ประยุทธ์ขึงขังเขี่ยบางชื่อหลุดโผครม.


   

 "บิ๊กตู่" ลั่นได้รัฐบาลใหม่กลางเดือนหน้า  เผยกำลังตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ก่อนเรียกกรอกประวัติรับรองตัวเอง แย้มมีบางชื่ออาจหลุดโผครม. พร้อมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายปลาย มิ.ย. "ประวิตร" ย้ำสุขภาพไม่ดีแต่ใจสู้ "อนุทิน" มั่นใจชื่อ รมต.พรรคเหมาะทุกคน "พปชร." ติวเข้ม 70 ส.ส.รับมือในสภา "ฝ่ายแค้น" ลับมีดชำแหละแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีกลางวงประชุมสภา 26 มิ.ย.นี้ "ชัยสิทธิ์" เตือน "นายกฯ ตู่" กลับมาเที่ยวนี้ลำบาก บอกสมาธิสั้นก็ไปเลย

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อคณะรัฐมนตรีใหม่ว่า โอ๊ย! เธอจ๋า วันนี้เริ่มขั้นตอนตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนนะ 
    จากนั้น นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะศิลปินนักแสดงเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์ เทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 3-8 ก.ค.นี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภาพยนตร์ไทยในอดีตนั้นสมบัติ เมทะนี เป็นที่นิยมมาก ซึ่งวันนี้ได้มีการพัฒนามากขึ้น ขณะเดียวกับภาพยนตร์แอนิเมชันของไทยก็ได้รับความนิยมระดับโลก 
    พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ชมการแสดงการร้องเพลง “คิดมาก” ในเวอร์ชั่นประกอบภาพยนตร์ “FRIEND ZONE ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน” ซึ่งขับร้องเป็น 10 ภาษาในอาเซียน โดยเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในเทศกาลดังกล่าว ต่อจากนั้น นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำนักเรียนทุนเสมอภาคและนักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเข้าพบ 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับเด็กๆ ว่า ฟ้าลิขิตมา แต่เราก็ต้องลิขิตตัวเองด้วย อยู่ที่ความพยายามและตั้งใจ คนเรามีเงิน มีทุกอย่าง แต่ถ้าไม่ตั้งใจก็ไปไม่ได้ จากนั้นเด็กๆ ได้ร่วมกันร้องเพลง ชีวิตลิขิตเอง ให้นายกฯ ฟัง โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนก็ขอยินดีกับทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียนให้จบ รัฐบาลจะดูแล
    ต่อมาหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกครั้งถึงการนำรายชื่อ ครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายว่า เรื่องโผ ครม.ถามแล้วถามอีก เช้า กลางวัน เย็น เดี๋ยวจะเรียกบุคคลที่มีรายชื่อเข้ามากรอกประวัติอย่างเป็นทางการ เพราะที่ผ่านมาก็มีการตรวจสอบ โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล โดยหน่วยงานเหล่านั้นก็ตอบได้เพียงกว้างๆ หากไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง หน่วยงานก็จะบอกว่าไม่มีความขัดข้อง ไม่มีปัญหา แต่หากคนใดมีคดีความด้วย หน่วยงานก็ชี้แจงว่าอยู่ในขั้นตอนใด กฎหมายว่าอย่างไร โดยต้องมีข้อชี้แจงทั้งหมด 
    "ท้ายที่สุดก็จะต้องเชิญบุคคลเหล่านั้นมาเซ็นรับรองตัวเอง หากในวันข้างหน้าไม่เป็นไปตามที่ได้รับรองไว้ ก็จะต้องโดนคดี ดังนั้นขอให้ใจเย็นๆ เพราะยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ เดี๋ยวก็รู้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามว่า หลังประชุมจี 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 27-29 มิ.ย. จะนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันหรือไม่ นายกฯ ตอบทันทีว่า ทันซิ จะไม่ทันได้อย่างไร 
