อันตรายของ...สังคม “ติ่ง”


   

จะจบ-ไม่จบ...หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ สำหรับกรณี หวยครูปรีชาหรือหวยหมวดจรูญ แต่ที่น่าจะยังไม่จบ หรือยังคงต้องงับกันไป-กันมา อีกซักพักใหญ่ๆ น่าจะเป็นบรรดา แฟนครูปรีชา กับ แฟนหมวดจรูญ ที่โดยลักษณะอาการดูๆ แล้ว...แทบไม่ต่างไปจาก แฟนปีศาจแดง-แมนฯ ยูฯ กับ แฟนหงส์แดง-ลิเวอร์พรุน อะไรประมาณนั้น...

                                                             ---------------------------------------------

      คือเมื่อไหร่แมนฯ ยูฯ คว้า 3 แต้ม แฟนลิเวอร์พรุนอาจซึมๆ ไปบ้าง แต่ไอ้เรื่องที่จะให้ออกมายอมรับแบบหน้าชื่น ตาบาน ว่าแมนฯ ยูฯ เก่งกว่า ดีกว่าลิเวอร์พูลนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย อะไรที่ถูกนำมาเยาะเย้ย เสียดสี ได้แต่เก็บ ได้แต่กลืนเลือดเอาไว้ โดยถ้าหากเมื่อไหร่ที่แมนฯ ยูฯ ดันหลุด ดันรั่ว ขึ้นมามั่ง จังหวะนั้นนั่นแหละ...อาจต้องถูกเอาคืน ประมาณ 2 เท่า หรือ 3 เท่าเป็นอย่างน้อย ถูกด่า ถูกประณาม ถูกโห่ สารพัดที่จะหยิบมาถากถาง สร้างความเจ็บปวด รวดร้าว ความระคายเคือง ให้กับฝ่ายตรงกันข้าม ยิ่งหนักเท่าไหร่ยิ่งดี หรือยิ่ง สะใจ ยิ่งขึ้นเท่านั้น...

                                                            ------------------------------------------------

      ทั้งๆ ที่บางครั้ง บางครา ตัวเก่ง ตัวเล่นหลักๆ ของลิเวอร์พูล ดันไป ขายตัว ให้กับแมนฯ ยูฯ หรือตัวของแมนฯ ยูฯ ดันหันมาเล่นให้กับลิเวอร์พูล สลับกันไป-สลับกันมา ซื้อตัว ขายตัว เปลี่ยนโค้ช เปลี่ยนผู้เล่น ยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อ-เปลี่ยนผ้า ไม่ได้มีอะไรที่สามารถหยิบเอามาใช้เป็นสายใยผูกพัน แบบเป็นอุดมการณ์ อุดมคติ ได้เลย ต่างฝ่ายต่างยึดผลประโยชน์ของตัวกู-ของกูของบริษัท สโมสร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น ธุรกิจ ไปด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็ยังสามารถทำให้ แฟนแมนฯ ยูฯ กับ แฟนลิเวอร์พูล พร้อมที่จะยึดมั่นอยู่ใน มายาภาพ แห่งความเป็น สาวก ของผีแดง หรือหงส์แดง อย่างเหนียวแน่นถาวรไปโดยตลอด...

                                                          ----------------------------------------------------

      เมื่อไหร่ที่ต้องแพ้-ต้องชนะ ต้องได้-ต้องเสีย โดยเฉพาะใน วันแดงเดือด ฝ่ายที่ทีมตัวเองตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก็แทบเอาหัวมุดชักโครก อยากจะชักให้ตัวทั้งตัวไหลลงไปในท่อ ไม่ต้องแบกความอัปยศ อดสู ให้หนักหนา สาหัส ยิ่งไปกว่านี้ ส่วนฝ่ายที่ทีมตัวเองเป็นฝ่ายชนะ ก็ตีอก ชกหัว กรี๊ดๆ กร๊าดๆ ออกเรี่ยวออกแรงเอะอะโวยวายประมาณ 3 วัน 7 วันเป็นอย่างน้อย ทั้งๆ ที่การเสีย-การได้ในแต่ละครั้ง ตัวเองแทบไม่ได้ส่วนได้-ส่วนเสียแม้แต่นิด ถ้าไม่ได้ติดปลายนวมอะไรเอาไว้เลย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะออกอาการแบบที่ แฟนหมวดจรูญ และ แฟนครูปรีชา กำลังแสดงออกอยู่ในทุกวันนี้...

