ว่าด้วยสุขภาพกาย-ใจของผีบ้าบอล


   

 ช่วงระหว่างนี้...สุขภาพร่างกายของ อันตัวข้าพเจ้าเอง ออกจะกรอบเป็นข้าวเกรียบอย่างเป็นพิเศษ ด้วยเหตุเพราะต้องเจอกับรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลระดับชาติ หรือระดับโลก ถึง 3 รายการด้วยกัน ไล่มาตั้งแต่ โคปาอเมริกา ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ แอฟริกันเนชันส์คัพ เตะกันที่อียิปต์ และ ฟุตบอลโลกหญิง ที่แห่ไปฟาดแข้งกัน ณ ประเทศฝรั่งเศส...

                                                               ---------------------------------------------------

                คือ บอลโลกหญิง นั้น...ดูจะเริ่มถ่ายทอดกันประมาณแถวๆ สี่ทุ่ม-ห้าทุ่ม แต่บางคู่ก็เลยไปถึงประมาณตีสอง แม้ว่าการดู ผู้ฉิง เตะบอล ออกจะเป็นอะไรที่น่าหดหู่อยู่พอสมควร แต่เมื่อมันต้องเตะกันในระดับโลก ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ รวมทั้งชาติไทย อย่าง ชบาแก้ว ของเราด้วยที่ต้องตกรอบไปแล้ว ดูไป-ดูมา เตะไป-เตะมา มันก็พอเมามันซ์ซ์ซ์ในอารมณ์อยู่มั่งไม่มากก็น้อย แม้บางคู่จะเลยไปถึงตีสอง แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะต้องเอาไม้จิ้มฟันถ่างตา ดูแบบหลับๆ-ตื่นๆ ไปตามสภาพ...

                                                                 ---------------------------------------------------

                ส่วนถ้าหากคู่ไหน จังหวะไหน เกิด ไม่มันซ์ซ์ซ์ ขึ้นมา...ช่วงใกล้ๆ กัน หรือประมาณใกล้ๆ เที่ยงคืนเป็นต้นไป ก็สามารถกดปุ่มเปลี่ยนช่องไปดู แอฟริกันเนชั่นส์คัพ ที่เตะกันยาวว์ว์ว์ไปถึงตีสี่ ตีห้าโน่นเลย โดยเฉพาะหลายต่อหลายประเทศในย่านแอฟริกา ก็มีนักบอลดังๆ ออกมาโชว์ลวดลาย โชว์ฝีเท้า ให้พอสนุกตื่นเต้ลล์ล์ล์ได้ไม่น้อย อย่างอียิปต์เจ้าภาพที่มีกองหน้าระดับเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำ พรีเมียร์ลีก อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แห่งทีมลิเวอร์พรุน (พูล) ออกมายิงนก ตกปลา พอให้หายคิดถึงหงส์แดง เป็ดแดง กันได้มั่ง...

                                                                 --------------------------------------------------

                คราวนี้พอใกล้ๆ ตีห้า หรือเลยไปถึงหกโมง เจ็ดโมงเช้า ช่วงจังหวะที่พระเริ่มใส่บาตร ก็ได้เวลาของ โคปาอเมริกา ที่ขนเอานักเตะระดับมนุษย์ต่างดาว อย่างเมสซ่ง เมสซี แห่งทีมชาติอาร์เจนตินา ไปจนถึงดาวดังๆ แห่งทีมชาติบราซิล แถมยังมีญี่ป่ง ญี่ปุ่น มีทีมชาติกาตาร์ ฯลฯ ถูกเชื้อเชิญให้มาร่วมเตะด้วย จนเป็นอะไรที่เมามันซ์ซ์ซ์เอามากๆ ชนิดแม้ไม้จิ้มฟันที่เอาไว้ถ่างตาจะทานน้ำหนักหนังตาไม่ไหว แต่ต้องยอมไปคว้าสากกะเบือมาค้ำยันหนังตา ไม่ให้หลับๆ-ตื่นๆ กันจนได้ ดังนั้น...เมื่อต้องเจอเข้ากับ 3 รายการ สดๆ-ซ้อนๆ เช่นนี้ สุขลักษณะ สุขภาพร่างกาย ของ ผีบ้าบอล อย่างอันตัวข้าพเจ้าเอง เลยเป็นอันต้องกรอบเป็นข้าวเกรียบไปด้วยประการละฉะนี้...

                                                                    ------------------------------------------------

                อย่างไรก็ตาม...ไม่ว่าสุขภาพร่างกายจะย่ำแย่ กรอบๆ เกรียบๆ ไปถึงขั้นไหน การถ่ายทอดสดฟุตบอล 3 รายการที่ว่านี้ อาจไม่ถึงกับมีผลต่อ สุขภาพใจ มากมายซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับข่าวคราวว่าด้วยรายการซื้อสโมสรฟุตบอลอังกฤษอย่าง คริสตัลพาเลซ มาเป็นของตัวเอง โดย นายใหญ่ แห่งพรรคเผาไทย ที่ว่ากันว่า...เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาแฟนบอลและไม่ใช่แฟนบอลกันเป็นจำนวนไม่น้อย มีทั้งตื่นเต้น ตกใจ ดีใจ เจ็บใจ แค้นใจ ฯลฯ วูบๆ ไหวๆ ไปตาม รสนิยม ของใครก็ของมัน ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็น แฟนทักษิณ หรือ ไม่ใช่แฟนทักษิณ...

