“บางกระเจ้า” นำร่องติดตั้ง BOOM แก้ขยะลอยน้ำทะลักสู่ทะเล


   

พื้นที่บางน้ำผึ้ง หมู่ที่ 3 ท่าเรือแลพระนคร ติดตั้งทุ่นกักขยะ(BOOM) ที่เป็นมาตรฐาน

 

 

     การเผชิญปัญหาบริหารจัดการขยะไม่มีประสิทธิภาพ  ส่งผลให้เกิดขยะตกค้างจำนวนมหาศาลไหลบ่าจากแม่น้ำสู่ทะเลถือเป็นวาระสำคัญต้องต่อสู้เพื่อลดปริมาณขยะออกสู่ท้องทะเลไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะที่ลอยทะลักมาตามแม่น้ำ

    วิกฤตนี้กำลังเกิดขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยาสะท้อนผ่านผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน พบว่า ปากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณขยะไหลผ่านถึง  1,425 ตันต่อปี    ตอกย้ำไทยติดอันดับ6 ของโลกที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ท้องทะเลมากที่สุดเป็นอันดับที่ไม่น่าภาคภูมิใจ

     ปากแม่น้ำเจ้าพระยาในฐานะทางออกของมวลขยะลงสู่ทะเลเกิดโครงการนำร่องในการบริหารจัดการขยะลอยน้ำจากการขับเคลื่อนของภาครัฐภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อลดปริมาณขยะลดผลกระทบของขยะทะเลที่ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงสัตว์ทะเลหายาก  โดยมีพิธีลงนามความร่วมมือ(MOU) โครงการจัดการขยะลอยน้ำด้วยทุ่นกักขยะ(BOOM) บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตำบลบางน้ำผึ้งหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 จ.สมุทรปราการ ระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมการท่องเที่ยว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง และบริษัท มั่นคงเคหะการจำกัด (มหาชน)  ตลอดจนพิธีมอบเรือยนต์เก็บขยะและทุ่นกักขยะเมื่อวันก่อน ณ อบต.บางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ 

 

5 องค์กรผนึกกำลังแก้ปัญหาขยะลอยน้ำปากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลงสู่ทะเล

 

     ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ขยะทะเลมีผลต่อการตายของสัตว์หายากทั้งพันตามตัวของสัตว์ทะเลและจากการกินเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร  ทั้งยังกระทบระบบนิเวศปะการังป่าชายเลน  ชายหาดอีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์ทะเลและมนุษย์รวมถึงได้รับสารพิษจากขยะและไมโครพลาสติกด้วยไทยติดอันดับต้นๆปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลผ่านทางแม่น้ำสายหลักซึ่งขยะทะเลส่วนใหญ่มาจากบนบกลงสู่ทะเลผ่านทางแม่น้ำลำคลองทช. จึงมีโครงการติดตั้งทุ่นกักขยะบริเวณแม่น้ำลำคลองกว่า700 แห่งดำเนินการมาแล้วใน10 จังหวัดชายทะเล ทั้ง ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี  สงขลา ปัตตานี พังงา ภูเก็ตและสตูล ล่าสุดได้ขยายพื้นที่ติดตั้งทุ่นกักขยะเพิ่มเติมบนพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าปากแม่น้ำเจ้าพระยาลดขยะลอยน้ำที่จะไหลลงสู่ทะเล   

     “ การติดตั้งทุ่นกักขยะเป็นการช่วยแก้ปัญหาขยะกลางทางและลดปริมาณขยะไหลลงสู่ทะเลปัจจัยความสำเร็จของโครงการขึ้นกับทิศทางการไหลของน้ำจุดพิกัดติดตั้งที่สำคัญคือความร่วมมือของชุมชน  ผลศึกษาพบขยะที่ทุ่นกักได้เป็นขยะพลาสติกร้อยละ80 ฉะนั้นท้องถิ่นจะเปลี่ยนขยะพลาสติกให้มีมูลค่าได้อย่างไรต้องสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนซึ่งที่บางน้ำผึ้งจะมีศึกษาประสิทธิภาพของทุ่นกักขยะการใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติกผลักดันให้เป็นต้นแบบ“ ปิ่นสักก์ กล่าว 

