สกัดแผนยุมวลชนลงถนน เตือน‘ฮ่องกง’ต่างจากไทย


   

 นายกฯ ขอคนไทยให้ความสำคัญประชุมอาเซียน อย่ามัวขัดแย้งกันเอง "บิ๊กป้อม" คุมแผน รปภ.เข้ม ซ้อมรับมือฉุกเฉินทางบก-เรือ-อากาศ  "โฆษกกลาโหม" มั่นใจการเมืองไม่ปลุกม็อบลงถนน ชี้สถานการณ์ไทยต่างจากฮ่องกง เชื่อทุกปัญหามีกลไกสภาแก้ไข "พท." วางเกมฝ่ายค้านทั้งใน-นอกสภา "อนค." ชวน ปชช.จับตาศาล รธน.ตัดสินคดี 411 ส.ส.รัฐบาลถือหุ้นสื่อ 19 มิ.ย.นี้

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนว่า ตนให้ความสำคัญ ทุกคนต้องสนใจเรื่องนี้ เพราะต้องร่วมมือกันทั้งหมด ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล สู่ความยั่งยืน นี่คืออนาคตของประเทศไทย การประชุมครั้งนี้จะมีข้อสรุปต่างๆ หลายประเด็นตามเสาหลักของอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม และวัฒนธรรม แต่วันนี้ต้องเน้นเรื่องเศรษฐกิจด้วย เพราะเศรษฐกิจกำลังมีปัญหา จึงต้องหารือกันในเวทีอาเซียน 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังมีการประชุมช่วงปลายปี ซึ่งตอนนี้เราเป็นประธานอาเซียนมา 6 เดือนแล้ว มีการประชุมมาหลายครั้ง รวมทั้งปีจะมี 180 การประชุม ทั้งระดับรัฐมนตรี ระดับผู้เกี่ยวข้อง ก็ไปหาข้อสรุปเพื่อนำมาหารือในการประชุมกลางปี ส่วนปลายปีก็จะทบทวนว่าผลที่ได้รับมาเป็นอย่างไรบ้าง จะสานต่อไปสู่การเป็นประธานอาเซียนของประเทศอื่นต่อไปในอนาคตอย่างไร
    “นี่คืออนาคตของเรา ศักยภาพเรามีเยอะแยะ ถ้าเราขัดแย้งกันมากๆ ในประเทศ ต่างประเทศมันก็เดินไม่ได้ แล้วใครเสียประโยชน์ ก็คนไทย ประเทศไทยเสียประโยชน์ทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวว่า การประชุมอาเซียนจะมีผลต่อไปในการประชุมจี 20 ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 27-28 มิ.ย.นี้ ซึ่งตนต้องไปร่วมประชุมในฐานะประธานอาเซียน เพื่อจะนำผลลัพธ์จากการประชุมอาเซียนไปขับเคลื่อนในการประชุมจี 20 ที่มีมูลค่าการค้าในโลกคิดเป็น 60-70 เปอร์เซ็นต์ของโลก 
    ขณะที่ พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รายงานเรื่องแผนการรักษาความปลอดภัย เตรียมไว้ทั้งทางบก ทางเรือ และอากาศ รวมถึงมีการซักซ้อมการปฏิบัติแล้ว หากเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ซึ่งการประชุมอาเซียนในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ ได้ดำเนินการจัดทำเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังได้รายงานด้วยว่าฝ่ายพิธีการที่ดูแลก็เตรียมการเรียบร้อย รวมถึงฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็เรียบร้อยแล้วเช่นกัน  
    "ฉะนั้นก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่จะห่วงเรื่องการจราจรว่าอาจจะมีผลกระทบกับประชาชนที่ใช้จะใช้รถยนต์สัญจรไปมา" ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความพยายามของกลุ่มการเมืองที่จะปลุกม็อบให้ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนว่า ถ้าเป็นม็อบที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นความตื่นตัวของการมีส่วนร่วมของคนหลายกลุ่ม หลายวัย ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมือง เราไม่ควรผลักไสให้ใครไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เพราะทุกคนก็รักประเทศชาติ 
    ถามว่า มีบางฝ่ายพยายามนำโมเดลการชุมนุมเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ฮ่องกง มาจุดกระแสในประเทศไทย พล.ท.คงชีพกล่าวว่า เงื่อนไขมีความแตกต่างกัน หากเราให้ข้อมูลครบถ้วนไม่บิดเบือน ด้วยใจเป็นกลาง ก็จะเข้าใจสังคมไปในทิศทางเดียวกัน ประเทศไทยยังไม่มีอะไรเสียหาย แต่เราห่วงว่าจะมาเคลื่อนไหวให้เป็นภาพลบกันเท่านั้นเอง 
    "เชื่อว่าทุกพลังเป็นพลังบวก ถ้าได้หาจุดลงตัวและเข้าใจถึงความตั้งใจของทุกฝ่าย ทุกวัย จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไป เพราะการคิดต่างเป็นเรื่องปกติ แต่สุดท้ายต้องยึดกฎกติกาสังคมและกฎหมาย ไม่เช่นนั้นสังคมอยู่ไม่ได้ จะใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลและกฎหมายไม่ได้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายตั้งหลักให้ดี" พล.ท.คงชีพกล่าว
    โฆษกกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า ไม่กังวลช่วงรอยต่อที่ยังไม่มีรัฐบาล อาจมีการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เพราะสังคมอยู่ในกรอบกฎหมาย นโยบายยังเป็นการสานต่อ ไม่ได้เป็นนโยบายที่สร้างผลทางลบกับใคร ยกเว้นไปกระทบกับผู้ที่เสียประโยชน์จริงๆ กลุ่มเหล่านั้นก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ภายใต้กรอบกติกา 
    ซักว่ากลุ่มเคลื่อนไหวหวังผลในการล้มรัฐบาลหลังจากไม่มี ม.44 ใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพกล่าวว่า ตนไม่ได้มองอย่างนั้น วันนี้มีกลไกสภา จึงอยู่ในกรอบของสภา ที่สามารถพูดคุยกันได้ เชื่อว่าการทำงานของพรรคการเมืองคงไม่มีพรรคการเมืองใดที่มีความประสงค์จะเคลื่อนไหวมาเพื่อล้มรัฐบาลนอกสภา ก็ขอให้ใช้กลไกในสภาทำงานการเมืองให้เห็นว่าสมาชิกในสภาได้ปรับเปลี่ยนการทำงานการเมืองแบบใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ
    วันเดียวกัน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย, นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค ประชุมร่วมกับ ส.ส. เพื่อวางแนวทางการทำงานในฐานะฝ่ายค้าน 
    นายภูมิธรรมกล่าวระหว่างประชุมตอนหนึ่งว่า ทั้ง 7 พรรค 246 เสียง ยังจับมือกันเหนียวแน่น ยืนยันจะทำงานร่วมกันใน 2 เรื่องใหญ่ คือ 1.การแต่งตั้งวิปฝ่ายค้านจากทั้ง 7 พรรค อัตราส่วนจำนวน ส.ส. 10 คนต่อวิป 1 คน ซึ่งในส่วนของพรรค พท. มี 136 ส.ส. จะมีวิป 14 คน อนาคตใหม่ 8 คน เป็นต้น 2.การประชุมสภาที่จะมี 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เราไม่ได้มุ่งทำงานในสภาเพียงอย่างเดียว ยังมีการทำงานร่วมกับภาคประชาชน โดยการจัดตั้งคณะทำงานนอกสภาที่จะประสานการทำงานด้านวิชาการร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลต่อไป 
    "ประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นข้อตกลงร่วมกันเห็นว่าเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งจะมีการทำความเข้าใจกับสังคม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป" เลขาฯ พรรค พท.ระบุ
    ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรค อนค. แถลงถึงการติดตามคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล กรณีถือหุ้นสื่อ ตามมาตรา 98 (3) ที่ถูกส่งไปศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า เรากำลังติดตามบรรทัดฐานการพิจารณาของ 41 ส.ส. ซึ่งหากเทียบกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ที่ศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาและสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ภายใน 7 วัน ถ้ากรณีของ 41 ส.ส. ไปในทิศทางเดียวกัน ภายในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ก็ต้องมีคำสั่งเช่นเดียวกัน 
    นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า การเมืองเก่าใช้ช่องทางตามกฎหมายโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างที่เคยทำ ซึ่งอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยกับการใช้สาระในใบบริคณห์สนธิ ฐานประกอบกิจการสื่อมาโจมตีกัน เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายมีไว้เพื่อไม่ให้ ส.ส.ครอบงำสื่อ ไม่ใช่กำหนดอยู่ในแบบฟอร์ม แต่ไม่ได้ทำ ซึ่งกรณีนายภูเบศวร์นั้น ชัดเจนว่าทำเรื่องรับเหมาก่อสร้าง กรณีของนายธนาธรนั้น โอนหุ้นแล้ว แตกต่างกับกรณีของ 41 ส.ส. ที่ชัดเจนว่ายังคงถือหุ้นบริษัทตามที่กำหนดในใบบริคณห์สนธิ ทั้งที่เข้าทำหน้าที่ ส.ส.แล้ว 
    "การร้องเรียนทั้งหมดต้องการทำเพื่อให้ผู้มีอำนาจเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น และต้องการให้ประชาชนเห็นถึงบรรทัดฐานของกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีท่าทีอย่างไรต่อไปนั้น ต้องรอดูวันที่ 19 มิ.ย.นี้ว่าจะมีผลออกมาอย่างไร" รองโฆษกพรรค อนค.กล่าว. 
 


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'