                                                                  ---------------------------------------------------------

                พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ใช่แต่เฉพาะบรรดาพวก ผีบ้าบอล  เท่านั้น ที่หันมาให้ความสนใจในเรื่องนี้ รายการนี้ แม้แต่พวก บ้าการเมือง โดยทั่วไป ยังอดไม่ได้ที่จะต้องจับตาอย่างชนิดมิอาจกะพริบตา เพราะไม่เพียงแต่ถือเป็นการ เคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ หลังจากหายเงียบไปนานแสนนานเท่านั้น แต่การทุ่มเงินประมาณไม่น้อยกว่า 350 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 14,700 ล้านบาท เพื่อซื้อสโมสรฟุตบอลแห่งนี้มาเป็นของตัวเอง ยังถือเป็นการอวดโชว์ เป็นการแสดงพลัง ให้เห็นกันแบบจะจะ แจ้งๆ ว่าอย่างน้อยยี่ห้อ นายใหญ่ ซะอย่าง ก็ยังพอเหลือเงินติดเก๊ะ ติดก้นถุง พอทำให้ใครต่อใครต้อง อยู่ไม่เป็นสุข ได้อีกตราบนานเท่านาน...

                                                                  ------------------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ สุขภาพใจ ของผู้คนจำนวนไม่น้อย ต้องวูบๆ ไหวๆ กันไปพอสมควร แต่ถ้าว่ากันตาม ข่าวล่า-มาเรือ รายการซื้อสโมสรฟุตบอลอังกฤษคราวนี้ น่าจะออกไปทาง ข่าวปล่อย หรือ เฟกนิวส์ ซะมากกว่า เพราะมาถึงบัดนี้ ณ วินาทีนี้ ก็ยังไม่มีอะไรยืนยันอย่างเป็นชิ้น เป็นอัน อีกทั้งดูเหมือนว่าทางการอังกฤษเขาอาจจะเข็ดแล้ว ไม่เอาแล้ว มาตั้งแต่ครั้งการซื้อสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าจริงหรือเท็จ มันคงไม่ถึงกับส่งผลให้ สุขภาพใจ เกิดอาการฟูฟ่อง ล่องลอย เท่ากับข่าวคราวที่ประธานอาเซียน อย่าง บิ๊กตู่ ชิงตัดหน้าคว้าหัวใจแฟนบอลทั้งชาวไทยและอาเซียน ด้วยการเสนอตัวให้ประเทศไทยและอาเซียนทั้งมวล เป็น เจ้าภาพฟุตบอลโลก ในปี ค.ศ.2034 ...

                                                                   --------------------------------------------------------------

                คืองานนี้...ได้-ไม่ได้ก็ยังไม่รู้!!! แต่อย่างน้อย...ก็พอได้  โม้ เอาไว้ก่อน แถมสามารถโม้ได้อย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ โดยไม่ได้ออกไปทางข่าวปล่อย หรือเฟกนิวส์ เป็นเด็ดขาด เพราะถือเป็น มติอาเซียน อันมีประเทศไทยเป็นประธาน ที่พร้อมจะร่วมมือผลักดันกระบวนการดังกล่าวอย่างเป็นเอกภาพ ส่วนจะสำเร็จ-ไม่สำเร็จ คงต้องไปตามรัก ตามลุ้น กันอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ตามแบบฉบับยุทธศาสตร์ 15 ปี หรือ 20 ปีก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...น่าจะส่งผลให้ สุขภาพใจ ไม่ว่าผีบ้าบอล-ไม่บ้าบอลก็ตาม ฟูฟ่อง ล่องลอย กันไปมิใช่น้อย โดยไม่จำเป็นต้องควักกระเป๋านับเป็นล้านๆ ปอนด์แต่อย่างใด นี่...ต้องเรียกว่า อะไรจะช่างร้ายกาจ ช่าง บ็อกเซอร์ ไปได้ถึงปานนั้น...

                                                                      ------------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Japanese proverb... The wise man does not speak of all he does, but he dose nothing that he cannot speak of.- คนฉลาดจะไม่พูดถึงทุกสิ่งที่เขาทำ แต่เขาจะไม่ทำอะไรที่เขาพูดถึงไม่ได้...

                                                                      -----------------------------------------------------------

 


ท่าจะรอดยาก เรื่องตัวเองยังไม่รู้ แล้วจะให้คนอื่นเข้าใจได้อย่างไรกัน ครับ...วานนี้ (๑๘ ตุลาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน

ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"