
เส้นทาง-อนาคตการเมืองของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแนวทางวินิจฉัยคดีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน แล้วว่า จะวางหลักเกณฑ์การวินิจฉัยคดีไว้อย่างไร หลังจากฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ ที่นำทีมโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ได้ไปยื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายตามที่ศาล รธน.กำหนดให้ธนาธรยื่นเอกสารชี้แจงข้อกล่าวหา
โดยทีมกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นเอกสารชี้แจง 70 หน้า เอกสารประกอบการชี้แจง 50 รายการ 200 หน้า เพื่อหวังให้ธนาธรรอดพ้นข้อกล่าวหาถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง
แนวทางการสู้คดีของธนาธร หลักๆ ก็คือ
1.ขอให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคดี ก่อนลงมติวินิจฉัย 2.ยื่นคำร้องขอให้ศาลนัดไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติม ตามบัญชีพยานที่ธนาธรยื่นต่อศาลที่ฝายกฎหมายพรรคยื่นไป 5 ชื่อ 3.ขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ให้ธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราว
ซึ่งทั้งหมดอยู่บนข้อต่อสู้หลักที่ปิยบุตรดักคอศาลรัฐธรรมนูญไว้ว่า “อย่าเร่งรัดการวินิจฉัยเพื่อปิดสำนวน”โดยยกเคสคำร้องคดี ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่เคยถูก กกต.ยื่นคำร้องกรณีภรรยาปกปิดบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ปิยบุตรดักทางไว้ว่า คดีดอน ศาล รธน.ยังใช้เวลาร่วมสามเดือนถึงจะมีคำวินิจฉัยออกมา อีกทั้งมีการเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคดี ดังนั้น ศาล รธน.ก็ควรใช้บรรทัดฐานเดียวกัน กับการพิจารณาคำร้องคดีธนาธร
“อย่างน้อยที่สุด คดีธนาธรอ่านคำวินิจฉัยช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้” ปิยบุตรระบุไว้ ในการแถลงข่าวเมื่อ 8 ก.ค.
ต้องรอดูว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน จะมีการพิจารณาคำร้องคดีธนาธรอย่างไร ซึ่งเบื้องต้นหลังจากนี้ คาดว่าคณะตุลาการศาล รธน. คณะย่อย ที่มีด้วยกัน 3 คน ที่รับผิดชอบสำนวนคดีธนาธร จะนำข้อสู้คดีของธนาธรทั้งหมด โดยเฉพาะข้อเรียกร้องที่ต้องการให้ศาล รธน.เปิดห้องพิจารณาไต่สวนคดีโดยเปิดเผย ทาง องค์คณะย่อย ก็จะนำเสนอต่อที่ประชุมตุลาการศาล รธน.เพื่อให้ที่ประชุมตุลาการศาล รธน.วินิจฉัยว่าจะวางแนวทางการวินิจฉัยคดีไว้อย่างไร?
โดยหากเสียงส่วนใหญ่ของตุลาการศาล รธน.เห็นควรให้มีการเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคดี–เรียกฝ่าย กกต. และธนาธรมาชี้แจง เบิกความสู้คดีกันต่อหน้าองค์คณะฯ ถ้าออกมาแบบนี้ เรื่องก็ยาว กว่าศาลจะนัดอ่านคำวินิจฉัย แต่หากตุลาการศาล รธน.เห็นว่าพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งคำร้องของ กกต.–คำชี้แจงข้อกล่าวหาของธนาธร ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว โดยมองว่าคำร้องดังกล่าวพิจารณาเพียงแค่พยานเอกสารที่สำคัญในคดี
เช่น “สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5” ที่เป็นแบบแสดงรายละเอียดบัญชีของผู้ถือหุ้นที่แสดงข้อมูลสำคัญๆ เช่น ชื่อและข้อมูลของผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้นที่ถือและชำระแล้ว จนทำให้พอรู้ได้ว่าธนาธรถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัคฯ ก่อนลงเลือกตั้งหรือไม่ หลังนำเอกสารดังกล่าวเทียบเคียงกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42 (3) ที่กำหนดคุณสมบัติมิให้ผู้สมัคร ส.ส.เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ในวันรับสมัครเลือกตั้ง
ถ้าเสียงส่วนใหญ่ในองค์คณะฯ ชุดใหญ่เห็นว่าทุกอย่างชัดเจนเพียงพอ โดยไม่ต้องเปิดห้องไต่สวนคดี ตุลาการศาล รธน.ก็สามารถนัดประชุมตุลาการศาล รธน.เพื่อลงมติตัดสินคดีได้เลย ซึ่งหากออกมาแบบนี้ เส้นทางคดีก็จะรู้ผลเร็วกว่าการเปิดห้องไต่สวนคดีร่วมเดือนเลยทีเดียว เพราะตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีของศาล รธน. มาตรา 58 บัญญัติไว้ว่า “หากศาลเห็นว่าคดีใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัย โดยไม่ทําการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้”
สุดท้าย “ธนาธร” จะได้กลับมาเป็น ส.ส.เดินเข้าห้องประชุมสภาฯ หากศาลยกคำร้อง หรือจะต้องพ้นจากถนนการเมืองไป 20 ปีจากผลคำวินิจฉัยของศาล รธน. ผลแห่งคดีจะออกมาแบบไหน มีให้ได้ลุ้น.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |