'สนธิรัตน์'เคลื่อนไหวแล้ว!หลังก๊วนสามมิตรบีบพ้นเลขาฯพรรคพปชร.


   

1 ก.ค.62 - นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลัง ส.ส. กลุ่มสามมิตร เตรียมเสนอญัตติในที่ประชุมพรรคเพื่อขับออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค  ว่า ตั้งแต่เข้ามาทำงานการเมือง ตนมีความทุ่มเทตั้งใจรับใช้ชาติบ้านเมืองในตำแหน่งต่าง ๆ โดยเมื่อได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ก็ตามตนได้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าให้หลุดพ้นจากปัญหาที่สะสมมา ทำงานอย่างเต็มความสามารถและได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์ให้ตกกับพี่น้องประชาชนในหน้าที่นั้น ๆ

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่าส่วนประเด็นปัญหาความขัดแย้งในการเข้าดำรงตำแหน่งในกระทรวงที่กล่าวถึงขณะนี้นั้น ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ที่จะเลือกกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งในการทำงาน และพร้อมทำงานในกระทรวงที่ได้รับมอบหมายหากเห็นว่าเหมาะสม ดังเช่นตอนแรกที่มีกระแสข่าวได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้เตรียมงานและเตรียมนโยบายในการบริหารกระทรวง ที่จะใช้อุตสาหกรรมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และได้เตรียมบุคลากรมืออาชีพเข้ามาเป็นทีมงานในการทำงานในกระทรวง 

"ส่วนกรณีกระแสข่าวที่จะให้ไปดำรงตำแหน่งในกระทรวงพลังงาน ผมเองมีความรู้สึกเสียใจในปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ได้เข้าไปมีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งแต่ประการใด ดังนั้นผมขอแสดงเจตนารมณ์ไม่มีความประสงค์และไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เพื่อพวกเราจะได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป"

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตนพร้อมรับฟังความเห็นต่างและเคารพเสียงประชาชนทุกคะแนนเสียง โดยเชื่อว่าขณะนี้ประชาชนอยากเห็นการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจ และเพื่อให้เกิดการทำงานที่ราบรื่น จึงเห็นว่าพรรคควรเดินหน้าและร่วมมือกันพัฒนานโยบายพัฒนาประเทศทุกด้านเพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความสบายใจและเชื่อมั่นทางการเมืองและเศรษฐกิจ


ยุคนี้ นักวิจารณ์เยอะ ซึ่งเป็นเรื่องดี.... แต่ประเภท "ไม่อ่านเนื้อ" อ่านแค่พาดหัว ๒-๓ คำ แล้วหยิบไปวิจารณ์เป็นคุ้ง-เป็นแควนี่ซี

เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'