ดับฝันพ่อฟ้าซื้อเวลา ศาลรธน.ชี้ยืด30วันแจงหุ้นสื่อเพียงพอแล้ว/สว.ขู่ฟ้องเรืองไกร


   

 ดับฝัน "ธนาธร"! ศาล รธน.ไม่อนุญาตขยายเวลาแจงปมหุ้นสื่อรอบ 2 ชี้ยืดครั้งแรก 30 วันเพียงพอแล้ว "เรืองไกร" ยื่น กกต.สอบ 21 ส.ว.ถือหุ้นสื่อ รับร้องหวังให้เข้าเปิดขั้นตอนการสรรหา ส.ว.  เชื่อวิธีการไม่ถูกต้อง ลั่นเดินหน้าลุยตรวจ ส.ว.ตัวจริง-ตัวสำรองจนครบ 400 ราย "วันชัย" มั่นใจไม่ได้ทำผิด แย้มมีเพื่อน ส.ว.ลงขันฟ้องกลับจอมแฉ "วิษณุ" ชี้สอบคุณสมบัติสภาสูงไม่กระทบการทำงาน "อิศรา" เผย 10 คดี กกต.สอบผู้สมัคร ส.ส.หุ้นสื่อ รอดแค่รายเดียว

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. มีรายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ส่งทีมกฎหมายมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอขยายเวลาในการส่งเอกสารคำชี้แจงกรณีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจสื่อ เข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส.หรือไม่ เป็นครั้งที่ 2 อีก 15 วัน จากเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ชี้แจงภายใน 15 วัน หลังจากนั้นขอขยายเวลาครั้งแรก 30 วันว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่อนุญาตให้นายธนาธรขยายเวลาเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 อีก 15 วัน ตามที่ยื่นคำร้อง เนื่องจากเคยขยายเวลารอบแรกให้แล้ว 30 วัน และยังไม่ถึงครบกำหนด 30 วันที่ได้รับการขยายเวลา ดังนั้นการขยายเวลารอบแรกน่าจะเพียงพอต่อการจัดเตรียมเอกสารแล้ว

ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พร้อมด้วยนายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสอบสมาชิกภาพ 21 ส.ว.สิ้นสุดลง เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ 

นายเรืองไกรกล่าวว่า ส.ว.หลายคนอาจจะสงสัยว่าโอนหุ้นไปแล้วเหตุใดยังถูกยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ จึงอยากชี้แจงว่ามีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องให้ กกต.เรียกเข้าให้ข้อมูล เพื่อให้เปิดเผยขั้นตอนการสรรหา ส.ว.ของคณะกรรมการสรรหาที่ตั้งขึ้นมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะผิดถูกอย่างไรหรือต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของ กกต. 

"สำหรับ ส.ว.อีก 200 คนยังไม่ต้องน้อยใจ ทุกคนจะถูกตรวจสอบทั้งหมด โดยขณะนี้ผมกำลังร่วมกับ 7 พรรคการเมืองตรวจสอบข้อมูล รวมถึง ส.ส. 55 รายชื่อที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กำลังจะยื่นตรวจสอบ รวมทั้งยังจะตรวจสอบการถือหุ้นของ ส.ว.อีกกว่า 400 คน ทั้งที่อยู่ในบัญชีสำรองและผู้ได้รับการคัดเลือกในรอบแรก โดยเฉพาะนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน ส.ว.ที่ตรวจสอบได้เบื้องต้นพบว่าถือหุ้นในบริษัทใหญ่ แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เรื่องการดำเนินธุรกิจสื่อ หรือ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่ถือหุ้นด้วยตัวเองและภรรยาจำนวนมาก โดยเฉพาะหุ้นของมหาวิทยาลัยเอกชน" นายเรืองไกรกล่าว

สำหรับรายชื่อ 21 ส.ว.ที่นายเรืองไกรได้ยื่นร้องให้ กกต.ตรวจสอบ ประกอบด้วย 1.นายวันชัย สอนศิริ บริษัท แคล นู ไฮเรอร์ จำกัด 2.ว่าที่ร้อยตรีวงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี บริษัท สมศรีพานิช จำกัด  3.นายระวี รุ่งเรือง บริษัท ฟาร์มเมอร์ รีสอร์ท จำกัด 4.นายยุทธนา ทัพเจริญ บริษัท วิคเตอร์ โปรเฟสชั่นแนล จำกัด 5.พล.อ.อ.มนัส รูปขจร บริษัท พลังร่วม 18 จำกัด 6.น.ส.ภัทรา วราวิตร บริษัท กาฬสินธุ์ โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ จำกัด 7.พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย บริษัท ทุ่งท่าลาด จำกัด 8.พล.ต.ท.พิสัณห์  จุลดิลก บริษัท กีฬา สุราษฎร์ธานี จำกัด 9.นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ บริษัท พี แอนด์ อาร์ อิงค์ จำกัด 10.นางประยูร เหล่าสายเชื้อ บริษัท ดีจริงมอเตอร์ จำกัด 11.นางเบญจรัตน์ จริยธาราสิทธิ์ บริษัท ศรีสุพรรณการแร่ จำกัด  

12.นายบรรชา พงศ์อายุกูล บริษัท พงศ์อายุกูลและบุตร จำกัด 13.นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีนราธิวาส (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด 14.น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีนราธิวาส (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด 15.พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน บริษัท นลวิตา จำกัด 16.นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีเคพี โลจิสติกส์ 17.ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัฏฐ์ แอนด์ พิรพัฒน์ 18.นายเฉลียว เกาะแก้ว บริษัท ไตรหิรัญ 2555 จำกัด 19.นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา บริษัท แอล.ดี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 20.นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์ บริษัท  ไฮเทค เกลซเซอร์ จำกัด และ 21.นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา บริษัท ภูตะวัน จำกัด

ฮึ่ม! ฟ้องกลับ 'เรืองไกร'

ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.กล่าวว่า คนที่จะร้องเรียนควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงหรือมีอยู่จริงก็ให้ดำเนินการตามกระบวนการได้เต็มที่ เพราะจะได้หาความถูกต้องให้เกิดขึ้นในทางการเมือง แต่ถ้าข้อเท็จจริงนั้นเป็นเรื่องเท็จและไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงต้องการเล่นงานกันทางการเมือง สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น คิดว่าคนร้องเรียนนั้นต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตนเองที่ต้องบอกตรงๆ ว่าก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งเป็น ส.ว.นั้น ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเป็นการถอนหุ้นหรือลาออกจากบริษัท ตลอดจนคุณสมบัติใดๆ ตนเป็นนักกฎหมายก็ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว  

"ผมยืนยันเรื่องคุณสมบัติของผมไม่มีปัญหาใดๆ และหากตรวจสอบแล้วว่าเป็นการร้องความเท็จ  อยากให้ผู้ร้องเตรียมรับการฟ้อง ผมจะฟ้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่นึกแค่สนุกแล้วลุกขึ้นมาร้องเรียนอะไรกับใครก็ได้ ทำให้คนอื่นเสียหายโดยที่คนร้องไม่รับผิดชอบอะไร" นายวันชัยกล่าว 

ถามว่าหากฟ้องร้องกลับนายเรืองไกร จะฟ้องร้องคนเดียวหรือร่วมกับเพื่อน ส.ว.ท่านอื่น นายวันชัยกล่าวว่ามีเพื่อน ส.ว.หลายคนได้หารือมา และบางคนมีการตั้งกองทุนให้ด้วย ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่มองถึงความถูกต้อง หรือไม่ได้คิดอาฆาตมาดร้ายใดๆ โดยอยากให้คนร้องเรียนควรมีการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนที่หลายพรรคการเมืองเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมืองนั้น คิดว่าเป็นเรื่องทางการเมือง แต่ในทางการเมืองต้องมีข้อยุติเพื่อสร้างบรรทัดฐาน การที่เรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญและมีการวินิจฉัยออกมาถือเป็นเรื่องดี ไม่คิดว่าเกิดผลเสียหายกับใคร ถือว่าทุกฝ่ายต้องการบรรทัดฐานทางการเมือง

เมื่อถามว่า ปัญหาตอนนี้คือเรื่องของใบบริคณห์สนธิจัดตั้งบริษัทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำสื่อ นายวันชัยกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจึงขอไม่ก้าวล่วง แต่ในความเห็นส่วนตัวรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่า เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่ออื่นๆ แต่ว่าคุณจะต้องเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์ หมายความว่าจะต้องมีการผลิตหนังสือพิมพ์และออกจำหน่ายจริง อีกทั้งมีวิทยุหรือโทรศัพท์ที่ดำเนินการจริง ซึ่งเป้าหมายของรัฐธรรมนูญคือไม่ต้องการให้เอาความเป็นสื่อมาครอบงำทางการเมือง เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะดูข้อเท็จจริงเหล่านี้ประกอบการพิจารณา และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วจะผูกพันทุกองค์กร รวมทั้งศาลที่มีคำพิพากษาด้วย

นายยุทธนา ทัพเจริญ ส.ว.กล่าวเช่นกันว่า ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท วิคเตอร์ โปรเฟสชั่นเนล  จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจสื่อมวลชนแต่อย่างใด และเมื่อทราบว่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ว.จึงได้ไปแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขอถอนวัตถุประสงค์ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนออกจากบริษัทเรียบร้อยแล้วก่อนได้รับตำแหน่ง 2-3 สัปดาห์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ว.นี้เหมือนกับกรณีสอบคุณสมบัติ ส.ส.ที่ยื่นกันไปยื่นกันมาอยู่ ส่วนจะกระทบกับการทำงานหรือไม่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะมีหลักเกณฑ์อยู่ ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาล โดยดูจากความเสียหายที่จะได้รับ 

หุ้นสื่อไม่กระทบงาน ส.ว.

นายวิษณุกล่าวว่า ในระหว่างการคัดเลือก ส.ว.ก็ได้ตรวจสอบคุณสมบัติเรื่องหุ้นก่อนแล้ว แต่มันยังไม่มีคำวินิจฉัยอะไรตรงนี้ คำวินิจฉัยที่มีอยู่ก่อนไม่สามารถนำไปใช้กับคนอื่นได้ เพราะเป็นคำวินิจฉัยเฉพาะตัว ไม่เป็นบรรทัดฐานสำหรับคดีอื่น ไม่เหมือนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกมัดเป็นการทั่วไป ด้วยข้อเท็จจริงที่เราไม่รู้เลยว่าต่างกันหรือไม่ และเราไม่มีโอกาสไปตรวจสอบว่ามีหุ้นแล้ว เลิกหรือยัง ขายหรือยัง 

ถามว่าถือเป็นความบกพร่องของคณะกรรมการสรรหา ส.ว.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวปฏิเสธว่าไม่ใช่  เพราะเรามีเรื่องอื่นที่คิดว่าถ้าสมมุติตั้งไปแล้วมีปัญหา มันก็ไม่ได้กระทบอะไร มีระบบสำรองเลื่อนขึ้นมาอยู่ จึงไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้น และคุณสมบัติ ส.ว.เหมือนกับ ส.ส. 

"เราไม่รู้คำว่าถือหุ้นสื่อแปลว่าอะไร ถ้าพบว่าถือหุ้นตามความเป็นจริง แล้วสื่อนั้นมีกิจการทำหนังสือพิมพ์ ชื่ออะไร ออกเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ถ้าเจอเช่นนี้เราก็ไม่ให้อยู่แล้ว แต่การถือหุ้นสื่อที่มีวัตถุประสงค์ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ การจัดตั้งสื่อเป็นเพียงวัตถุประสงค์หนึ่ง แต่ไม่ได้ประกอบการจริง ตรงนี้เราก็ไม่กล้าวินิจฉัยตัดสิทธิ์ แต่บัดนี้เมื่อมีการยื่นร้องก็เป็นเรื่องดี ศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน ยืนยันว่าคณะกรรมการสรรหาทำงานเรียบร้อย บริสุทธิ์ผุดผ่อง" นายวิษณุกล่าว 