    ซักว่ารายชื่อที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเป็นไปตามที่พรรคการเมืองได้เสนอมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่บอก บอกไม่ได้ ถ้าบอกว่าใครได้หรือไม่ได้ก็จะเอากันอีก ไม่จบสักที 
กลาง ก.ค.นี้ได้'รบ.ใหม่'
    เมื่อถามว่า ไม่มีใครหลุดโผที่แต่ละพรรคเสนอมาใช่หรือไม่ นายกฯ ย้อนถามว่า โผอะไร มันก็คงมีบ้างมั้ง ซึ่ง ครม.มีทั้งหมด 36 ตำแหน่ง ไม่ว่าจะได้เพิ่มหรือไม่ ต้องอยู่ใน 36 ตำแหน่งนี้ หากรัฐมนตรีหลักควบตำแหน่ง ก็ต้องมาเป็นรัฐมนตรีช่วย แต่ยอดมีทั้งหมด 36 ตำแหน่ง 
    "อาจจะมีคนมากหรือน้อย แต่ทั้งหมดต้องไม่เกิน 36 คน และอาจจะมีคนที่ซ้ำ 3 คนหรือเปล่าก็ต้องดูตรงนั้น ถ้าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ยังเป็น ส.ส.ที่ทำงานในสภา วันนี้หวังอย่างเดียวว่าทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล จะสามารถทำงานด้วยกันตามยุทธศาสตร์ชาติให้ประเทศเดินต่อไปได้ ไม่ใช่จ้องล้มกันอยู่ตลอดเวลา  เพราะไม่ใช่ตอนนี้ แต่ผมก็ห้ามไม่ได้ ซึ่งประชาชนต้องตัดสินเองว่าพฤติกรรมของแต่ละคนเหมาะสมอย่างไร" นายกฯ กล่าว
    ถามว่า จะให้ว่าที่ ครม.ใหม่มาเซ็นรับรองตัวเองที่ทำเนียบรัฐบาลหรือที่ทำการพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเลขาฯ ครม. ซึ่งบางเรื่องไม่ต้องมาถามตนก็ได้ เพราะเป็นเรื่องของระเบียบ วันนี้ตอบได้อย่างเดียวว่าทำทันเวลาแน่นอน กลางเดือนหน้าจะได้รัฐบาลอย่างแน่นอน 
    ย้ำว่า สามารถนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ก่อนหรือหลังกลับจากประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ประมาณนี้แหละ อย่าทำทุกอย่างให้เป็นราชภาระของพระองค์ เพราะเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องรับผิดชอบ จึงต้องทำให้ทันตามเวลา จากนั้นก็รอถวายสัตย์ปฏิญาณ 
    "ยืนยันกลางเดือนหน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย วันนี้ยังไม่ตั้งรัฐบาล ก็มีคนจ้องล้มรัฐบาลแล้ว ผมคิดว่าคงไม่ค่อยดี อยากให้ทุกคนช่วยกันบอกต่างประเทศว่าอย่าได้กังวล เพราะเดี๋ยวเราก็ไปกันได้ และนี่คือไทยทอล์ก ซึ่งปกติจะเป็นอาเซียนทอล์ก ตรงนี้ถือเป็นอัตลักษณ์ของพวกเรา คือการมีความคิดเห็นที่แตกต่าง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 
    นายกฯ กล่าวถึงหลังตั้งรัฐบาลพรรคร่วมจะเข้าใจการตัดสินใจของนายกฯ หรือไม่ว่า อยู่มา 5 ปีแล้ว ถ้าไม่เข้าใจก็แย่แล้ว ซึ่งต้องเข้าใจว่าตนทำงานด้วยหลักการ กฎหมาย จึงต้องระวังตัวด้วยเหมือนกัน มีแรงกดดันต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา จึงต้องมีคณะทำงานกันกรองแผนงานและนโยบาย รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณ การทำงานนั้นยอมรับว่าไม่ง่าย ถ้าจะกดดันตนขอให้กดดันว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าถึงจะดีกว่า
    "สื่อไม่ต้องมาวิจารณ์ว่าจะมีพรรคใดมางอแง เพราะเชื่อว่าเขาคุยกันได้อยู่แล้ว ถ้าทุกคนมองประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ทุกอย่างก็จะไปได้ โดยใช้หลักพระพุทธศาสนานำทาง เดินตามพระ" นายกฯ กล่าว
    นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการตัดสินใจทางการเมืองในขณะนี้ว่า ยังไม่รู้เลย และนายกรัฐมนตรียังไม่ได้มีการทาบทาม 
