ตามโผ!พท.ยุคเพื่อหญิงหน่อยผงาด


เพิ่มเพื่อน    

 

ไม่พลิก! "สมพงษ์" ผงาดหัวหน้าเพื่อไทย  "อนุดิษฐ์" เลขาฯ เด็กหญิงหน่อยพรึ่บ กก.บห. ประเดิมงานแรกจัดหนักซักฟอกรัฐบาลแถลงนโยบาย "สุดารัตน์" ประกาศเป็นฝ่ายค้านทรงอานุภาพ "ป๋าเหนาะ" ลั่นไม่ตายไม่เลิกเล่นการเมือง

ที่ห้องประชุมชั้น 7 พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 ประจำปี 2562 เพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มีบรรดาแกนนำพรรคและ ส.ส. เดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรค, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าห้องประชุมชั้น 7 ได้เตรียมคูหาให้สมาชิกลงคะแนนเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ รวมทั้งกระดานนับคะแนน สำหรับองค์ประชุม ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันที่ต้องมาเกินกึ่งหนึ่ง ตัวแทนพรรคจาก 4 ภาค  76 จังหวัด ส.ส. 136 คน สมาชิกพรรค และอดีตรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้นต้องเกิน 250 คน 
     ภายหลังการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ผลปรากฏว่าได้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น 29 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายไพจิต ศรีวรขาน, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายวิทยา บุรณศิริ,  นายสามารถ แก้วมีชัย, นายวิชาญ มีนชัยนันท์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายชวลิต วิชยสุทธิ์, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายนคร มาฉิม, พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ รองหัวหน้าพรรค
         น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, น.ส.ละออง ติยะไพรัช, นายจตุพร เจริญเชื้อ, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, นายศราวุธ เพชรพนมพร, นายสุรชาติ เทียนทอง, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค, นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค, นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิกพรรค, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค,  นายประพนธ์ เนตรรังสี, นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค
    มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า กรรมการบริหารพรรคชุดนี้มีมากถึง 29 คน ซึ่งจาก 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มสายตรงคนแดนไกล กลุ่มกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม ที่มีความสนิทสนมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย อาทิ นายชูศักดิ์ นางลดาวัลลิ์ นายเผ่าภูมิ ขณะที่กลุ่มใหญ่สุดเป็นกลุ่มคนสนิทของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่มีทั้ง ส.ส.และอดีต ส.ส.ทุกภูมิภาค เช่น น.อ.อนุดิษฐ,  นายวิชาญ, นายสามารถ, นายประเสริฐ, นายจตุพร, นพ.ชลน่าน, นายจิรายุ, นายอนุสรณ์ ทั้งนี้ การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ แม้จะมีความพยายามลบล้างภาพในอดีตที่มักจะไม่นำ ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุการเมืองจากการยุบพรรคที่จะทำให้ ส.ส.ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งตามไปด้วย แต่ก็มี ส.ส.อยู่ในคณะกรรมการชุดใหม่มากถึง 11 คน
    ต่อมา นายสมพงษ์กล่าวต่อที่ประชุมสมาชิกพรรคว่า กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค นำพาพรรคไปในแนวทางที่ถูกที่ควร ด้วยจำนวนกรรมการบริหารพรรคที่ถูกกำหนดไว้ให้มีเพียง 29 คน เป็นคนรุ่นใหม่ มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ไม่มีสตันท์แมนหรือนอมินี เราจะสนับสนุนการอภิปรายในสภา เจาะประเด็นในสิ่งที่รัฐบาลทำเสียหายต่อประเทศ มีเจตจำนงแก้ปัญหาให้ลุล่วง หาทางผลักดันให้รัฐบาลรู้ว่าอะไรควร-ไม่ควร เมื่อตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วต้องทำประโยชน์ให้ประชาชนโดยตรง 
    ส่วนแผนงานการทำงานในสภานั้น จะเริ่มตั้งแต่อภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาล เรื่องของจริยธรรม จากนั้นจะอภิปรายในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะเข้าสู่สภาช่วงเดือน ก.ย. ต้องใช้บุคลากรของพรรคที่รอบรู้ชี้ให้รัฐบาลทราบว่าอะไรควร-ไม่ควร อะไรต้องตัด อะไรต้องแก้ไข และแน่นอนว่าก่อนปิดสมัยประชุม ต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากกรรมการบริหารพรรคแล้ว พรรคเพื่อไทยยังมีบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในคณะกรรมการต่างๆ เช่น คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค มีนายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธาน และจะยังมีคณะกรรมการชุดต่างๆ อีกที่จะมาช่วยกันทำงาน
    สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น รัฐมนตรีบางส่วนมาจาก ครม.ชุดที่ผ่านมา เราจะดูการทำงาน ครม.ทั้งสองชุดควบคู่กันไป แต่ขณะนี้ไม่ยังเจาะจงไปที่ใคร แต่เชื่อว่าท่านรู้ตัวท่านเอง ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุไม่อยากให้ใช้เวทีสภาเป็นที่ล้มรัฐบาลนั้น สภาไม่ได้เป็นที่ล้มรัฐบาลแต่เป็นเพราะประชาชนจะเห็นเอง แม้การล้มรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งเขามีเสียงส่วนใหญ่เกินเราไป 5-6 เสียง แต่ยังรวมกันได้เขาก็ต้องขยันกันหน่อย
    น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยฝ่าฟันสถานการณ์ทางการเมืองมามากมาย แต่ประสบความสำเร็จมาตลอด เพราะกรรมการบริหารพรรคตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย ขอสัญญาว่าจากนี้สิ่งที่ตนจะดำเนินการจะทำเพื่อพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคยิ่งใหญ่เพื่อประชาธิปไตย ขอปวารณาตัวเอง และขอให้โอกาสตนเป็นตัวเชื่อมระหว่าง ส.ส.และผู้บริหารในส่วนกลาง ทั้งนี้ จะมีโครงการเพิ่มความสามารถ ยกระดับสมาชิกของพรรค เพื่อเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจ ในฐานะตัวแทนประชาชน
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์วันนี้หนักหนาและหนักหน่วงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เราต้องเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ 3 เรื่อง คือ 1.ความท้าทายทางการเมือง การต่อสู้กับรัฐธรรมนูญและกติกาที่บิดเบี้ยว กับประชาธิปไตยจอมปลอม กลไกต่างๆ การใช้อำนาจรัฐการใช้องค์กรอิสระที่ไม่เป็นธรรม 2.ความท้าทายทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และ 3.ความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี จึงต้องปรับตัวให้พร้อมโดยปรับกระบวนทัศน์ จัดกระบวนคน สร้างกลไกยุติความขัดแย้ง 
    "จากนี้ เพื่อไทยยุคใหม่จะเข้าถึงประชาชนมากขึ้น และจะนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในสภามากขึ้น และร่วมติดตามการทำงานของรัฐบาลร่วมกับทีมเพื่อไทยให้มากขึ้น จะเป็นพรรคที่เป็นเครื่องมือทำงานให้ประชาชนได้ทรงอานุภาพกว่าเดิม เราจะเป็นฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง ในการดูแลผลประโยชน์ของประชาชน วันนี้ ดิฉันต้องขอให้พวกเราได้ร่วมใจกันเป็นหนึ่ง รวมพลังกันให้มั่นเพื่อทำความหวังที่คนไทยทั้งประเทศฝากไว้กับเราให้สำเร็จ เพื่อให้บรรลุตาม 3 เป้าหมาย คือ 1.คืนความอยู่ดีกินดีและความสงบสุขให้กับคนไทย 2.คืนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่แท้จริงให้ประเทศไทย และ 3.คืนศักดิ์ศรี เกียรติภูมิของประเทศไทย สร้างชาติไทยของเราให้ทันสมัยทัดเทียมโลกอีกครั้งหนึ่ง” คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ
    นายเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนทำงานการเมืองมานาน วันนี้เราเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุด แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะนักกฎหมายที่เขียนกฎหมายมีจิตใจต่ำช้า สามานย์ เขียนกฎหมายตามคำสั่งโจร 500 เอาอำนาจอธิปไตยจากประชาธิปไตย เป็นของเผด็จการ สร้างความเสียหายให้บ้านเมืองย่อยยับ วันนี้ต้องขอบคุณกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่ให้เกียรติ หัวใจยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้มีคนมาขอให้เลิก แต่ก็ยังไม่เลิก ยังอยากทำงานการเมืองต่อไป คำว่าเลิกเท่ากับปฏิเสธความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง หากยังมีลมหายใจ ไปไหนมาไหนได้ จะไม่ยอมเลิก มีอะไรที่ตนพอให้ทำได้ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะยังพอมีบารมีพอสมควร ขอย้ำว่าสมาชิกในพรรคยังรักและสามัคคีกัน คงไม่มีสัตว์เลื้อยคลานในพรรคอย่างแน่นอน. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"