ซักว่าในส่วนของ ส.ส.ที่จะมีการยื่นตรวจสอบรวมกันแล้วกว่า 100 คน จะกระทบต่อการทำงานของสภาหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าก็ไม่เป็นไร จะให้ทำอย่างไร จะกี่คนก็ตามที ถามว่ามีสิทธิ์ยื่นหรือไม่-ก็มี ยื่นผ่านประธานสภา ประธานสภายื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ส่วนศาลจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้นก็แล้วแต่ศาล ซึ่งขั้นตอนที่เขาทำก็ถูกต้องตามกฎหมายที่เขียนไป แต่เวลาปฏิบัติจริงจะมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ตนไม่ทราบ ที่ตนพูดเพียงแต่อธิบายตามที่กฎหมายเขียนไว้

ส่วนนายถวิล ไพรสณฑ์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี 11 ส.ส.ของพรรคถูกร้องเรียนเรื่องถือครองหุ้นสื่อว่า มีสองคนที่ขอต่อสู้คดีเองคือ นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และนายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตรวจสอบข้อมูลของทั้ง 9 คน ปรากฏว่าการจดแจ้งวัตถุประสงค์ในหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อการตั้งบริษัท แต่ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนแต่อย่างใด จึงไม่หนักใจในการต่อสู้ในคดีนี้เพราะยึดถือตามข้อเท็จจริง

 วันเดียวกัน สำนักข่าวอิศรานำเสนอรายงานพิเศษระบุว่า คดีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ถูก กกต.ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร เนื่องจากขาดคุณสมบัติ กรณีเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นสื่อมวลชน มีจำนวนทั้งสิ้น 10 คดี (เท่าที่ตรวจสอบพบ) แบ่งเป็นคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเห็นชอบกับคำวินิจฉัยของ กกต. 9 คดี (ราย) และเป็นคดีที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าผู้สมัครไม่ขาดคุณสมบัติ ให้ กกต.ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส. 1 คดี (ราย)

ประกอบด้วย 1.คดีนายติณณ์ ศรีงาม ผู้สมัคร ส.ส.กำแพงเพชร พรรคอนาคตใหม่ 2.คดีนายอรชุน  ประสิทธิ์สมบัติ ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง พรรคประชาธิปัตย์ 3.คดีนายอนุสรณ์ เกษมวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคชาติพัฒนา 4.คดีนายทวีป ขวัญบุรี ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ 5.คดีนายคมสัน  ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง พรรคประชาชาติ 

6.คดีนายรวิพล หินผาย ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังท้องถิ่นไท 7.คดีนายวิวิธชิตวัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคประชาธรรมไทย 8.คดีนายสุวัฒน์ชัย สวัสดี ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา  พรรคความหวังใหม่ 9.คดีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ 

คดีที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าผู้สมัครไม่ขาดคุณสมบัติ 1 คดี (ราย) มี 1.คดีนายภัทรพล มานะสร้าง ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว พรรคพลังท้องถิ่นไท 

"หากเทียบกับ ส.ส.ที่ถูกร้องและอยู่ระหว่างการตรวจสอบในชั้น กกต. และผู้ที่ถูกร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 42 ราย รวม 2 กลุ่มเกือบร้อยราย ในขณะนี้เนื้อหาข้อเท็จจริงในการถือหุ้นจะสอดคล้องหรือต่างกันกับคดีที่มีคำพิพากษาไปแล้ว 10 คดีข้างต้นหรือไม่ อย่างไร" สำนักข่าวอิศราระบุในรายงานพิเศษ.

 


ไม่มีเซอร์ไพรส์.... ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ (๑๗ ตุลาคม) พิจารณากฎหมายสำคัญ ๒ ฉบับ

งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."