เปิด 5 ยุทธศาสตร์ “ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน” “เกศปรียา” ลุยงานประสานเวที


   

        หนึ่งในกลไกของ 7 พรรคฝ่ายค้านที่น่าสนใจ ต้องกล่าวถึง “คณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน” ซึ่งตั้งขึ้นตามมติของที่ประชุมร่วม 7 พรรคฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2562 โดยคณะทำงานนี้จะมีตัวแทนพรรคละ 2 คน มี “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธาน และ “เผ่าภูมิ โรจนสกุล” รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นเลขาธิการคณะกรรมการ

                เราจึงไปเจาะลึกเรื่องนี้กับ “เกศปรียา แก้วแสนเมือง” โฆษกพรรคเพื่อชาติ ในฐานะทีมโฆษกพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งเธอเผยถึงแนวนโยบายและยุทธศาสตร์ของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านว่า เรามีนโยบายที่จะดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนโดยผ่านกระบวนการรัฐสภา ซึ่งแยกเป็น 5 ประเด็นดังนี้คือ 1.อำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม 2.กฎหมาย 3.การตรวจสอบภาครัฐ 4.สังคม 5.แนวทางการพัฒนาประเทศ

                ในด้านกฎหมาย “เกศปรียา” อธิบายว่า แยกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.รัฐธรรมนูญจะผลักดันให้เกิดการแก้ไขทั้งฉบับ ให้เป็นรัฐธรรมนูญมาจากประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และเลือกตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทำการร่างรัฐธรรมนูญ และนำรัฐธรรมนูญที่ร่างแล้วเสร็จไปทำประชามติอีกครั้ง แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นประมาณนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด 2.กฎหมาย หรือคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. 7 พรรคฝ่ายค้านจะตรวจสอบและยกเลิกกฎหมายหรือคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือเป็นอุปสรรคต่อประชาชน โดยยื่นเสนอยกเลิกผ่านรัฐสภา

                ขณะที่การตรวจสอบภาครัฐ เธอบอกว่า 7 พรรคฝ่ายค้านจะสนับสนุนและตรวจสอบคณะรัฐมนตรี รัฐสภา กระบวนการยุติธรรม และรัฐบาลให้ยึดมั่นในระบบคุณธรรม มีหลักธรรมาภิบาลที่ดีตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและมาตรฐานจริยธรรม โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมสำหรับหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรอิสระ ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี เพิ่มขึ้นมา ซึ่งจากกำหนดมาตรฐานจริยธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดทั้ง 26 ข้อ ที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2561 คณะรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีชุดนี้ผิดมาตรฐานจริยธรรมหลายกรณีแล้ว

                "เกศปรียา" ยกตัวอย่างว่า แม้แต่กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดว่า “อย่าใช้รัฐสภาล้มรัฐบาล” ก็สามารถตีความให้ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงข้อ 5 ที่มาตรฐานจริยธรรมกำหนดให้ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ เพราะรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและสามารถล้มรัฐบาลที่มีการกระทำที่ผิดพลาดหรือผิดจริยธรรมร้ายแรงได้ ดังนั้นการล้มรัฐบาลเป็นหน้าที่ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์มาสั่งห้ามถือว่าไม่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญกำหนด

                “อีกทั้งการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่สังคมมีข้อกังขา พล.อ.ประยุทธ์ ก็ผิดมาตรฐานจริยธรรม ข้อ 12 ที่ต้องยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน อีกทั้งผิดมาตรฐานจริยธรรมข้อ 19 ที่ว่าไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ หรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่” น.ส.เกศปรียากล่าว

                ส่วนการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน “เกศปรียา” กล่าวว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประสานจัดเวทีเสวนาหรือเวทีประชาคมรับฟังปัญหาจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ที่ถือว่ามีส่วนสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน เพื่อหาทางยกระดับแก้ไข ช่วยเหลือ ตามแนวทางรัฐสภา ที่ผ่านมาได้จัดเวทีเสวนาฝ่ายค้านเพื่อประชาชนไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ค.2562 เรื่องสารพิษตกค้างในอาหารและสิ่งแวดล้อม วิทยากรเป็น ส.ส. ที่ยื่นกระทู้นี้ในรัฐสภา ผู้เชี่ยวชาญในประเด็นนี้ และตัวแทนพรรคฝ่ายค้านทั้ง 7 และกำลังจะจัดเสวนาทางออกในการแก้วิกฤติชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค.2562 เวลา 10.00-12.00 ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ มีวิทยากรเป็นหัวหน้า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมกันหาทางออกในการแก้วิกฤติชาติร่วมกัน

                “เราจะจัดเวทีเสวนาและเวทีประชาคมหมุนเวียนไปทั่วประเทศ พร้อมกับการตั้งกระทู้ในรัฐสภาควบคู่กันไป 7 พรรคฝ่ายค้านมีสาระสำคัญในการทำงานอยู่ที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เราไม่สนใจโต้ตอบประเด็นดราม่าเรื่องไร้สาระทุกเรื่อง ทั้งเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า หน้าผม เพราะเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ไม่สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์อันใดกับประเทศและประชาชน มีแต่จะสร้างความขัดแย้งเกลียดชัง แบ่งแยกประชาชนให้เกิดขึ้นในประเทศ ขัดขวางการพัฒนาประเทศ ทำร้ายชาติอย่างแท้จริงอีกด้วย” เธอกล่าวทิ้งท้ายถึงแนวทางการพัฒนาประเทศ

                ในส่วนการปฏิบัติงานในทีมโฆษกนั้น “เกศปรียา” เปิดใจถึงภารกิจทั้ง 7 วัน ตั้งแต่การประชุมคณะทำงานในวันจันทร์ ประชุมวิปฝ่ายค้านวันอังคาร สรุปประเด็นและกระทู้ฝ่ายค้านเพื่อมาประสานงานจัดเสวนาหรือเวทีประชาคมหาทางออกให้ปัญหาเหล่านั้นในวันพุธ-พฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะประสานงานเวที “ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน” ให้เรียบร้อย และศึกษาประเด็นที่จะจัดเวทีในแต่ละสัปดาห์ ศึกษากฎหมาย มาตรฐานจริยธรรมต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ระเบียบข้อบังคับสภา ถ้าจัดเวลาลงตัว ตนคิดว่าจะไปเรียนกฎหมายเพิ่มอีกด้วย. 


สมัยก่อน......... เรือสำเภา มีหินเป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงท้องเรือ กันเรือโคลง สมัยนี้...... ประชาธิปไตยเลือกตั้ง มี ส.ส.เป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงประเทศ กันบ้านเมืองเจริญ!

แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"