รวบไนจีเรีย แก๊งโรแมนซ์สแกม


   


    จับไนจีเรียตัวการใหญ่องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หว่านอีเมลหลอกลวงเหยื่อจนหลงเชื่อสูญเงินจำนวนมาก ปอท.เผยปีที่แล้วอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสร้างความเสียหายถึง 370 ล้าน
    เมื่อวันนี้ 16 กรกฎาคมนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก ปอท. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ติดตามจับกุมนายเบอร์ทราน ไอฟินไวจุกู อคีล (BERTRAND IFEANYICHUKWU AKILE) สัญชาติไนจีเรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2015/2558 ลงวันที่ 14 ก.ย.58 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคลอื่น, ร่วมกันปลอม ใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" จับกุมได้ที่บริเวณสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ชั้น 2 ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
    พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องมีผู้เสียหายแจ้งความไว้กับ กก.1 บก.ปอท. จนขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา และได้ข้อมูลจากสายลับว่าผู้ต้องหาจะมาติดต่อราชการที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กระทั่งพบผู้ต้องหาตามหมายจับปรากฏตัวอยู่บริเวณดังกล่าว จึงแจ้งข้อกล่าวหาและทำการตรวจยึดแท็บเล็ตยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง ซึ่งอาจเป็นหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด ส่งให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
    "สำหรับนายเบอร์ทราน จากการสืบสวนพบว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกตัวการสำคัญในแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งขบวนการดังกล่าวมีการทำธุรกรรมในบัญชีการเงินต่างๆ ส่งอีเมลสแกมที่มีการปรับแต่งอีเมลแอดเดรสของบริษัทที่เป็นเป้าหมายไปหาลูกค้าของบริษัทต่างๆ ในการรับโอนเงิน จากนั้นจะโอนเงินต่อไปยังสมาชิกเครือข่ายต่อเพื่อฟอกเงิน ทำให้ยากต่อการติดตามเงินกลับคืน นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ทางการไทยได้จับกุมสมาชิกแก๊งนี้ได้แล้ว 2 ราย และดำเนินคดีไปแล้ว" พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าว
    พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการก่ออาชญากรรมในลักษณะการหลอกลวงทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคนร้ายส่วนใหญ่จะเป็นชาวผิวสี กระทำเป็นขบวนการในลักษณะองค์กรอาชญากรรม ซึ่งในปี 2561 เป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายเป็นตัวเงินมากที่สุด ประมาณ 370 ล้านบาท 
    สำหรับรายละเอียดการหลอกลวง มีดังนี้ 1.ส่งอีเมลหลอกให้ร่วมทำธุรกิจด้วย หลอกว่าได้ภาษีคืน หลอกว่าเป็นผู้โชคดีถูกรางวัล หลอกให้ช่วยเหลือแล้วจะตอบแทนด้วยเงินก้อนโต หลอกว่าคุณเป็นทายาทของมหาเศรษฐีที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยคนร้ายจะส่งอีเมลจำนวนมากไปหาเหยื่อจำนวนมากๆ ในอีเมลจะมีเนื้อหาเชิญชวน โน้มน้าว ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ เช่น ลงทุนเพียงนิดเดียว แต่ได้กำไรกลับคืนมหาศาล บางครั้งยอมโอนเงินค่าดำเนินการไปให้เพื่อหวังได้รางวัลก้อนโตกลับมาในเวลาอันสั้น เมื่อเหยื่อตอบกลับมา พวกคนร้ายก็จะติดต่อกลับเพื่อดำเนินการหลอกลวงอย่างอื่นต่อไปทันที 
    2.การส่งอีเมลปลอม หรือแฮ็กอีเมลเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทคู่ค้าระหว่างประเทศ ว่าสินค้างวดต่อไปให้ชำระที่บัญชีใหม่ เป็นบัญชีที่คนร้ายหลอกลวง หากเหยื่อไม่ได้ตรวจสอบอาจหลงกลโอนชำระค่าสินค้าไปยังบัญชีปลอม ซึ่งมูลค่ามักจะสูง เพราะเป็นการชำระค่าสินค้าระหว่างประเทศ ควรตรวจสอบไปยังผู้เกี่ยวข้อง เช่น โทรศัพท์ หรือวิดีโอคอล (vdo Call) ว่าจริงหรือไม่เพื่อจะไม่ตกเป็นเหยื่อ.


อู่ฮั่น เจียโหยว! อู่ฮั่น สู้..สู้! ครับ...ให้กำลังใจพี่น้องจีนที่อู่ฮั่นแล้ว ก็ต้องให้กำลังใจทีมไทย "หน่วยปฏิบัติการเด็ดชีพโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" ของเราด้วย ประกอบด้วย

ผู้พิพากษา 'พิพากษา' รัฐบาล
การตั้งรับ 'ไวรัส' ของรัฐบาล
สัญญาณ 'ล้างบาง' ตำรวจ
ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'