    ถามว่า ถ้าให้มาทำงานในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังทำงานไหวอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ร่างกายไม่ไหว”
    เมื่อถามว่า หากรับตำแหน่งแค่รองนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียว ร่างกายก็ไม่ไหวใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ แต่ใจสู้อยู่แล้ว เพราะทำงานให้ประเทศชาติ 
    "เรื่องที่ผมอารมณ์ดีก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ยกเว้นเจอคำถามสื่อที่อาจจะทำให้อารมณ์ไม่ดีบ้าง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สุขภาพก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธถึงกระแสข่าวเปลี่ยนตัว 2 รายชื่อรัฐมนตรีของพรรค ภท.ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้รายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค ได้ส่งไปที่นายกฯ เป็นที่เรียบร้อย และยังไม่มีการตีกลับมาแต่อย่างใด
    "ขอยืนยันรายชื่อที่พรรคส่งไปถือว่ามีความเหมาะสม สามารถทำงานและพร้อมจะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของพรรคที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องให้แก่ประชาชนได้" หัวหน้าพรรค ภท.กล่าว
พปชร.ติวเข้มรับมือในสภา
    ส่วน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรค ชทพ.คุยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ตกลงจะใช้สูตรคำนวณเก้าอี้รัฐมนตรีแบบไหน เพราะการพิจารณาจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี เป็นการพิจารณาโดยแกนนำ พปชร. จากจำนวน ส.ส.ที่พรรค ชทพ.ได้ ซึ่งคำตอบกลับมายัง ชทพ.อยู่ที่ 2 เก้าอี้รัฐมนตรี 
    "การเสนอรายชื่อบุคคลของพรรคให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่พบการยื่นเอกสารให้กรอกรายละเอียดเพื่อเข้ารับตำแหน่ง แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เนื่องจากบุคคลทั้ง 2 คน คือ นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับนายประภัตร โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการถือหุ้นหรือทรัพย์สมบัติที่เป็นปัญหาแต่อย่างใด" น.ส.กัญจนากล่าว 
    ถามว่า การตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าจะมีปัญหาใดๆ ต่อการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ หัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าวว่า ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งก็มีเหตุปัจจัยแตกต่างกันออกไป หากได้เสียงท่วมท้นการจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาทำงานได้ง่าย แต่ในครั้งนี้มีเสียง ส.ส.ก้ำกึ่งกัน  จึงอาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่ในครั้งต่อก็ไปก็อาจจะง่ายขึ้น ซึ่งในที่ท้ายที่สุดเชื่อว่าจะก้าวข้ามผ่านไปได้ 
    หัวหน้าพรรค ชทพ.กล่าวถึงบางฝ่ายเสนอให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งได้ตำแหน่งรัฐมนตรีลาออกเพื่อแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำต่อการทำงานสภาว่า พรรคแกนนำยังไม่มีการยื่นเงื่อนไขดังกล่าวมา แต่ถ้ามีก็ต้องหารือกันภายในอีกครั้ง แต่ตนเชื่อว่า ส.ส.ที่ไปเป็นรัฐมนตรี เมื่อถึงหน้าที่ที่จะต้องทำหน้าที่ในสภา จะสามารถจัดการทำงานให้ดีได้ เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน หากมองในแง่ดีก็เชื่อว่าจะทำให้ ส.ส.ตื่นตัวในการทำหน้าที่ในสภา 
    ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เป็นประธานประชุม ส.ส.พรรค มีกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.เข้าร่วมอย่างคึกคัก อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,  นายอนุชา นาคาศัย, นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นต้น โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ร่วมชี้แจงวาระประชุมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสภา ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่านายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กทม. ไม่ได้เข้าร่วม
    นายอุตตมกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกระหว่าง ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค และจะมีการจัดประชุมในครั้งต่อไปเป็นรายสัปดาห์ทุกวันอังคาร ช่วงบ่ายหลังจบการประชุม ครม. โดย ส.ส.สามารถจะนำข้อมูลและประเด็นปัญหาที่ได้จากการลงพื้นที่มารายงานให้ที่ประชุมรับทราบได้ 
    นายวิรัชกล่าวเพิ่มเติมว่า สาระสำคัญของการประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจในการทำหน้าที่ในการประชุม ที่จะมีทั้งเรื่องของการตั้งกระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป รวมถึงการร่วมอภิปราย ชี้แจงและตอบโต้ฝ่ายค้านเตรียมประเด็นซักฟอก จนจะต้องมีการจัดวางบุคคลเพื่อเตรียมหาข้อมูลและอภิปรายชี้แจงในประเด็นที่ถูกกล่าวพาดพิงด้วย 
    "ส.ส.ของพรรคจะต้องศึกษาหาความรู้ในทุกประเด็นที่อาจจะต้องเข้าสู่ที่ประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปประเทศที่จะมีการรายงานมาให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบทุก 3 เดือน" ประธานวิปรัฐบาลกล่าว 
    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า พรรคมี ส.ส.ใหม่มากกว่า 70 คน จึงจะจัดแบ่งหน้าที่เป็นทีม ทั้งเรื่องของข้อมูล การตอบโต้ การอภิปราย ซึ่งทางพรรคไม่รู้สึกกังวลใจ หากฝ่ายค้านจะมีการอภิปราย เนื่องจาก ส.ส.เก่าที่มีประสบการณ์ หรือฝีปากกล้าอภิปรายในสภาของพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านก็ไม่ได้เข้ามานั่งในสภาครั้งนี้ ส่วนมากเป็นคนหน้าใหม่ ไม่ต่างกับทางพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ต้องมีการเตรียมพร้อม เพราะจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 
เตือน'บิ๊กตู่'คัมแบ็กไม่ง่าย
    ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในการประชุมสภาวันพุธที่ 26 มิ.ย. ที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. พรรคมีกระทู้สดและกระทู้ถามทั่วไปเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรและการขุดลอกคูคลอง และอื่นๆ แต่เรื่องที่สำคัญคือการรับทราบแผนการปฏิรูปประเทศที่จะต้องรายงานให้สภารับทราบกันทุกๆ 3 เดือน 
    นายจิรายุกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะใช้เวลาอภิปรายรวมกันประมาณ 5-6 ชั่วโมง แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 150 นาที พรรคอนาคตใหม่ 100 นาที จากนั้นเป็นเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะชี้ให้เห็นว่าร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นเรื่องโกหกหลอกลวง ถ่วงเวลา เป็นทฤษฎีสมคบคิดทำลายโอกาสของประเทศและประชาชน หรือเป็นเรื่องของการสืบทอดอำนาจของ คสช.หรือไม่ 
