21สว.รวมตัวสู้ปมหุ้นสื่อ แม่ธนาธรแจ้งเลิกวี-ลัคฯ


   

 21 ส.ว.รวมตัวสู้คดีถือหุ้นสื่อ "วันชัย" ยันฟ้องกลับ "เรืองไกร" แน่ ทีมกฎหมาย ปชป.เตรียมสู้ 8 ประเด็น มั่นใจ 7 ส.ส.ไม่ได้ดำเนินกิจการสื่อสารมวลชน "แม่ธนาธร" จดทะเบียนเลิกกิจการ วี-ลัค มีเดียแล้ว อ้างขาดทุนต่อเนื่อง 

    เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หนึ่งใน 21 ส.ว.ที่ถูกนายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบสมาชิกภาพเนื่องจากเข้าข่ายต้องสิ้นสุดลงกรณีถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ส.ว.ทั้ง 21 คนอยู่ระหว่างหารือถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยเบื้องต้นให้ ส.ว.ที่มีชื่อเตรียมเอกสารรวมถึงพยานเพื่อเข้าชี้แจงต่อ กกต.เมื่อถูกเรียกไปชี้แจง 
    อย่างไรก็ตาม ยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดีกับนายเรืองไกรแน่นอน เพราะตนไม่ใช่ผู้ถือหุ้นในกิจการของบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ทำสื่อ และคุณสมบัติตนไม่มีปัญหา
    นายสมชาย แสวงการ ส.ว.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ไม่ต้องเป็นหมอดูคนที่รู้ข้อกฎหมายเห็นข้อเท็จจริง ย่อมทราบดีว่าคดีถือหุ้นสื่อของคนที่ตรงไปตรงมา ไม่น่ากังวล ส่วนใครที่ใช้เทคนิคฉ้อฉลย่อมไม่รอดพ้นวิบากกรรม เพราะเหตุที่จี้โดนใจดำกระมัง ทั้งกองทัพอวตารและทะแนะรับใช้ทุนอุบาทว์ทางการเมืองอนาคตเทียม จึงออกมาตีโพยตีพาย ด่ากราดคนรู้ทันที่เห็นลิ้นไก่ ว่าถ้าเลยเถิดไปคดีอาญามีหวังหลายคนจะเสียอนาคตใหม่กัน? แต่ผมจำคำอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ได้ดีครับ ว่าบางพวกก็เป็นได้แค่หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง อย่าไปให้ราคามากนัก 555" 
    ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าคณะทนายความผู้รับผิดชอบคดี เปิดเผยความคืบหน้าถึงการเตรียมต่อสู้คดี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ถือหุ้นสื่ออาจเข้าข่ายขัดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.หรือไม่ว่า ได้ขอให้ ส.ส.เข้ามาให้ข้อมูลเพื่อเตรียมคดีวันละ 2 คน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงเช้าของวันที่ 2 ก.ค.นี้จะเรียกประชุมทีมทนายความที่ดูแลคดีนี้ทั้งหมด
     ทั้งนี้ การเตรียมข้อต่อสู้ในคดีมี 7-8 ประเด็น อาทิ เรื่องคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3)  เกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อ หรือข้อความเรื่องวัตถุประสงค์ที่เขียนไว้ว่า กิจการทำสื่อสารมวลชนจริงหรือไม่  และบริษัทที่เปิดทำกิจการสื่อมวลชนจริงหรือไม่ รวมถึงประเด็นการเตรียมหลักฐานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคที่ถูกร้องทั้ง 7 คนไม่ได้ดำเนินกิจการสื่อสารมวลชน รวมทั้งกรณีที่มาของรายได้และการเสียภาษี การแสดงบัญชีงบดุลต่างๆ ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบการ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ทำกิจการเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายกิจการหลักฐานต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซึ่งพรรคจะต่อสู้ตามหลักฐาน โดยใช้รายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้มากที่สุด
    เมื่อถามว่า บรรทัดฐานของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่เคยวินิจฉัยตัดสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บางคนไปแล้ว จากกรณีระบุวัตถุประสงค์ให้บริษัทประกอบกิจการสื่อได้ นายราเมศกล่าวว่า ในการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาไม่อาจทราบได้ถึงวิธีการต่อสู้คดีและรายละเอียดการพิจารณาคดี แต่การสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการตั้งต้นใหม่ทั้งหมด โดยใช้ระบบไต่สวนซึ่งวางหลักการไว้ว่าผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนจะต้องไม่ได้ทำกิจการสื่อสารมวลชนจริง โดยย้ำถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ระบุการถือหุ้นสื่อเป็นคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. เพื่อป้องกันความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง แต่สุดท้ายเชื่อว่า ประเด็นทั้งหมดที่ตั้งเตรียมไว้จะเป็นข้อต่อสู้ในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีพฤติกรรมเข้าองค์ประกอบคุณสมบัติต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3)  กำหนด
    สำนักข่าวอิศรารายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.62 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ได้มอบอำนาจให้นายฉัตรชัย เตชะมนตรีกุล ไปยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี บริษัท  วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร โดยแนบเอกสารรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 ณ ที่บ้านเลขที่ 43/10 หมู่ที่ 6 ต.บางโฉลง  อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ยื่นแสดงเป็นหลักฐาน
    รายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นฉบับดังกล่าวระบุว่า มีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะเข้าร่วมประชุมจำนวน 5 คน นับจำนวนหุ้นได้ 4,500,000 หุ้น นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานที่ประชุม  วาระพิจารณาให้เลิกบริษัท นางสมพรแถลงว่าเนื่องจากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะเลิกบริษัทหรือไม่ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เลิกบริษัทตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2562 (ดูเอกสาร) 
    ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.62 นายพงศกร ช่วยละแม นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติราชการแทนสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10 ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 3 ระบุว่า สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10 ได้ทำการตรวจสอบภาษีอากรและเร่งรัดภาษีอากรค้าง รายบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด และมีความประสงค์ขอให้ระงับการการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด
    ทั้งนี้ การถือครองหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร เป็นประเด็นถูกร้องเรียนว่าขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากเป็นกิจการสื่อมวลชน ซึ่ง กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและอยู่ระหว่างการพิพากษาในขณะนี้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธรต้องนำส่งเอกสารชี้แจงคดีดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 8  ก.ค.นี้ เนื่องจากครบกำหนด 30 วันตามที่นายธนาธรได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาในครั้งแรก และศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลาเป็นครั้งที่ 2 ตามที่ร้องขออีก.