดของผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุชนิดนี้ซึ่งนอกจาก “กล้วย” และ “มะเฟือง”แล้วยังมีที่ใกล้ตัวหรือบางทีคาดไม่ถึงอีก 10 ชนิดคือ อโวคาโด มันเทศ ปวยเล้ง แตงโม น้ำมะพร้าว ถั่วขาว ถั่วดำ ถั่วแระญี่ปุ่น มันฝรั่ง ผลไม้แห้ง เช่น ลูกเกด แอปริคอตแห้ง

 

 

 

 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว