5 ชาติอาเซียนรับความเปลี่ยนแปลง ยอมใช้แอพพลิเคชั่นเรียกรถสาธารณะ


   

การให้บริการรถขนส่งสาธารณะผ่านระบบแอพพลิเคชั่น  ที่ กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมาย หลังจากที่เล็งเห็นว่าโลกในยุคปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น  เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตเพื่อให้เกิดความสะดวก สบาย รวดเร็ว และปลอดภัย ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาทิ ระบบการเงิน ที่มีบริการ อี- แบงค์กิ้ง เข้ามาทดแทนการให้บริการการเงินแบบเดิมๆ สามารถโอนเงิน ซื้อขายสินค้าข้ามทวีปได้ด้วยปลายนิ้ว ระบบการค้าขายสินค้าและบริการต่างๆ รวมไปถึงการให้บริการขนส่งสาธารณะ 

 

หากศึกษาเรื่องการให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถรับส่งสาธารณะ ในภูมิภาคอาเซียน แล้วจะพบว่าในหลายประเทศมีการปรับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคเทคโนโลยีดิจิทัล ในหลายประเทศ 

ในประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายการคมนาคมทางบก กำหนดให้ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น  คนขับแท็กซี่แบบไม่เต็มเวลา (Private Hire Car Driver Vocational License - PDVL) โดยมีข้อกำหนดดังนี้  ต้องสอบใบอนุญาตวิชาชีพสำหรับรถรับจ้างส่วนบุคคล โดยต้องอบรมเป็นเวลา 10 ชั่วโมง , มีการต่อใบอนุญาตทุก 6 ปี , ติดสติกเกอร์ที่กระจกรถเพื่อยืนยันสถานะ , ใบอนุญาตวิชาชีพผู้ขับขี่รถรับจ้างส่วนบุคคลจะแตกต่างจากใบอนุญาตวิชาชีพผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในแง่รูปแบบการให้บริการ

 

เนื่องจากทางการสิงคโปร์ยืนยันว่าต้องรักษาพื้นที่ทำมาหากินให้แท็กซี่ในระบบเดิม จึงไม่อนุญาตให้รับผู้โดยสารที่จุดจอดแท็กซี่ หรือโบกรถริมถนนได้ , คนขับต้องอยู่ภายใต้กฎควบคุมเกี่ยวกับความปลอดภัยเช่นเดียวกับแท็กซี่ในระบบเดิม มีการหักคะแนนความประพฤติหากทำผิดกฎ   , บริษัทผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นต้องอยู่ในการกำกับดูแลของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น มีการรายงานข้อมูลของรถยนต์และคนขับ ข้อมูลเส้นทาง ให้ทางการรับทราบ

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางด้วยการเปิดบริการอำนวยความสะดวกคนขับที่ต้องการลงทะเบียนเต็มรูปแบบ โดยมีการผ่อนปรนข้อกำหนด จากเดิมสงวนไว้ให้พลเมืองสิงคโปร์เท่านั้นเป็นอนุญาตให้ผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานและทำงานกับบริษัทจัดหาคนขับรถสามารถมาถือ PDVL ได้ , ไม่บังคับอายุ (เดิมผู้ขับแท็กซี่ต้องมีอายุมากกว่า 30 ปี) , ต้องลงทะเบียนและตรวจสุขภาพภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 , ยืดระยะเวลาสอบใบขับขี่สาธารณะไปอีก 1 ปีจนถึง 30 มิถุนายน 2018 (โดยระหว่างนี้สามารถขับรถได้) , คนขับต้องสามารถพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้ , หากไม่มีงานประจำอื่น จะถูกบังคับให้ส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมด้วย

 

ประเทศสิงคโปร์ยังเปิดบริการอำนวยความสะดวกคนขับ ที่ต้องการลงทะเบียนเต็มรูปแบบ โดยคนขับจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ, อบรมการสอบใบขับขี่ช่วงวันหยุดและการสอบใบอนุญาติ รวมๆ มูลค่า 250 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2560 ขนส่งทางบกสิงคโปร์แถลงตัวเลขว่ามีใบสมัคร 39,000 คน และได้รับอนุมัติไปแล้ว 33,000 คน

 

สำหรับประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2016 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เปลี่ยนท่าทีเป็นการหาทางอยู่ร่วมกันระหว่าง บริการเรียกรถผ่านระบบแอพพลิเคชั่น และแท็กซี่เดิม โดยมีลักษณะเดียวกับประเทศสิงค์โปร์  เปิดให้คนทั่วไปมาประกอบอาชีพได้ แต่ก็เพิ่มมาตรการควบคุม ได้แก่ คนขับต้องใช้ใบขับขี่สาธารณะ (public service vehicle licence - PSV) ,ทำประกันรถให้ครอบคลุม , รถที่นำมาขับต้องมีการลงทะเบียนและตรวจสภาพ , ไม่มีการติดป้ายแสดงตัวบนรถ

 

ทั้งนี้รัฐบาลมาเลเซีย ได้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์สำหรับแท็กซี่เดิม โดยการให้มีรถแท็กซี่ราคาประหยัด , มีกองทุนสนับสนุนสำหรับรถแท็กซี่ใหม่ และเปิดทางให้คนขับเดิมเป็นเจ้าของรถเองได้จากเดิมที่ต้องสังกัดบริษัท

 

ส่งผลให้ วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 รัฐสภามาเลเซีย ผ่านร่างแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่  กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยการออกใบอนุญาตรถยนต์สาธารณะ จากการแก้กฎหมายดังกล่าว ประเทศมาเลเซีย ได้จัดประเภทธุรกิจใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับ Ride-Hailing โดยเฉพาะ ในชื่อ Intermediation Business License ซึ่งผู้ให้บริการ แอพพลิเคชั่นเรียกรถสาธารณะ จะต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจประเภทนี้

 

ส่วนในประเทศฟิลิปินส์ พบว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2558 นายโจเซฟ เอมิลิโอ อะบายา รัฐมนตรีกระทรวงการขนส่งและการสื่อสารของฟิลิปปินส์ ออกประกาศคำสั่งของกระทรวงฯ เกี่ยวกับการส่งเสริมการเดินทาง โดยผู้ขับขี่ ที่ต้องการรับงานจากบริษัทให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชันและอินเทอร์เน็ตจะต้องขึ้นทะเบียนกับบริษัทเหล่านี้ และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมปีละ 12 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 405 บาท) ให้แก่สำนักงานกำกับดูแล

 

ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2560 คณะกรรมการด้านการขนส่งทางบกฟิลิปปินส์ สั่งให้ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น เรียกรถเพื่อขนส่งสาธารณะ  ส่งรายชื่อคนขับทั้งหมดให้กับขนส่งทางบก และสั่งให้หยุดรับคนขับใหม่ หลังจาก เชื่อว่ามีคนขับจำนวนมากไม่มีใบอนุญาตขับรถขนส่งสาธารณะที่ถูกต้อง  โดยเชื่อว่ามีคนขับประมาณ 42,000 คน แต่มีคนขับที่ใบอนุญาตถูกต้องเพียง 15,400 คน  บริษัทที่ให้บริการแอพพลิเคชั่น ได้ยื่นหนังสือโต้แย้งคำสั่งนี้ทั้งสองบริษัทไม่ต้องการหยุดรับคนขับเพิ่มเติม โดยถูกปรับเป็นเงินประมาณ 1 แสนเหรียญ  ฐานปล่อยให้คนขับที่ไม่มีใบอนุญาตมาวิ่งให้บริการ

 

ในเดือน สิงหาคม พ..ศ.2560คณะกรรมการด้านการขนส่งทางบกฟิลิปปินส์ สั่งระงับการให้บริการบริษัทให้บริการแอพพลิเคชั่น สำหรับการเรียกรถบริการสาธารณะ เป็นเวลา 1 เดือน และให้ชดเชยรายได้แก่คนขับทั้งหมดในช่วงระงับการให้บริการ  หลังจากพบว่ามีการแอบรับคนขับเพิ่มซึ่งละเมิดคำสั่งห้ามรับคนขับใหม่หลังแจ้งลงทะเบียนแล้ว

 

ส่วนในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พบว่าในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2560  ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถขนส่งสาธารณะระดับโลก แห่งหนึ่ง เปิดให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร ที่ประเทศพม่า แต่รับเฉพาะแท็กซี่ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย  ซึ่งในย่างกุ้ง ขณะนั้นมีรถแท็กซี่ให้บริการอยู่แล้ว 70,000 คัน ทั้งที่ติดแอร์และไม่ติดแอร์ ทั้งที่มีและไม่มีเข็มขัดนิรภัย

 

เพียวมินเถ่ง มุขมนตรีภาคย่างกุ้ง กล่าวว่า "ผมขอต้อนรับผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีร่วมเดินทางจากสหรัฐอเมริกา ที่ขยายพื้นที่ให้บริการไปทั่วโลก รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ ผมเชื่อมั่นว่า บริการนี้จะช่วยให้พม่า กลายเป็นตลาดที่น่าดึงดูดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการให้บริการด้านความปลอดภัยและเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรรวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการให้บริการจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถขนส่งสาธารณะ จะเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพม่าและสหรัฐอเมริกา"

 

สำหรับประเทศอินโดนีเซีย  รัฐบาลประกาศกฎควบคุมแอพเรียกรถโดยสารตั้งแต่ต้นปี 2559 และมีผลบังคับใช้เดือนเมษายน 2560 โดยเป็นข้อบังคับทั่วไป เช่น ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ต้องนำรถไปตรวจสภาพเพิ่ม รัฐบาลท้องถิ่นกำหนดราคาขั้นต่ำและสูงของแอพเรียกรถและจำกัดปริมาณรถ

 

กลับมาที่เมืองไทยดัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยกล่าวถึงเรื่อง แอพพลิเคชั่นให้บริการรถรับส่งสาธารณะ เอาไว้ว่า มั่นใจว่าการเรียกรถโดยสารสาธารณะผ่านระบบแอพพลิเคชั่น จะไม่เกิดความขัดแย้งระยะยาวกับผู้ขับรถแท็กซี่สาธารณะที่ถูกกฎหมายอยู่แล้ว เพราะทั้ง 2 อาชีพมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน  

 

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นให้บริการรถรับส่งสาธารณะ  คือทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย แต่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น   ส่วนแท็กซี่สาธารณะ เป็นการบริการหลักเทียบจำนวนกันไม่ได้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ทับซ้อนกัน คนที่ทำให้เกิดความขัดแย้งคือผู้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น

 

 “การใช้บริการ แอพพลิเคชั่นเรียกรถรับส่งสาธารณ เรานั่งอยู่กับที่แล้วมีรถมารับถึงที่ เทียบกับเราใช้บริการแท็กซี่ ต้องเดินออกไปหน้าปากซอย  ลูกค้าคนละกลุ่มแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าทำความเข้าใจจริงๆ ไม่มีอะไรที่ทับซ้อนกันเลย อีกทั้งในทางกลับกันเราต้องการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีหนทางทำมาหากินมากขึ้น แก้ปัญหาปากท้องและเลี้ยงดูครอบครัวด้วยตัวเองได้” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวทิ้งท้าย


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'