 

 

 เรือยนต์เก็บขยะและทุ่นกักขยะบนพื้นที่บางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ  

 

      ขยะล้นชายฝั่งกลายเป็นปัญหาสุขภาวะและทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าที่ได้รับการยกย่องเป็น“โอเอซิสเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย”  สำเนาว์ รัศมิทัตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง กล่าวว่า พื้นที่คุ้งบางกระเจ้ามีสภาพเป็นป่าชายเลนทรัพยากรธรรมชาติมีความหลากหลาย  ถือเป็นปอดของคนกรุงเทพฯประกอบด้วย6 ตำบลซึ่งตำบลบางน้ำผึ้งเป็นหนึ่งในนั้นลักษณะพื้นที่เป็นคุ้งน้ำขนาดใหญ่คล้ายกระเพาะหมูโอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยากว่า15 กิโลเมตรมีเนื้อที่กว่า 12,000 ไร่ 

     ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในคุ้งบางกระเจ้านายกอบต.บางน้ำผึ้งอธิบายว่าส่วนใหญ่เป็นขยะลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการระบายน้ำจากคลองบางนาบริเวณวัดบางนานอกคลองบางอ้อคลองพระโขนงและขยะจากเรือลากจูงทรายเรือขนส่งที่มาจอดหยุดพักรอน้ำขึ้น-น้ำลง  บริเวณ ต.บางน้ำผึ้ง  ก่อนจะลอยทะลักเข้ามาในแม่น้ำจนบ้านเรือนที่อยู่รอบแม่น้ำเจ้าพระยาต้องทำตาข่ายกันขยะไม่ให้มุดเข้าใต้ถุนบ้าน 

 

บ้านเรือนรอบแม่น้ำเจ้าพระยาทำตาข่ายป้องกันขยะไม่ให้มุดเข้าใต้ถุนบ้าน 

 

     “ จุดที่ขยะพัดเข้ามาติดมากที่สุดคือพื้นที่หมู่ที่1 หมู่ที่2 และหมู่ที่3  ถ้าหัวน้ำขึ้นขยะจะลอยเป็นสายและเข้ามากองชายฝั่งอบต.บางน้ำผึ้งเห็นว่าทช.มีโครงการติดตั้งทุ่นกักขยะที่เป็นมาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำก็ประสานขอรับการสนับสนุนบางน้ำผึ้งเป็นพื้นที่แรกทดลองนำร่องถ้าได้ผลจะขยายในพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าส่วนแนวทางจัดเก็บขยะที่ทุ่นกักขยะอบต.บางน้ำผึ้งจะเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บขยะและคัดแยกขยะสัปดาห์ละ3 ครั้งพิจารณาจากปริมาณขยะทั้งยังบันทึกข้อมูลขยะที่คัดแยกตามแบบของกรมฯด้วย  “ สำเนาว์ กล่าวระหว่างพาไปสถานที่ติดตั้งทุ่นกักขยะหมู่ที่3 ตำบลบางน้ำผึ้งท่าเรือแลพระนครระยะวางทุ่นประมาณ100 เมตร

      บนกระเพาะหมูคุ้งบางกระเจ้ามีพื้นที่ติดตั้งทุ่นกักขยะหมู่ที่1 บริเวณร้านBangkok Tree House ระยะวางทุ่น100 เมตร   หมู่ที่2 บริเวณด้านล่างศาลาประชาคมระยะวางทุ่นประมาณ60 เมตรและหมู่ที่3 ท่าเรือแลพระนครหวังจะลดปริมาณขยะทะเลจากแหล่งต่างๆทั้งชุมชนชายฝั่งการประมงการท่องเที่ยวและกลุ่มวิสาหกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำรวมถึงสร้างจิตสำนึกลดขยะทะเล

     นอกจากร่วมมือตั้งทุ่นกักขยะแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วปัจจุบันอบต.บางน้ำผึ้งเดินหน้าจัดการขยะมูลฝอยรวมถึงขยะจากกิจกรรมการท่องเที่ยว  ซึ่งคุ้งบางกระเจ้าวันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงยอดฮิตของชาวไทยและต่างชาติ 

