ปตท.สผ.ขายหุ้นกู้ 15,000 ล้านบาท 


เพิ่มเพื่อน    


 ปตท.สผ. ออกและเสนอขายหุ้นกู้ มูลค่า 15,000 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ในประเทศไทย โดยมีแผนจะนำเงินที่ได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและชำระหนี้ที่ครบกำหนด 


20มิ.ย. 62 -นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ดำเนินการโดยบริษัท ปตท.สผ. ศูนย์บริหารเงิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. โดยได้ออกหุ้นกู้ ประเภทไม่ด้อยสิทธิและมีผู้ค้ำประกัน ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีมูลค่าที่เสนอขาย จำนวน 15,000 ล้านบาท มีอายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนในปี พ.ศ. 2565 ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปีร้อยละ 2.26 การออกหุ้นกู้ครั้งนี้ ปตท.สผ. เป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ทั้งจำนวน 

 “การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่ ปตท.สผ. เสนอขายหุ้นกู้ในประเทศไทย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากมียอดจองซื้อสูงกว่า 3 เท่า และเป็นหุ้นกู้เอกชนที่มียอดจองซื้อต่อรุ่นสูงสุดในปี 2562 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อ ปตท.สผ. โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ปตท.สผ. จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้งชำระหนี้หุ้นกู้อื่น ๆ ที่ครบกำหนด” นายพงศธร กล่าว

นอกจากนี้ การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ออกโดยบริษัทที่เป็นศูนย์บริหารเงินโดยเฉพาะ (Standalone Treasury Center) เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุน และถือเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน 
 ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้ทำการขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “AAA แนวโน้มคงที่” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และมีธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพฯ ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย


ก็พลอยปีติยินดีไปด้วย......กับพี่น้องชาวใต้ "นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา" ที่มีโอกาสได้รับเสด็จ"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" พระผู้ซึ่งเป็นแก้วตา-ดวงใจของมวลพสกนิกรไทยทั้งมวล

ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'