                                                         ------------------------------------------------------

      ดูๆ แล้ว...อารมณ์ความรู้สึกแบบ แฟนแมนฯ ยูฯ-แฟนลิเวอร์พูล นับวันมันชักจะกลายเป็นรสนิยม ค่านิยม หรือกระทั่งเป็น วัฒนธรรม ของผู้คนในยุคนี้ สมัยนี้ ไปแล้วก็ไม่แน่!!! เพราะดูๆ มันจะแผ่ซ่าน แทรกซึม ไปในทุกๆ เรื่องๆ ไม่ว่าเรื่องกีฬา เรื่องนักร้อง นักแสดง ไปจนเรื่องหวย หรือแม้กระทั่งเรื่องการเมืองก็ตาม ลักษณะอาการของพวก เสื้อเหลือง-เสื้อแดง ในหลายครั้ง หลายครา ก็แทบไม่ต่างไปจาก แฟนแมนฯ ยูฯ กับ แฟนลิเวอร์พูล ซักเท่าไหร่ ใครเผลอหลุดเข้าไปในกลุ่มแฟนฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาเมื่อไหร่ โอกาสถูกเหยียบ ถูกกระทืบ ถูกรุมสกรัม ชนิดแทบไม่เหลือเศษซาก ชิ้นส่วน เอามาประกอบพิธีศพเอาเลยก็ไม่แน่ โดยแทบไม่ต้องอาศัย เหตุผล อะไรมากมาย เพราะหลักๆ แล้วต่างเป็นไปตาม อารมณ์ ล้วนๆ...

                                                          ------------------------------------------------------

      แม้แต่พวก แฟนบิ๊กตู่ กับ แฟนพวกไม่เอาบิ๊กตู่...หลังๆ นี้ ก็ชักออกอาการคล้ายๆ แฟนแมนฯ ยูฯ และแฟนลิเวอร์พูล ยิ่งเข้าไปทุกที คือไม่ต้องเสียเวลาฟังเหตุ ฟังผล อะไรต่อไปอีกแล้ว ถ้าหากรักจะเชียร์ซะอย่าง ก็พร้อมแหกทวารดมได้เสมอๆ ส่วนประเภทตัดสินใจที่จะเกลียดซะแล้ว ก็ไม่ได้คิดจะแยกแยะส่วนที่ดี ส่วนที่ไม่ดี แล้วเอามาชั่งน้ำหนัก มาคิดคำนวณอะไรมาก อะไรก็ตามที่เหยียบได้ กระทืบได้ ก็พยายามฉุด พยายามลาก ให้มา เข้าทางตีน ตัวเองไปด้วยกันทั้งสิ้น...

                                                          ------------------------------------------------------

      ด้วยลักษณะอาการเช่นนี้...มันเลยทำให้ออกจะน่าห่วง น่ากังวล มิใช่น้อย ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม คือถ้าหากแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง มันต้อง สวิงไป-สวิงมา อยู่ระหว่างด้านตรงกันข้ามในแต่ละด้าน ระหว่างแฟนแมนฯ ยูฯ กับแฟนลิเวอร์พูล ไปแทบทุกๆ เรื่องแล้วล่ะก็ โอกาสที่จะเดินไปในแนวกลางๆ แนว มัชฌิมาปฏิปทา เพื่อให้เกิด ความสมดุล หรือความไม่โน้มเอียงไปในด้านใด-ด้านหนึ่งมากมายจนเกินไป มันก็จะเป็นไปได้ยากซ์ซ์ซ์ยิ่งขึ้นเท่านั้น และไม่ว่าจะเติบโต ก้าวหน้า ทันสมัย เป็นสังคมระดับ 4.0 หรือไม่ เพียงใด ก็ตามแต่ แต่ถ้ามันเป็นสังคมที่หนักไปทาง อารมณ์ มากกว่า เหตุผล แล้วไซร้ ย่อมต้องถือเป็นสังคมที่ อันตราย ยิ่งขึ้นทุกที...

                                                          -----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Peter Howard... We have become industrial and technical giants but we have remained moral and spiritual pigmies.-เราได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ทางอุตสาหกรรมและวิชาการทางเทคนิค แต่ในทางจริยธรรมและจิตใจแล้ว เรายังเป็นไปได้แค่คนแคระ...

                                                         -----------------------------------------------------


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?