 

สำเนาว์ รัศมิทัต  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง

 

     นายก อบต.บางน้ำผึ้งบอกว่าในพื้นที่ต.บางน้ำผึ้งมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์มีนักท่องเที่ยวกว่าหมื่นคนมาเที่ยวตลาดน้ำและชมธรรมชาติพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าหากไม่มีการจัดการขยะที่ดีขยะจะล้นเมืองและลงแม่น้ำลำคลอง  อีกทั้งอบต.จะมีภาระค่าใช้จ่ายจัดการขยะสูงมากนำมาสู่แผนจัดการขยะแบบครบวงจรโดยขอความร่วมมือร้านค้าผู้ประกอบการตลอดจนชุมชนที่พักอาศัยริมคลองให้คัดแยกขยะ  เริ่มดำเนินการจริงจังเมื่อปี2560 

     “ ร้านค้าหรือบ้านเรือนแยกขยะเศษอาหารใส่ถุงท้องถิ่นจัดการโดยนำขยะเปียกมาหมักอัดเป็นปุ๋ยภายใน24 ชั่วโมงจะได้น้ำอีเอ็ม(EM) แล้วยังหมักเศษอาหารทำก๊าซชีวภาพใช้ในโรงเรียน  ส่วนตะกอนที่ตกก้นถังนำมาตากแห้งทำปุ๋ยเม็ดสำหรับใช้ในการเกษตร  ค่าบริหารจัดการขยะเฉลี่ยแล้ววันละ1,000 กว่าบาททั้งที่มี11 หมู่บ้านประชากรกว่า5,000 คนมีตลาดน้ำ  ปีนี้จะทำงานระดับครัวเรือนให้ครบทุกหมู่บ้านและขยายไปสู่โรงเรียนทำธนาคารขยะนำร่องที่โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอกและโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน  ปลูกจิตสำนึกลดขยะกับเด็กเยาวชนส่วนแนวทางจัดการขยะพลาสติกมีแผนจัดหาเครื่องย่อยเศษถุงพลาสติกเปลี่ยนเป็นกระถางต้นไม้สวยงาม  “   สำเนาว์กล่าวและฝากว่าการแก้ปัญหาขยะอย่าโทษกันไปมา  แต่ควรหาวิธีลดขยะที่แหล่งกำเนิดคุ้งบางกระเจ้านำร่องด้วยวิธีการจัดการขยะหลากหลายรวมถึงติดตั้งทุ่นกักขยะแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรักษาแม่น้ำลำคลองให้สะอาดดูแลบางกระเจ้าปอดของกรุงเทพฯ 

     ภาคเอกชนที่ร่วมมือจัดการขยะลอยน้ำ ดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าบริษัทฯให้ความสำคัญในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมอันเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาวะที่ดีหรือWell-being โดยได้สนับสนุนโครงการจัดการขยะลอยน้ำบริเวณปากแม่น้ำโดยทุ่นกักขยะ ณ อบต.บางน้ำผึ้ง โครงการนี้มีส่วนช่วยลดปริมาณขยะที่ล่องลอยจากฝั่งออกสู่ท้องทะเลและช่วยสัตว์ทะเลที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการกินขยะ

     “ บริษัทฯได้ตระหนักถึงปัญหาขยะที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นได้สนับสนุนทุ่นกักขยะพร้อมติดตั้งในพื้นที่อบต.บางน้ำผึ้งหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 3 พร้อมสนับสนุนเรือยนต์จัดเก็บขยะจำนวน 1 ลำ มอบให้อบต.บางน้ำผึ้งใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ของส่วนรวมในการบริหารจัดการขยะช่วยลดปริมาณขยะลอยน้ำลงสู่ทะเลและพื้นที่บางกระเจ้าและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นอีกด้วย” ดุษฎี ผู้บริหารบริษัท มั่นคงฯ กล่าวในท้ายถึงความมุ่งมั่นร่วมลดขยะทะเล

 

แกลลอรี่


เห็นแล้วตาร้อน! วานนี้ (๒๒ สิงหาคม) ป.ป.ช.เปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน ๔๑๔ ราย

ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"