'ลุงป้อม' คืนโฉนดที่ดินสยบข่าวจัดฉากสร้างผลงาน ไม่ตอบโต้คนโจมตี เผยรัฐบาลใหม่จ่อสานต่อ


   

27 มิ.ย.62 - ที่ห้องประชุมพระนารายณ์ อาคารรัตนเทพสตรี มหาราชภัฎเทพสตรี อ.เมือง จ.ลพบุรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินและทรัพย์สินคืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ครั้งที่ 12 โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ "ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่"

โดยบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวดมาก พร้อมกับมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำลังภาค 1 กว่า 1,000 นาย และนักเรียนนายสิบตำรวจ 200 นายคอยดูแลรักษาความปลอดภัย โดยวางกำลังจากสนามบิน จนถึงอาคารหอประชุม ซึ่งเป็นแผนการรักษาความปลอดภัยสูงสุด พร้อมกับมีกองกำลังเสริมกรณีมีเหตุฉุกเฉิน หรือมีม็อบ ทั้งนี้มีการตรวจค้นกระเป๋าของผู้ร่วมงานอย่างละเอียด โดยห้ามนำปากกา ไฟแช็ค เครื่องดื่มเข้ามาภายในตัวอาคาร อีกทั้ง มีการนำอุปกรณ์ตรวจวัดไข้ตรวจผู้เข้ามาร่วมงานทุกคนด้วย อย่างไรก็ตามก่อนจะเข้างานมีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียน พลเอกประวิตร ว่ารายชื่อของตนตกหล่นจากการได้รับความช่วยเหลือ

ในการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในพื้นที่กองบังคังคับการจำรวจภูธรภาค 1มีการจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหา 57 รายการ ยึดของกลาง 876 รายการ มูลค่า 19,665,210 บาท และไกล่เกลี่ยสำเร็จ 567 ราย ส่วนทรัพย์สินที่คืนให้ประชาชน มีโฉนดที่ดิน 661 ฉบับ มูลค่า 2,896,200,000  บาท รวมเนื้อที่ 1050 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา

ทั้งนี้ พลเอกประวิตร กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่นเสียสละจนเกิดผลสำเร็จและขอแสดงความยินดีกับประชาชนที่มารับมอบคืนโฉนดในวันนี้ขอให้เก็บไว้ให้ดีเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานอย่าเอาไปจำนองอีก หากนำไปจำนองอีก ก็ไม่รู้ใครจะมาให้แล้ว

พลเอกประวิตร ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนยังคงเดินหน้าต่อไปเนื่องจากยังเหลือการดำเนินการอีกประมาณ 30 กว่าจังหวัด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมาสานต่องานหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านมายื่นหนังสือร้องเรียนรายชื่อตกหล่นจากการช่วยเหลือในโครงการดังกล่าวนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขให้แล้ว อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องขอบคุณนายทุน ที่ยอมรับการเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้พยายามช่วยเหลือประชาชน และตั้งใจในการทำงานเป็นอย่างดี

เมื่อถามว่าถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่ประชาชนพิจารณาว่าจะให้เป็นผลงานของรัฐบาลหรือไม่ แต่เป็นความพยายามแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี

สำหรับกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการดังกล่าวว่ามีการจัดฉากนั้น ก็อยากให้สื่อมวลชนช่วยอธิบายถึงความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาก็พยายามที่จะไม่เข้าใจ ซึ่งเราก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี ซึ่งรัฐบาลถือว่าเป็นวาระแห่งชาติในการช่วยเหลือประชาชนในการปลดหนี้สิน

เมื่อถามว่าเมื่อรัฐบาลคสช.พ้นวาระไปแล้วกลุ่มผู้มีอิทธิพลจะกลับมาปล่อยกู้นอกระบบอีกหรือไม่ พลเอกประวิตรระบุว่าไม่ต้องห่วง เนื่องจากรัฐบาลใหม่ก็จะเข้ามาดูแล ส่วนจะมอบหมายให้ตนหรือไม่ ตนยังไม่ทราบจะอยู่หรือไม่ ถ้าตนยังอยู่ต่อ นายกรัฐมนตรีก็ต้องเอาด้วย

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบไว้ รวมทั้งหมด 39 ครั้ง ใน 44 จังหวัด อายัดทรัพย์สินไว้รวม 29,000 ล้านบาท คืนโฉนดที่ดิน 12 ครั้ง ประชาชนได้รับการคูณจำนวน 25,052 ราย คืนโฉนด 21,312 ฉบับ เนื้อที่ 59,345 ไร่ 2 งาน 40.42 ตารางวา รวมมูลค่ากว่า 30,622  ล้านบาท 


ผมก็เป็น "นกไซบีเรีย"........... บินหนีหนาวไปซะ ๒-๓ วัน พออุ่นๆ ก็บินกลับรัง แต่พอได้ยิน "นายปิยบุตร" พล่าม ที่อุ่น อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด ร้อนจรดส้นเท้าเลย!

ปฐมบทยุบอนาคตใหม่
'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"