รบ.บี้ล่าคนทุบจ่านิว จตุพรหวั่นลุกลาม!


เพิ่มเพื่อน    

     "บิ๊กป้อม" จี้ ตร.เร่งจับคนร้ายทุบจ่านิว  ลั่นไม่ต้องการให้เป็นเหยื่อทางการเมือง "จักรทิพย์" ขอเวลาทำงาน ยันสีไหนใครเกี่ยวข้องดำเนินคดีหมด เผยไม่ตัดประเด็นใดทิ้งทั้งส่วนตัว-การเมือง ข้องใจพวกเคลื่อนไหวบนถนนรับจ้างใครมา "แม่สิรวิชญ์" บอกลูกผ่าตัดแล้วอาการน่าจะดีขึ้น "ตุ๊ดตู่" หวั่นทำร้ายจ่านิวเป็นชนวนบานปลาย "จาตุรนต์" เชื่อเป้ากดหัวฝ่ายตรงข้าม "ธนาธร" ชี้มายาคติเครื่องมือผู้ปกครองใช้ควบคุมผู้อื่น
     เมื่อวันอาทิตย์ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์  โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ถูกกลุ่มคนร้ายใช้ไม้เบสบอลรุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากซอยรามอินทรา 109 (ซ.พระยาสุเรนทร์) แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ว่า ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีนายสิรวิชญ์ถูกทำร้ายร่างกาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) จัดประชุมด่วนวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อเร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดี และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว  โดยให้ขยายผลหากมีผู้บงการและรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง 
    พล.ท.คงชีพกล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้เน้นย้ำเป็นนโยบายกับฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ว่าการใช้ความรุนแรงทางสังคมจะปล่อยให้เกิดขึ้นกับใครไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดจากกิจกรรมและความเห็นต่างทางการเมือง 
    "รองนายกฯ ได้ขอให้เพิ่มความเข้มในมาตรการดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมขึ้น และเร่งรัดการทำงาน ด้วยความรอบคอบรัดกุม และแถลงความคืบหน้าผลคดีให้สังคมทราบเป็นระยะๆ เนื่องจากไม่ต้องการให้ นายสิรวิชญ์ตกเป็นเหยื่อทางการเมือง จากการขยายผลนำไปวิพากษ์จากฝ่ายต่างๆ โดยละเลยหลักคุณธรรมและสิทธิมนุษยชน" โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว
    ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3) พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทำร้ายนายสิรวิชญ์ ประกอบด้วย ผบช.น., พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
    พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำชับตนให้ความเป็นธรรม จับคนร้ายให้ได้ และให้รายงานเป็นระยะ ดังนั้นขอให้ตำรวจได้ทำงาน เหตุเกิดแล้วไม่ว่าจะเป็นคดีอะไรต้องจับคนร้ายให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสีไหนหรือใคร ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย 
    "ขอให้ตำรวจทำงานสักระยะ เหตุเพิ่งเกิดได้ 2 วันเท่านั้น จากนี้ผมให้ พล.ต.ท.สุวัฒน์กับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ประชุมตอนเช้าของทุกวัน และขอบอกว่าไม่ต้องห่วง จะนำคดีเก่าที่ห้วยขวางมาพิจารณาหาความเชื่อมโยง ส่วนมูลเหตุคดีนี้ตัดเรื่องประสงค์ทรัพย์ได้เลย เพราะจ่านิวไม่ได้มีทรัพย์สินอื่นๆ โดยตำรวจจะดูประเด็นเรื่องส่วนตัวและประเด็นการเมือง และจะไม่ตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้ง" พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
ลั่น ตร.ไม่หยุดทำงาน
    ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีจ่านิวก็เหมือนคดีทั่วไป เป็นระบบอยู่แล้ว มีความคืบหน้าพอสมควร ตอนนี้ดำเนินการไล่วงจรปิด ตรวจสอบอาวุธทั้งหมด ส่วนใครจะพูดว่าคดีลักษณะนี้เกิดขึ้น แล้วเรียกร้องว่าจับไม่ได้ให้ลาออก ตนได้ยินแล้วก็ต้องทำใจ ใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ตำรวจไม่หยุดทำงาน เพราะคดีมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน
    "ในความเห็นส่วนตัวที่ผมมีประสบการณ์มา คิดว่านักเคลื่อนไหวตอนนี้มีการเลือกตั้งไปแล้ว อยากให้ทุกกลุ่มเข้าสู่ระบบรัฐสภา จะสังกัดพรรคไหนก็ได้ หรือหากใครกลัวจะประสานตำรวจหรือกรมคุ้มครองสิทธิมาดูแลได้ แต่การเคลื่อนไหวท้องถนนทุกเสาร์-อาทิตย์ ผมก็ต้องสั่งให้ตำรวจไปดูแล นักท่องเที่ยวก็ไม่กล้ามา เศรษฐกิจก็กระทบ เป็นการทำลายบรรยากาศ ผมไม่เข้าใจกลุ่มการเมืองเหล่านี้ เคลื่อนไหวเพราะชอบส่วนตัวหรือรับงานใครมา ผมไม่อยากพูด แต่ขอยกตัวอย่างพรรคอนาคตใหม่ก็ได้ตอบรับเข้าสู่ระบบรัฐสภาแล้ว กลุ่มอื่นก็ควรทำแบบนั้น แกนนำกลุ่มการเมืองก็โดนคดีกันหมด ทั้งจ่านิวและเอกชัย หงส์กังวาน ที่ผ่านมาก็รู้กันอยู่ว่าเป็นอย่างไร ฝากข้อคิดไว้ด้วย" ผบ.ตร.กล่าว
    มีรายงานว่า ชุดสืบสวนได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ทำร้ายจ่านิว 2 เหตุการณ์ พบความเชื่อมโยงหลายส่วน เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน เช่น รูปพรรณสัณฐานคนร้าย จำนวนผู้ก่อเหตุที่มี 4 คน รถจักรยานยนต์ที่ใช้คือ พีซีเอ็กซ์ รุ่นและสีเดียวกัน และเป็นที่น่าสงสัยว่ากล้องวงจรปิดทั้ง 2 เหตุการณ์มีลักษณะถูกเบี่ยงจากมุมเดิม ทำให้ไม่เห็นเหตุการณ์ขณะลงมือทำร้าย 
    ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้พบนางพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาจ่านิว แจ้งว่าขณะนี้จ่านิวยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องพักผู้ป่วยขั้นวิกฤติ (ICU) เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิและรับคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา รวมถึงแจ้งหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองพยานดัง เบื้องต้นมารดาจ่านิวมีความประสงค์จะขอรับการคุ้มครองพยาน แต่เนื่องจากขณะนี้จ่านิวยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ มารดาจึงขอให้เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ติดต่อกลับมาในภายหลังอีกครั้ง" โฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าว
    ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า กรณีทำร้ายจ่านิวเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากจะฟังว่าทาง ผบ.ตร.จะออกมาชี้แจงหรืออธิบายถึงวิธีการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างไร หรือให้ความมั่นใจว่าจะหาตัวผู้กระทำผิดได้หรือไม่ เบื้องต้นตนทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการลงพื้นที่เร่งหาเบาะแสและหาหลักฐาน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสนใจระดับประเทศไปแล้ว รวมทั้งนอกประเทศด้วย เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงควรจะออกมาพูดได้แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรในการนำคนผิดมาลงโทษ
    ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน เดินทางพร้อมนำกระเช้าดอกไม้มาเยี่ยมจ่านิว มี น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของจ่านิวต้อนรับ 
    น.ส.พัฒน์นรีกล่าวว่า ตอนนี้อาการนิวทรงตัว มีอาการปวดเหมือนเดิม วันนี้จะเข้ารับการผ่าตัดจมูกที่ยุบลงไปจากการถูกตี ทำให้หายใจลำบาก หมอจะผ่าตัดงัดกระดูกมาเพื่อให้นิวหายใจคล่องขึ้น โดยวันนี้ขอความร่วมมือจากคนที่รักและห่วงนิวไม่ต้องมาเยี่ยม เพราะนิวจะต้องเข้ารับการผ่าตัด ทำให้ไม่สะดวก และตนจะต้องดูแลตลอด ไม่มีเวลามาต้อนรับ 
แม่โล่งจ่านิวดีขึ้น
    "อาการตอนนี้มีเรื่องของตาข้างขวาที่ยังน่าเป็นห่วงอยู่ เพราะเบ้าตากระดูกแตก มีเลือดคั่งไปทับเส้นประสาท จึงมีผลกระทบต่อการมองเห็น เบื้องต้นต้องผ่าตัด เพราะเกรงว่าเส้นประสาทจะเสื่อม หมอยังไม่ให้เดิน เพื่อไม่ให้เลือดกระจายอยู่จุดเดียวเป็นก้อน จึงให้นอนอยู่นิ่งๆ เชื่อว่าหลังผ่าตัดน่าจะราบรื่นดี นิวรู้สึกดีตั้งแต่วินาทีที่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ คุยรู้เรื่อง แต่ตอบสนองช้า" น.ส.พัฒน์นรีกล่าว
    แม่จ่านิวกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีได้เข้ามาขอข้อมูลแล้ว แต่นิวได้ปฏิเสธ เพราะยังไม่พร้อมให้ปากคำ ขอให้นิวได้ผ่าตัดเรียบร้อยก่อน
    ส่วน พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เรามีกล้องซีซีทีวีเต็มเมือง จากประสบการณ์ของตนเชื่อว่าถ้าเป็นคดีอื่นๆวันเดียวจับคนร้ายได้แล้ว และยิ่งพื้นที่มีนบุรีเป็นพื้นที่ที่บ้านผู้ใหญ่อยู่ ปกติมักจะมีข้าราชการไปประจำอยู่แล้ว วันนี้อยากฝากคนไทยว่า ขอให้ทุกคนใจกว้างเรื่องความคิด ความเห็นต่างคือการพัฒนา และไม่ใช้ความรุนแรง 
    ต่อมานายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมน ไรต์วอตช์ ได้เดินทางมาเยี่ยมจ่านิวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเช่นกัน
    นายสุณัยกล่าวว่า ได้ทำหนังสือรายงานไปยังสำนักงานใหญ่ของฮิวแมนไรต์วอตช์เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศทั่วโลกได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องที่นักกิจกรรมทางการเมือง ฝ่ายประชาธิปไตยทั้งในประเทศไทยและผู้ที่ลี้ภัยไปต่างประเทศโดนทำร้าย ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล 
    "ฮิวแมนไรต์วอตช์จะตรวจสอบคู่ขนานไปกับการทำงานของตำรวจ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำหนังสือถึงองค์กรระหว่างประเทศชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกับรายงานของรัฐบาล" ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์กล่าว
    ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการจัดกิจกรรมต่อลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ โดยแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาพบปะพูดคุย ร้องเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ 
ชี้เป้ากดหัวคนเห็นต่าง
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวตอนหนึ่งระหว่างงานว่า การทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์
พล.ต.อ.จักรทิพย์ออกมายืนยันต้องจับผู้กระทำผิดให้ได้ พร้อมทั้งอยากให้กลุ่มเคลื่อนไหวสู้กันในสภานั้น  ในฐานะที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมากว่า 30 ปี มีคำสอนนักเคลื่อนไหว เริ่มจากที่ตนบอกกับพวกตนเองว่า เราต้องอยู่ได้ในทุกบทบาท ทุกหน้าที่ ไม่จำเป็นจะต้องนำทุกเวลา บางเวลาใครมีศักยภาพนำได้ นำไป เราเองสามารถเป็นแนวร่วมที่ดี เป็นกำลังที่ดี ไม่ติดหัวโขนว่าจะต้องเป็นผู้นำเท่านั้น แต่นักเคลื่อนไหวจำนวนมากจะไม่เข้าใจ กลัวว่าจะสูญเสียบทบาท บางทีเราก็ต้องรู้ว่าเราจะต้องเดินทางอย่างไร บทเรียนมีมากมายเหลือเกิน
    "สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ เราเองต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การทำร้ายจ่านิว มีมิติมากกว่าเพียงการขู่ ปราม ให้เกิดความเข็ดหลาบ ประเด็นนี้ผู้ลงมือต้องการผลลัพธ์ทางการเมืองอะไร เป็นสิ่งที่จะต้องติดตามกันต่อไป เพราะในทางบรรยากาศการเมืองที่มีโรคแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา วิธีการที่ปฏิบัติต่อจ่านิวนั้น เป็นเรื่องที่เรามิอาจจะยอมรับได้ และต้องแสดงตนว่าพฤติกรรมดังกล่าวนี้ ตั้งแต่หัวแถวของผู้มีอำนาจ จนถึงผู้ปฏิบัติ จะต้องทำหน้าที่ เพราะมันจะเป็นชนวน เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว จะนำพาไปสู่หลากหลายปัญหา แต่ถ้ากระบวนการทางกฎหมาย มีความเข้มแข็งและเอาจริงเอาจัง ก็เชื่อว่าไม่กี่วันนี้สามารถจับกุมคนร้ายได้ ทั้งหมดอยู่ที่ผู้บังคับใช้กฎหมายว่าจะปล่อยให้สถานการณ์เดินไปอย่างนี้ เพื่อจะเกิดอีกหลากหลายสถานการณ์หรือไม่ ตนก็วาดหวังว่าเวทีรัฐสภาจะได้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ กลไกรัฐได้ทำตามที่พูดไว้ทุกประการ" นายจตุพรกล่าว
    ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า จ่านิวถูกทำร้ายถือเป็นการทำร้ายที่รุนแรงที่สุด บางคนบอกว่าอย่าเพิ่งสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่ดูจากการทำร้ายผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองมาตลอด โดยเฉพาะกรณีของจ่านิว ที่กล้าออกมาคัดค้านรัฐประหารและการใช้อำนาจของ คสช.มาโดยตลอด รวมทั้งระยะหลังเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมในทางที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ทำให้คนที่ติดตามก็ต่างสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องการเมืองแน่นอน
    “นอกจากจับคนร้ายได้ และพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าไม่ใช่การเมือง ถึงจะเชื่อได้ว่าไม่เป็นการเมือง เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ คสช.ไม่ควรอยู่เฉย โดยไม่พูดหรือไม่ทำอะไรเลยอย่างที่เป็นอยู่ อาจจะต้องแสดงความรับผิดชอบและเอาจริงเอาจังป้องกันปัญหา อย่าปล่อยให้มีการกระทำที่ผิดกฎหมายและป่าเถื่อน” นายจาตุรนต์กล่าว
    อดีตแกนนำพรรค ทษช.กล่าวว่า พวกที่ทำน่าจะเป็นสายเหยี่ยว ที่มองว่าต้องกดให้ฝ่ายเห็นต่างหยุดเคลื่อนไหว เพราะจากนี้ คสช.ไม่สามารถใช้สิทธิอำนาจโดยเด็ดขาดได้อีกแล้ว เมื่อเป็นรัฐบาลก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย และมีการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรและฝ่ายต่างๆ มากขึ้น จึงอาจจะต้องการกดให้อยู่ เลยทำให้ไม่ได้คิดถึงผลเสียที่จะตามมา ถึงได้บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์กับพวกต้องรีบจัดการเรื่องนี้ เพราะส่งผลเสียต่อสังคมโดยรวมอย่างมาก ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเริ่มต้นของรัฐบาลใหม่ที่ต้องแบกเอาความไม่ชอบธรรมเต็มไปหมดเอาไว้
    วันเดียวกัน ที่ร้านหนังสือบุ๊คโคล่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ร่วมกิจกรรมเสวนาหนังสือหัวข้อ "แอนิมอลฟาร์ม และดิสโทเปียอื่นๆ"  โดยนายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า หนังสือเรื่องแอนิมอลฟาร์ม ตนอ่านนานมากแล้ว เป็นหนึ่งในรายชื่อหนังสือที่นักกิจกรรม คนทำกิจกรรมการเมืองต้องอ่าน รวมถึงหนังสืออย่าง 1984, บันทึกของ แอนน์ แฟรงก์ เป็นต้น สิ่งที่น่าคิดอย่างหนึ่งในนิยายเล่มนี้ คือ เรื่องมายาคติ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ปกครองใช้กดทับผู้อื่น นโปเลียนหรือหมูผู้ปกครองในเรื่องสร้างเรื่องราวหลอกลวง เพื่อควบคุม ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงควบคุมด้วยกองกำลังหรือกองทัพอย่างเดียว แต่ต้องสร้างมายาคติด้วย ไม่ว่าจะเป็นบัญญัติสัตว์ 7 ประการ ที่มีการแก้ไขอยู่เรื่อยๆ ซึ่งมายาคติเหล่านี้เองทำให้คนไม่กล้าจะท้าทาย 
    "ผมอยากยกตัวอย่างชุดความคิดที่ล้าหลังมากกับโลกสมัยใหม่ แต่กำลังเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจทำได้สำเร็จในสังคมไทย นั่นคือเขาพยายามบอกว่าการชุมนุมคือความวุ่นวาย นี่เป็นสิ่งที่สังคมไทยรู้สึก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วการชุมนุมนั้นเป็นสิทธิเสรีภาพตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตย" หัวหน้าพรรค อนค.กล่าว.


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