    "พรรคจะชี้ให้เห็นว่าสมควรที่จะให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีต่อไปหรือไม่ หากอภิปรายไม่แล้วเสร็จในวันพุธที่ 26 มิ.ย. อาจจะขอเวลาอภิปรายต่อในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิ.ย. นอกจากนี้ แผนงานปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน เมื่อตรวจสอบบางเรื่องที่บอกว่าได้ทำไปแล้ว แต่กลับทำไปไม่ถึงไหน และบางเรื่องไม่มีการดำเนินการเลย การอภิปรายครั้งนี้จะดุเด็ดเผ็ดมันแน่นอน เพราะเป็นการอภิปรายครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังจากยึดอำนาจมา โดยที่ไม่มีการอภิปรายตรวจสอบเลย" รองโฆษกพรรค พท.กล่าว
    วันเดียวกัน ที่บ้านพักย่านรังสิตคลอง 4 พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และที่ปรึกษาพรรคพลังปวงชนไทย เปิดบ้านต้อนรับคณะนายทหาร พ่อค้า ประชาชนเข้าอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 74 ปี โดยมี พล.อ.วรวิทย์ วรรธนะศักดิ์ ประธานที่ปรึกษากองทัพบก เป็นตัวแทบ ผบ.ทบ. และ พล.ร.อ.พัชระ พุ่มพิเชษฐ์ รองเสธ.ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นตัวแทน ผบ.ทหารสูงสุด นำกระเช้าผลไม้เข้าอวยพร
    พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวถึงการเมืองที่ยังตั้ง ครม.ใหม่ไม่ได้ว่า คนมีอำนาจก็ว่ากันไป ทุกคนก็รู้กันว่าที่มาได้มาอย่างไร เขาก็ต้องอ้างว่า ส.ส.มาจากเลือกตั้ง แต่เท่าที่ดูรัฐบาลและการทำงานในสภาลำบากแน่นอน เมื่อลองมาเป็นรัฐบาลแล้วใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดูจะกระดิกอะไรไม่ได้เลย ต้องแก้รัฐธรรมนูญแล้วเอารัฐธรรมนูญปี 2540 ฉบับแก้ไขปรับปรุงมาใช้ คนจะได้มีอิสรเสรี
    ถามว่า เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ประเทศชาติจะไปรอดหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า เป็นห่วงประชาชนมากกว่า เพราะประชาชนยากจนไม่มีจะกินเศรษฐกิจไม่ดี ดีเฉพาะคนรวย พูดง่ายๆ ดีแต่เฉพาะเจ้าสัวใหญ่ๆ ประชาชนยังยากจนไม่มีจะกิน
    ซักว่า ตั้งความหวังกับ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ในเมื่อเขามีอำนาจก็ว่ากันไป เป็นนายกฯ ก็ทำหน้าที่นายกฯให้ดีที่สุด และขอให้เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนบ้าง อย่าเห็นแก่พรรคพวกมากเกินไป
    พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวถึงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำว่า ก็อย่าไปฝืนธรรมชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม ใครทำดี ได้ดี ใครทำชั่ว ได้ชั่ว แล้วแต่ว่ากรรมจะตามทันเมื่อไหร่ ประชาชนรู้ดี แต่เขาไม่พูดเท่านั้นแหละ 
    ถามว่าหากมีปัญหาที่สุดแล้วจะกลับไปสู่การปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า เลิกคิดได้แล้ว เพราะทหารอยู่ในกรอบ ทุกอย่างก็เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ใครเป็นรัฐบาลก็เหนื่อย ถ้ารัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม 
    "ฝากบอกบิ๊กตู่ด้วยนะว่ามันไม่เหมือนเก่าแล้ว  เขาสามารถทำอะไรได้ทั้งนั้นในสภา ถ้าสมาธิสั้นเมื่อไหร่ก็ไปเลย และถือว่าเป็นการท้าทาย เพราะเมื่อดูประวัติศาสตร์แล้วทหารเมื่อมาเล่นการเมืองแล้วส่วนใหญ่ไปไม่รอด ฝากนายกฯ ให้เข้มแข็ง ดูแลคนยากจน ดูแลบ้านเมืองด้วย" พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าว.
 


"หลวงพ่อทวด"........ ยังคงนั่งมองลูกหลานและบ้านเมืองไทยด้วยเมตตาอยู่ในมณฑปวัดช้างให้ ริมทางรถไฟ เหมือนทุกๆ ปี

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร
โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง