ณรงค์ศ์กดิ์ปัดชิงผู้ว่าฯกทม. โอ๊คไฟเขียวชัชชาติชนะแน่


   


    "ณรงค์ศักดิ์" ปัดข่าว พปชร.ทาบลงชิงผู้ว่าฯ กทม. "มท.1" การันตีความสามารถครบเครื่อง เผยรอ ครม.เคาะวันเลือกตั้งท้องถิ่น "โอ๊ค" ไฟเขียว "ชัชชาติ" มั่นใจ พท.คว้าชัยชนะชัวร์ ปชป.ยันส่งผู้สมัครแน่แต่ยังไม่เคาะ ปฏิเสธชื่อ "อภิสิทธิ์"
    เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีมีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมส่งนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 16.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เดินทางเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการ จากนั้นนายวิษณุเปิดเผยว่าไม่ได้มาหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวินจะดำรงตำแหน่งต่อไปจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และถึงแม้ว่าไม่มี คสช.แล้ว คำสั่งดังกล่าวก็ระบุว่าจะอยู่ต่อไปจนกว่านายกฯ จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หากนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องให้ปลัด กทม.ทำหน้าที่รักษาการ ไม่สามารถออกคำสั่งแต่งตั้งคนใหม่ได้
    เมื่อถามว่า นายณรงค์ศักดิ์จะขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ หากมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่กรุงเทพฯ ไม่ครบ 1 ปีถ้ามีการเลือกตั้งปลายปีนี้ นายวิษณุกล่าวว่า "ไม่รู้ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้  จะไปทำอย่างไร"
    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการกำหนดวันเลือกตั้งท้องถิ่นว่า อำนาจอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด แต่ขอให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ก่อน เพื่อให้มาคิดร่วมกัน ให้ทุกคนให้ข้อเสนอแนะแก่นายกฯ ประกอบการตัดสินใจ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะดำเนินการหากมีนโยบายลงมา เช่น การเตรียมการเรื่องทะเบียนราษฎรหรือข้อมูลต่างๆ การจะให้เลือกอะไรก่อนหลัง รวมถึงจะเลือกอย่างไร 
    ส่วนกรณีคุณสมบัติของผู้ว่าฯ กทม.นั้น ต้องถามกลับไปที่ประชาชนว่าต้องการผู้ว่าฯ แบบไหน  เพราะประชาชนเป็นคนเลือก และตนไม่มีทฤษฎี เพราะคนกรุงเทพฯ ชอบเลือกผู้ว่าฯ กทม.ตรงข้ามกับรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนี้เราก็ต้องยอม แต่ถึงอย่างไรต้องถามประชาชน 
    เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าว พปชร.ทาบทามนายณรงค์ศักดิ์ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.นั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าไม่เคยเข้าร่วมประชุมกับพรรคพลังประชารัฐ และยังไม่เคยได้พูดคุยกับนายณรงค์ศักดิ์เลย แต่ถ้าถามว่าท่านเป็นคนอย่างไร บอกได้ว่าเป็นคน มีความสามารถที่จะทำงานได้ดีไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม ตั้งแต่อยู่ในตำแหน่งรองอธิบดีกรมที่ดินจนไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อีกทั้งยังเชี่ยวชาญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครองหรือความรู้ด้านวิศวะ ทั้งนี้หากจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ต้องไปดูคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับสมัครว่าต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่
    รมว.มหาดไทยยังกล่าวถึงการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศว่า การที่ผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงหรือสิงห์ทองเยอะที่สุด และยังเป็นนายอำเภอกับปลัดอำเภอจำนวนมาก  ถือเป็นไปตามอัตโนมัติ ยืนยันว่าไม่มีการแบ่งแยก แต่ก็เป็นสิ่งที่ระวังอยู่ โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องการแต่งตั้ง ปล่อยให้เขาดำเนินการไป แต่ถ้าคนคุมคุมไม่ได้ ตนจะเป็นคนคุมเอง ถ้าอธิบดีกรมไหนเอียงหรือเลือกแต่พวกพ้อง ตนจะเล่นงานอธิบดี
    ด้านนายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า "ผมไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่สื่อมวลชนไปเขียนกันเอง อย่างไรก็ตาม ผมขอไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม."
    วันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกรุงเทพฯ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ตอนนี้พรรคกำลังพิจารณาบุคคลอย่างไม่เป็นทางการ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าใครจะเหมาะสม เพราะมีหลายคนที่มีความสนใจลงสมัคร และมีหลายคนที่พรรคให้ความสนใจ  ส่วนที่มีข่าวพรรคพลังประชารัฐขอให้ประชาธิปัตย์งดส่งผู้สมัครเพื่อไม่ให้แย่งฐานเสียงกันนั้น ข้อเท็จจริงพลังประชารัฐไม่เคยมีการพูดคุยกับประชาธิปัตย์ เพราะโดยระบบประชาธิปัตย์ทำเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมาโดยตลอด และกฎหมายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเกือบทุกฉบับประชาธิปัตย์ก็มีส่วนริเริ่มผลักดันให้เกิดขึ้น รวมทั้งลักษณะการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เช่น กรุงเทพฯ หรือพัทยา   ฉะนั้นโดยหลักการแล้วพรรคต้องเตรียมความพร้อมในการที่จะดำเนินกิจการทางการเมืองเพื่อส่งผู้สมัครในทุกเวลา  
     เมื่อถามว่ามีชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครด้วยหรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า พรรคยังไม่เคยมีการคุยกันว่าใครจะมีความเหมาะสมในการลงสมัคร โดยเฉพาะชื่อของอดีตหัวหน้าพรรคไม่มีการคุยกัน ส่วนจะส่งใครลงสมัครขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค อย่างไรก็ตามเราพร้อมที่จะแข่งขันกับทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว
    ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมพิจารณาเสนอชื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ว่า  โดยส่วนตัวเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะส่งนายชัชชาติลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เพราะเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและมีความเหมาะสมมากๆ แต่จำเป็นต้องถามความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนด้วย 
    "รู้สึกยินดีมากๆ หากคุณชัชชาติจะตอบรับลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นว่า พรรคจะได้รับชัยชนะในการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณชัชชาติ พรรคคงไม่สามารถบังคับได้ เสียงที่สำคัญที่สุดคือเสียงของประชาชน จึงต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย" นายพานทองแท้ระบุ
    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่กังวลกับข่าวพลังประชารัฐทาบทามนายณรงค์ศักดิ์ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เพราะสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะแตกต่างกับการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถลงชิงตำแหน่ง  โดยเน้นคัดเลือกจากบุคลากรภายในพรรคและผู้ที่เป็นสมาชิกพรรค มากกว่าที่จะทาบทามบุคคลภายนอกมาลงชิงตำแหน่ง เนื่องจากภายในพรรคมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถหลายคน
    อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารพรรคจะมีการหารือกันอีกครั้งเกี่ยวกับการเสนอชื่อบุคคลชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. โดยส่วนตัวเห็นว่านายชัชชาติเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด ทั้งเรื่องของคุณสมบัติ ความสามารถ รวมถึงประสบการณ์ ซึ่งหากนายชัชชาติตอบรับที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง พรรคพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับ เช่นเดียวกับนายชัชชาติ แต่การลงชิงผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้วัดแค่เฉพาะความสามารถของบุคลากรเท่านั้น  แต่จะต้องรวมไปถึงนโยบายของพรรคการเมืองและองค์ประกอบอื่นๆ ควบคู่กันด้วย.