รอยหยักของ "ธนาธร-ปิยบุตร"


   

 

    วานนี้ (๒๔ มิถุนายน) มีคนพูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครองกันหลายเวที

                แต่ ณ วินาทีนี้คนที่พูดแล้วน่าสนใจคงหนีไม่พ้นคู่หูดูโอ "เอก-ป๊อก"

                "ธนาธร-ปิยบุตร"

                ไปเปิดเวทีไกลหน่อย ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

                "ธนาธร" บอกว่า...

                "....ตลอด ๘๗ ปีที่ผ่านมา การสถาปนาอำนาจของพลเมืองยังไม่จบ ยังมีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่มีสิทธิ์มีเสียงเหนือกว่าประชาชนพลเรือนคนอื่น ยังมีเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ ยังถูกคุกคาม ถูกละเมิด นี่คือผลจากการที่เราไม่ช่วยกันปกป้องการอภิวัฒน์ หน้าที่พลเมืองที่สำคัญอย่างหนึ่งคือต่อต้านการรัฐประหาร และปกปกป้องประชาธิปไตย แต่เหมือนที่ผ่านมาเราหลงลืมกันไป..."

                "...ภารกิจ ๒๔๗๕ ไม่ใช่ล้มล้างสถาบันอย่างที่เราถูกใส่ร้าย เราเชื่อมั่นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะมั่นคงสถาพร เมื่อประชาธิปไตยเข้มแข็ง..."

                "ปิยบุตร" บอกว่า

                "...หลักรัฐธรรมนูญนิยม เริ่มแพร่หลายหลังการปฏิวัติอเมริกา เป็นรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรที่มีสาระสำคัญ คือการจำกัดอำนาจผู้ปกครอง ประชาชนเป็นผู้ก่อตั้ง เนื้อหาพูดถึงสถาบันการเมืองต่างๆ ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีการแบ่งแยกอำนาจ การประกันสิทธิเสรีภาพประชาชน ทุกสถาบันการเมืองมีอำนาจได้เท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด รัฐไม่อาจละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน

                หลักการนี้ดำรงอยู่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ แต่มาสะดุดหยุดลงหลังการรัฐประหาร ๒๔๙๐ และรัฐธรรมนูญถูกทำให้กลายมาเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจจนทุกวันนี้..."

                ครับ...ฟังดูดี

                แต่ก็มีคำถาม

                หากย้อนไปดูท่าทีของ "ธนาธร" ตั้งแต่ก่อนเล่นการเมืองจนถึงวันนี้ จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าโจมตี

                นั่นหมายความว่า ท่าทีปัจจุบันของ "ธนาธร" ไม่ใช่ของจริง

                จึงไม่แปลกที่ "ธนาธร" จะพูดว่า "ยังมีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่มีสิทธิ์เสียงเหนือกว่าประชาชนพลเรือนคนอื่น" จากนั้นก็บอกว่า "เชื่อมั่นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะมั่นคงสถาพร เมื่อประชาธิปไตยเข้มแข็ง"

                "ธนาธร" ไม่ได้พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์

                แต่เขาพูดถึงประชาธิปไตย หากมีความเข้มแข็ง สถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะมั่นคงสถาพร

                แล้วย้อนไปประโยคแรก กลุ่มอภิสิทธิ์ชนหรือใคร

                แน่นอน "ธนาธร" ไม่ได้หมายถึงนักการเมือง

                ส่วน "ปิยบุตร" พลาดในแง่ประวัติศาสตร์

                แน่ใจหรือว่าหลัง ๒๔๗๕ ราบรื่นจนถึง ๒๔๙๐ เพราะเกิดรัฐประหาร

                หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง สิ่งที่เกือบจะเกิดขึ้นทันทีคือ ความขัดแย้งในหมู่สมาชิกคณะราษฎร

                ๑๕ มีนาคม ๒๔๗๕ "ปรีดี พนมยงค์" เสนอเค้าโครงร่างเศรษฐกิจ ที่เรียกกันว่า "สมุดปกเหลือง" เพื่อให้พิจารณาใช้เป็นหลักสำหรับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ

                ๑ เมษายน ๒๔๗๖ มีพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร และงดใช้รัฐธรรมนูญเกือบทุกมาตรา เพื่อยึดอำนาจตัวเอง  

                เรียกกันว่า รัฐประหารโดยพระราชกฤษฎีกา เป็นรัฐประหารครั้งแรก

                ๒ เมษายน ๒๔๗๖ มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ตาม เป็นเครื่องมือในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งล้วนเป็นสมาชิกคณะราษฎรด้วยกันทั้งสิ้น

                เพราะ "ปิยบุตร" ยึดติดอยู่กับหลักรัฐธรรมนูญนิยม จึงหลงทิศหลงทาง เชื่อว่าหลัง "พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ" ยึดอำนาจจากรัฐบาล "พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" ในปี ๒๔๙๐ แล้วนำรัฐธรรมนูญฉบับใต้ตุ่มมาใช้ นั่นคือต้นกำเนิดการใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือการสืบทอดอำนาจมาจนถึงทุกวันนี้

                มันก็เหมือนการมองความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน ที่พรรคอนาคตใหม่ตัดตอนข้ามการปกครองโดยระบอบทักษิณ

                แล้วไปสรุปว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งคือการทำรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗

                ลองมองย้อนกลับไปดู หากหลัง ๒๔๗๕ ไม่มีความขัดแย้งในหมู่สมาชิกคณะราษฎร หากไม่เริ่มต้นด้วยการชิงอำนาจกันเอง

                วันนี้ประชาธิปไตยไทยคงเต็มใบมาหลายปีแล้ว.

 


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?