ตรวจยิบประวัติว่าที่รมต. ชงนายกเคาะโควตาชพน.


   

 

"บิ๊กตู่" ถอนหายใจเมินตอบทูลเกล้าฯ ถวาย ครม.ชุดใหม่ สอนหลักธรรมะ "ขันติ โสรัจจะ" จะได้รู้ต้องทำตัวอย่างไร "วิษณุ" เผยส่งแบบฟอร์มให้ว่าที่ รมต.กรอกประวัติ ยันเช็กเข้มแยก 2 บัญชี "ขัด กม.-ความเหมาะสม" พปชร.ไม่ห่วง "อุตตม" เซ็นอนุมัติกู้กรุงไทย ชี้จบนานแล้ว โยนนายกฯ ปมโควตา ชพน.

    ที่โรงแรมเรเนซองส์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน CLMVT  Forum 2019 : CLMVT as the New Value Chain Hub of Asia ว่า ตลอดเวลาที่ทำงานมา 5 ปี พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรและทำตัวอย่างไร แม้หลายคนจะบอกว่านายกฯ เป็นคนตลกก็ตาม แต่ที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างเต็มที่ การทำงานทุกอย่างต้องคำนึงถึงกฎหมายและกติการะเบียบที่กำหนดไว้ด้วย อย่าคิดแต่เพียงว่าเราคิดและพูดได้ทั้งหมด เพราะกลายเป็นการพูดที่ไร้ความรับผิดชอบ
    นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มีการพัฒนาการเรียนการสอน นอกจากวิชาการแล้วจะต้องสอนให้เยาวชนเรียนรู้ถึงการใช้ชีวิต การประกอบอาชีพ เคารพในระเบียบและกติกา รู้จักหน้าที่ของแต่ละคน และเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือต้องดูว่าใช้ได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ ใช้ในทางที่หาความรู้ให้ตัวเองหรือไม่ 
    "มีคน 2-3 คนบอกว่าผมติดโซเชียล ยืนยันผมไม่ได้ติดโซเชียล ผมเปิดโทรศัพท์ดูอะไรที่ผมไม่ฉลาด อะไรที่โง่ๆ เพื่อให้รู้ ผมก็เปิดมาดู นั่นแหละคือโซเชียลของผม ไม่ใช่ไปด่าให้มันเสียอารมณ์ ใครว่าผมใครด่าผมจะไปอ่านทำไม มันไร้สาระ ผมพูดแบบนี้เดี๋ยวสื่อก็พาดหัวข่าวกันอีก เวทีผู้นำอาเซียนพูดมา 3 วัน เหนื่อยก็เหนื่อย งานเยอะ ทุกคนเหนื่อยแสนเข็ญ ก็จ้องแต่จะจับผิด นี่แหละโลกของโซเชียล แต่อะไรที่มันทำลายประเทศ ถ้ามันเกิดขึ้นก็ต้องรับไปด้วยกันทุกคน เพราะไม่ได้ทำอะไรให้มันดีขึ้น  คนทำดีเขาก็ไม่อยากทำ ทำแทบตาย ซึ่งมันไม่ได้ง่ายนัก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    อย่างไรก็ตาม หากไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งทางกฎหมายหรือกับเจ้าหน้าที่ ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายก็จบ แต่ถ้าออกมาต่อต้านกันทุกเรื่องก็ไปไม่ได้ ถือเป็นอันตรายของประเทศ เราจะมาให้ร้ายกันไม่ได้ รัฐบาลต้องมีนโยบายทางการเมืองที่ต้องดูแลทั้งในและต่างประเทศ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร  แต่ทั้งหมดคือห่วงโซ่เดียวกัน พูดหรือทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ถ้าอยากได้ความขัดแย้งก็พูดไป เดี๋ยวก็ขัดแย้งกันเอง เพราะคนเราพร้อมถูกชักจูงอยู่แล้ว ซึ่งเรียกว่าอารมณ์ 
    "วันนี้ผมจึงอยากให้ทุกคนใช้คำว่าขันติ โสรัจจะ ซึ่งคำว่าขันติคือความอดทน อดกลั้น เวลาพูดหรือฟังใครพูด ตนเองก็พยายามทำอยู่ ส่วนโสรัจจะคือ ถ้าเรามีขันติก็จะเกิดความสงบเสงี่ยม เจียมตัว จะรู้ตัวเองว่าต้องทำตัวอย่างไร ซึ่งผมเป็นคนแบบนี้ เป็นคนน่ารักจะตาย" นายกฯ ระบุ
เบื่อตอบทูลเกล้าฯ ถวาย ครม.
    ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถกลับไปปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้วหรือยัง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์นิ่งไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่ส่งยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเล็กน้อยก่อนเดินทางออกไป
    ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 6/2562 นายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามอีกครั้งว่าได้ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อ ครม.ใหม่แล้วหรือยัง โดย พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับถอนหายใจยาวพร้อมกล่าวว่า  "เฮ้อ! ถามอะไรกันทุกวัน" ก่อนจะเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาคุณสมบัติ ครม.ชุดใหม่ว่า นายกฯ ยังไม่ได้กำชับอะไร แต่ถ้าจะกำชับคงจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พอจบเรื่องของอาเซียนคงมาทำเรื่องนี้ ทั้งนี้ได้ยินมาว่าวันนี้จะเริ่มส่งแบบฟอร์มให้บุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีกรอกประวัติ หลังจากที่ได้มีการตรวจสอบกันเองโดยไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มมาระยะหนึ่ง
     เมื่อถามว่า มีเรื่องการร้องเรียนทำให้ต้องตรวจสอบคุณสมบัติเข้มงวดขึ้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าก็ต้องยอมรับว่ามีส่วน ซึ่งในมาตรา 98 นำไปใช้อนุโลมกับ ส.ว.และรัฐมนตรี ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายกันอยู่  เราต้องดูทั้งหมดอยู่แล้ว โดยต้องแยกให้ออก 2 ประเภท ประเภทแรกคือคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายเขียนอย่างไรก็ต้องตามนั้น จะหลบจะเลี่ยงอะไรไม่ได้ 
    "อีกประเภทหนึ่งไม่ใช่ลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสม แปลว่าหากจะตั้งก็ไม่ผิดกฎหมาย ส่วนความเหมาะสมโลกจะตำหนิติเตียนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นดุลยพินิจของคนตั้งรัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตามในอดีตเคยมีตรวจแล้วลักษณะต้องห้ามไม่ผ่าน เราก็แจ้งพรรคไป แล้วเขาก็นำหลักฐานมาแสดงก็ผ่าน บางทีเขาก็จะยอมรับเอง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนตัวคน" นายวิษณุระบุ
    ส่วนผู้ที่ถูกมองว่ามีอิทธิพลและมีภาพลักษณ์สีเทา จะทำให้ตรวจสอบประวัติไม่ผ่านและไม่ได้เข้ามาหรือไม่นั้น รองนายกฯ ตอบว่าไม่รู้ อย่าไปลงรายละเอียดอย่างนั้นเลย จะเทา จะเขียว จะชมพูก็มีวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว โดยจะเสนอสองบัญชีให้นายกฯ ตรวจสอบ ซึ่งข้อเท็จจริงไม่มีโอกาสได้ไปตรวจสอบ แต่เมื่อมีการมาร้องก็ต้องทำเรื่องส่งแยกให้นายกฯ รับทราบ 
    นายวิษณุกล่าวว่า การตรวจสอบไม่ได้ย้อนหลังอะไร ในแบบฟอร์มก็เขียนไว้อยู่แล้วว่าการศึกษาต้องระดับไหนถึงระดับไหน ตั้งแต่เรียนจบมาทำงานอะไร ก็มีมาอยู่แล้ว เราไม่ได้เจาะลึกอะไร ซึ่งเรื่องประวัติการศึกษาอยู่ในแบบฟอร์มมา 20 ปีแล้ว เพราะบางครั้งจะเกี่ยวพันว่าจะไปอยู่กระทรวงไหน ที่อาจจะต้องดูไม่ให้ขัดกันของผลประโยชน์ ซึ่งบางคนอาจจะขัดทางทำมาหากินของเขา เพราะเราไปตั้งให้เขาเป็นนั่นเป็นนี่ พอเขาพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเขากลับไปทำอาชีพเดิมไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องรู้ประวัติเขาเอาไว้   
ไม่หนักใจคุณสมบัติอุตตม
    ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานเรียกร้องให้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค? พปชร.ชี้แจงกรณีที่ลงนามในการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้บริษัทเครือกฤษดามหานคร สมัยที่เป็นคณะกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย ซึ่งกรรมการที่ร่วมลงชื่อ? 3? ใน? 5? คนถูกดำเนินคดีไปแล้ว ว่า จากที่นายอุตตมเล่าให้ฟังว่าทราบว่าทุกอย่างจบไปนานแล้ว ที่มีข่าวออกมาเป็นประเด็นทางการเมืองซึ่งคิดว่าไม่น่าหนักใจอะไร
    เมื่อถามว่าจะต้องชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบข้อเท็จจริงหรือไม่ นายสนธิรัตน์?กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายอุตตม ส่วนที่ฝ่ายค้านอาจหยิบยกประเด็นนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอุตตมหากมีการตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้วนั้น ไม่มีปัญหาอะไรก็ชี้แจงกันไป ทุกอย่างอยู่บนหลักของกฎหมาย? 
    สำหรับกรณีบุคคลที่มีรายชื่อเป็นรัฐมนตรีต้องลาออกจากความเป็น ส.ส.หรือไม่นั้น เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการหารือของผู้บริหารพรรค สำหรับเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่เสนอให้นายกฯ ในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร ส่วนใครจะได้เป็นอะไรนั้นยังไม่ทราบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คิดว่าในเร็วๆ นี้คงจะได้รู้ 
    เลขาธิการ พปชร.ยังได้ปฏิเสธกรณีที่พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ทวงคำตอบโควตารัฐมนตรี 1 เก้าอี้ว่าไม่ทราบ อยู่ที่นายกฯ พิจารณา เมื่อถามย้ำว่า?จะมีโควตาของพรรคชาติพัฒนาไปเป็น รมช.อุตสาหกรรมหรือไม่ นายสนธิรัตน์ยิ้มพร้อมกล่าวว่าอยู่ที่นายกฯ
    นายสนธิรัตน์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลในการจัดทำนโยบายรัฐบาลเปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้? พปชร.จะมอบหมายให้คณะทำงานไปประสานพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากที่พรรค พปชร.ร่างนโยบายในส่วนของพรรคไว้แล้ว เรื่องนี้ยังมีเวลาเพราะกรอบของกฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วันหลังจาก ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนทำหน้าที่ 
    มีรายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า กรณีที่ผู้มีชื่อเป็นรัฐมนตรีของพรรคจำนวน 5 คนต้องลาออกจากการเป็น? ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่นั้นยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมีความเห็นต่างของผู้บริหาร โดยเฉพาะกรณีของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่จะต้องเข้าไปมีบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ ส.ส.ที่จะต้องประสานงานพรรคร่วม รวมถึงแกนนำหลัก ส.ส.ในการตอบโต้ประเด็นที่อาจจะถูกฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามหรือโจมตีรัฐบาลและ ครม. ซึ่งคาดว่า?ในวันที่ 25 มิ.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อวิเคราะห์เรื่องดังกล่าว รวมถึงสร้างความเข้าใจกับ? ส.ส.ที่ถูกร้องเรียนเรื่องหุ้น และการเตรียมพร้อมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นอกจากนี้?ก่อนที่จะมีการแถลงนโยบาย  พรรคเตรียมจัดสัมมนาติวเข้ม ส.ส. โดยจะเชิญรัฐมนตรีผลัดเปลี่ยนมาทำความเข้าใจในงานแต่ละด้านที่รับผิดชอบ และอาจเชิญ? พล.อ.ประยุทธ์มาร่วมด้วย
    ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้เรียกร้องให้นายอุตตมตอบสังคมในเรื่องอนุมัติเงินกู้ธนาคารกรุงไทยว่า เป็นลายเซ็นของนายอุตตมที่ร่วมอนุมัติด้วยหรือไม่ แล้วมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ทำไมถึงไม่ถูกดำเนินคดีทั้งๆ ที่อีก 3 คนโดนคดี การที่นายพิชัยออกมาถามเรื่องนี้น่าจะเป็นห่วงความโปร่งใสของนายอุตตมก่อนรับตำแหน่งใน ครม.ใหม่.
 


อ่านเรื่องที่ "เจ้าหญิง ราพันเซล" นำจากห้องสมุดฟลิ้นท์ ปี 2018 มาโพสต์ เรื่อง #การสอนลูกแบบยิวให้เป็นเศรษฐี

'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?