ค่อยๆ เป็น...ค่อยๆ ไป


เพิ่มเพื่อน    

 น่าจะไม่ถึงกับหนักหนา สาหัส มากมายซักเท่าไหร่...สำหรับรายการฟาดงวง ฟาดงา แย่งกระดูก แย่งชามข้าว ภายในพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรค พลังประชารัฐ  ด้วยเหตุเพราะมันออกจะเป็นเรื่อง ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไม่ใช่ ความขัดแย้งในทางอุดมคติ-อุดมการณ์ ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น...ถ้าหากจับเข่า จับหัวเหน่า ยื่นหมู ยื่นหมา ยื่นแมว กันให้ถนัดชัดเจน  รัฐบาลปริ่มน้ำ ก็คงพอหายใจทางปาก ทางจมูก ไม่ต้องหันไปหายใจทางเหงือกอยู่แล้วแน่ๆ...

                                                                -----------------------------------------------

                และการที่ท่านนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ ท่าน ออกสารขอโทษประชาชน แทนนักการเมือง อันนี้...ต้องเรียกว่า ท่านออกจะ เล่นเป็น พอสมควร เพราะการจะลงไปคลุก ลงไปฟัด ไปเป็น ส่วนหนึ่งของปัญหา โอกาสที่จะ แก้ปัญหา ให้สำเร็จลุล่วงลงไปได้นั้น ก็อาจลำบากหนักขึ้นใหญ่ สู้หันมาทำตัวลอยๆ อาศัยเคล็ดวิชาตัวเบาระดับ เหยียบหิมะไร้รอย ค่อยๆ ปะเหลาะ ค่อยๆ ปะล่อม ค่อยๆ จัดสรร-ปันส่วน-ผสม ค่อยๆ ลูบ ค่อยๆ คลำ ค่อยๆ คลึง ซักพัก...มันคงต้องซี้ดๆ ซ้าดๆ กันไปเองกันจนได้ นั่นแล...

                                                                ----------------------------------------------

                แต่สิ่งที่น่าคิด น่าสะกิดใจไม่น้อย จากการปะทะ ประดาบ กันในเที่ยวนี้ ก็คือมันมีอะไรดีๆ อยู่ใน กระทรวงพลังงาน แบบไหน อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ ถึงทำให้ ชามข้าว ชามนี้ ถูกแย่ง ถูกฟัด กันอย่างเป็นพิเศษ ขนาดคนใน พรรค เดียวกัน แถมน่าจะเป็น พวก เดียวกันซะอีกต่างหาก ได้รับมอบหมาย สลับสับเปลี่ยน ให้เข้าไปดูแล บริหารและจัดการ แต่เรื่องที่ ไม่น่าจะเป็นเรื่อง ก็ดันต้องกลาย เป็นเรื่อง ขึ้นมาจนได้ ส่งผลให้เกิด คำถาม  ยาวไกลไปถึงเรื่องของทิศทาง แนวทาง ของสิ่งที่เรียกๆ กันว่า การปฏิรูปพลังงาน อันถือเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของใครต่อใครมานานแล้ว...

                                                                --------------------------------------------------

                แต่ก็เอาเป็นว่า...ไม่กระทรวงไหนต่อกระทรวงไหนนั่นแหละ เอาไป-เอามาแล้ว มันย่อมต้องเกี่ยวข้องกับ การปฏิรูป ไม่ว่าในทางหนึ่ง ทางใด รูปหนึ่ง รูปใดกันจนได้ โดยเฉพาะตราบใดที่ โครงสร้างทางสังคม มันยังคงเป็นไปในลักษณะ รวยกระจุก-จนกระจาย กลายเป็นตัวผลิต ความเหลื่อมล้ำ หรือเป็นตัวถ่าง ช่องว่าง ระหว่างคนรวย-คนจน คนไม่มีกับคนมี อันกลายเป็นรากฐานความขัดแย้งทางสังคม ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี กลายเป็นตัวสร้างเส้นแบ่ง สร้างวาทกรรม ระหว่าง ไพร่ กับ อำมาตย์ ที่ถูกนำไปเป็นเครื่องมือในการหลอกใช้ผู้คนในแต่ละภาค จนเกือบถึงขั้นคิดแยกรัฐ แยกประเทศ มาเมื่อไม่กี่สิบปีก่อนหน้านี้...

                                                                  --------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่ยังไงๆ คงต้องหาทาง ปฏิรูป ให้จงได้ ไม่งั้นมันก็ยังมีอันต้องถูกหยิบมาใช้เป็น เงื่อนไข หรือ เหตุปัจจัย ในการก่อความไม่สงบเรียบร้อย ความขัดแย้งแตกแยกขึ้นมาภายในสังคม ด้วยรูปแบบ รูปการณ์ที่เปลี่ยนไปตามยุค-ตามสมัย ไม่ว่าตั้งแต่ยุค ซุ่มซ่อนยาวนาน-รอคอยโอกาส ของบรรดาพลพรรคคอมมิวนิสต์ มาจนถึงยุค ซุ่มซ่อน-นอนกิน ของบรรดาพลพรรคประชาธิปไตยทุนสามานย์ การขจัดช่องว่าง ขจัดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมทางโอกาส แม้จะเป็นคำพูดซ้ำๆ ซากๆ มาไม่รู้กี่ทศวรรษต่อกี่ทศวรรษ กี่รัฐบาลต่อกี่รัฐบาล แต่ก็ยังถือเป็นสิ่งที่ควรพูด ควรย้ำ และควรเร่งหาทาง ปฏิรูป กันต่อไป อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

                                                                   --------------------------------------------------

                และการหาทางทำให้สิ่งที่ว่านี้ เกิดความคลี่คลาย หรือทุเลา เบาบาง ลงไปบ้าง...จะไปอาศัยแต่เฉพาะ นักการเมือง ล้วนๆ ก็คงลำบาก ด้วยเหตุเพราะบรรดานักการเมืองทั้งหลาย ท่านคงต้องอาศัย ทุน ด้วยกันทั้งสิ้น ในการที่จะสร้างช่องทาง สร้างโอกาส เพื่อเข้ามาแย่งชามข้าวกับใครต่อใครให้จงได้ แม้แต่จะอาศัย ทหาร ล้วนๆ ก็ยังลำบากอีก โดยเฉพาะเมื่อ ทุน กับ ปืน ดันหันมาเป็นอันหนึ่ง-อันเดียวกันขึ้นมาเมื่อไหร่ อันนั้นนั้นแหละ...ที่ส่งผลให้เกิด เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย อันนำไปสู่การลุกฮือของพลพรรคคอมมิวนิสต์ในสังคมไทย ตั้งแต่เมื่อเกือบศตวรรษที่ผ่านมา...

                                                                    -------------------------------------------------

                พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่า ประชาธิปไตยล้วนๆ หรือ  เผด็จการล้วนๆ ก็เถอะ ล้วนแล้วแต่ เสร็จทุน มาด้วยกันทั้งสิ้น เหลือแต่ประชาธิปไตยแบบ จัดสรร-ปันส่วน-ผสม  หรือ ประชาธิปไตยแบบไฮบริด นี่แหละ ที่อาจพอเห็นช่อง เห็นทาง ในการคลี่คลายทุเลาเบาบางช่องว่างและความเหลื่อมล้ำต่างๆ ลงไปได้มั่ง แม้แต่เล็กๆ น้อยก็ยังดี โดยเฉพาะถ้าหากการจัดสรร-ปันส่วน-ผสมนั้นๆ เป็นไปในแนวทางที่ เปิดโอกาสให้คนดีขึ้นมามีบทบาท ป้องกันคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ตามที่ล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านได้ทรงชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้ กระบวนการ ปฏิรูป ในเรื่องต่างๆ มันก็อาจจะพอขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว ได้บ้าง...

                                                                    ---------------------------------------------------

                สรุปรวมความแล้ว...เอาเป็นว่า ไม่ว่ารูปร่าง หน้าตา ของ รัฐบาลใหม่ จะเป็นแบบไหน อย่างไร จะเปิดผอบพบนางโมรา หรือว่าพบโจรป่า ในช่วงกลางเดือนกรกฎาฯ ที่จะถึงนี้ ก็คงต้องคอยติดตามกันไปเป็นระยะๆ แต่อย่างน้อยที่สุด...ด้วยกระบวนการ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรือ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั้น ก็ยังพอได้ตั้งความหวังเอาไว้มั่งว่าโดย ธรรมะ หรือ ศีลธรรม ที่ยังคอยควบคุม กำกับ กระบวนการดังกล่าวเอาไว้บ้างแม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็น่าจะพอช่วยให้เกิด ความเป็นธรรม ขึ้นมาในสังคมได้บ้าง ไม่มากก็น้อย...

                                                                  ---------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Abraham Lincoln (อีกครั้ง)... Let us have faith that right makes might, and in that faith let us do our duty as we understand it.- ขอให้เรามีความศรัทธาว่า ความถูกต้อง (เป็นธรรม) คืออำนาจ และด้วยความเชื่อมั่น-ศรัทธาเช่นนี้ ขอให้เราจงปฏิบัติหน้าที่ไปตามที่เราเข้าใจเถิด...

                                                                   ---------------------------------------------------- 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"