'นัจมุดดีน'เผยเหตุลาออกจากโฆษกพรรคประชาชาติพร้อมชิงนายกฯอบจ.นราธิวาส


   

 

19ก.ค.62-นายนัจมุดดีน อูมา อดีตโฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่าเนื่องจากตนไม่มีเวลาที่จะทำงานในส่วนกลางเท่าที่ควร ซึ่งขณะนี้ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชนมีภารกิจการทำงานที่ดีมาก ซึ่งตนได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากพรรคให้เป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ซึ่งต้องศึกษากฎหมายเชิงลึกเกือบทุกฉบับที่ร่างขึ้นในสมัยที่ คสช.มีอำนาจ จึงต้องศึกษารัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประกาศหรือคำสั่ง คสช. ซึ่งมีจำนวนมาก จึงไม่มีเวลาในการทำหน้าที่โฆษกพรรคที่จะต้องทำงานร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน จึงได้หารือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ว่าขอถอนตัวจากการเป็นโฆษกพรรค และยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาภายในทางการเมืองแต่อย่างใด ยังคงทำงานร่วมกันกับพรรคประชาชาติ เป็นสมาชิกพรรคประชาชาติเช่นเดิม โดยหัวหน้าพรรคได้มอบหมายให้คุณสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคทำหน้าที่เป็นโฆษกพรรคแทนก่อน และให้คุณมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ กรรมการบริหารพรรคฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นรองโฆษกพรรคก่อน เมื่อมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ส่วนประเด็นที่ปรากฎเป็นข่าวว่าจะลงสนามการเมืองท้องถิ่น ชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นราธิวาสนั้น นายนัจมุดดีน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจจะลงสมัครหรือไม่ แต่มองว่านายก อบจ.นราธิวาสคนปัจจุบันนั้นดำรงตำแหน่งมาแล้ว 3 วาระ ระยะเวลา 12 ปี รวมกับรักษาการอีก 4 ปี รวม 16 ปีแล้ว ประชาชนหลายกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คนอื่นได้มีโอกาสมาบริหารท้องถิ่นบ้าง ให้เกิดการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ซึ่งตนยอมรับว่าถูกทาบทามจากคนหลายฝ่ายว่าอยากให้มาทำหน้าที่บริหาร อบจ. แต่ยังไม่ตัดสินใจ จะขอเวลาฟังเสียงประชาชนว่ามีเสียงอย่างไร จะมีคนอื่นที่ดีกว่าหรือไม่ 

"หากมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่าก็พร้อมจะสนับสนุนคนนั้น แต่หากไม่มีแล้ว ผมก็พร้อมที่จะลงสนามนี้ เพราะมีประสบการณ์เป็นสมาชิกสภาจังหวัดนราธิวาส (สจ.) ตั้งแต่ปี 2532 ได้เป็น สจ.ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ มีอาชีพเป็นทนายความที่เคยร่วมงานกับทนายสมชาย นีละไพจิตร ทำให้ได้รับความรู้ในการช่วยเหลือประชาชนค่อนข้างมาก และเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) แล้ว 3 สมัย ทำการเมืองระดับชาติมานานกว่า 20 ปี จึงมีความพร้อมที่จะลงสนามนี้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีคนอื่นที่มีความพร้อมมากกว่า"นายนัจมุดดีน กล่าว

นายนัจมุดดีน ยังเปิดเผยว่า สมาชิกหลายพรรคการเมืองในจังหวัดนราธิวาสเห็นตรงกันว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลงนายก อบจ. เพราะท่านดำรงตำแหน่งมา 3 สมัยแล้ว จึงมองว่าคะแนนเสียงของพรรคประชาชาติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา เป็นตัวชี้ประการหนึ่งว่ามีคะแนนนิยมสูงที่สุด ขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลเช่นพลังประชารัฐก็น่าจะมีแคนดิเดตอยู่แล้ว ส่วนพรรคอื่นๆยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งใครลงสมัครบ้าง แต่จากที่ได้พูดคุยกับแกนนำพรรคการเมืองอื่นๆในท้องถิ่นนั้น เห็นตรงกันว่าเรื่องการลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาสนั้นขอให้เป็นวาระนราธิวาส อย่าให้เป็นเรื่องของพรรค เพราะปัญหาความเดือดร้อนของชาวนราธิวาสมีมากกว่าปัญหาของพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า หากเสียงประชาชนเรียกร้องให้ลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาสจริง จะมีนโยบายทำอะไรบ้าง นายนัจมุดดีน กล่าวว่าสิ่งที่ตนภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต คือการผลักดันพร้อมกับท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา และคุณอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เกิดขึ้นมาได้ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับนราธิวาส มีคณะแพทยศาสตร์ มีคณะพยาบาล คณะวิศวกรรมศาสตร์ นั่นคือความภูมิใจที่เคยทำสำเร็จ และสิ่งที่จะทำต่อไปหากมีโอกาส ประการแรกคือ การปรับปรุงเรือเฟอร์รี่ข้ามชายแดนไทย-มาเลเซียที่อำเภอตากใบ ให้มีความทันสมัยและพร้อมใช้งานตลอดเวลาล สองคือการพัฒนาตลิ่งแม่น้ำสุไหงโกลก ตามแนวชายแดนตั้งแต่บ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง ไปจนถึงปากแม่น้ำที่บ้านตาบา อ.ตากใบ รวมระยะทาง 60 กม. จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาตามแนวพรมแดนได้ โดยจะผลักดันให้กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยอื่นๆที่เกี่ยวข้องพัฒนาส่วนนี้ให้ได้   
สามคือ นราธิวาสมีพรมแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซีย 5 อำเภอ ปัจจุบันมี 3 อำเภอที่มีด่านพรมแดนที่ อ.ตากใบ อ.สุไหงโกลก และ อ.แว้ง ขณะที่ อ.จะแนะ และ อ.สุคิริน ติดพรมแดนมาเลเซียเช่นกันแต่ยังไม่มีด่านพรมแดน ทั้งที่มีเส้นทางทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกันได้ไม่ห่างไกลมากนัก และเป็นเส้นทางที่สามารถสัญจรตรงไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ได้ในระยะทางเพียง 6 ชม. เท่านั้น ส่วนชาวมาเลเซียในรัฐเปรัคสามารถเดินทางมาขึ้นเครื่องบินไปกรุงเทพฯได้ที่สนามบินนราธิวาส และต้องผลักดันสนามบินนราธิวาสให้เป็นสนามบินนานาชาติให้ได้
สี่ต้องผลักดันให้มีสะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซียคู่ขนานที่ อ.สุไหงโกลก เพื่อรองรับการเดินทางสัญจรของนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประการที่ห้า ผลักดันด่านชายแดนบูเก๊ะตา ที่ อ.แว้ง ให้ก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบเช่นฝั่งมาเลเซียได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วจากการที่ไทยขอให้มาเลเซียเปิดด่าน แต่ด่านฝั่งไทยกลับมีปัญหามาก    ประการที่หก คือสร้างตลาดกลางผลไม้ เพื่อรองรับผลผลิตการเกษตร เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง ให้สามารถขยายตลาดให้เกษตรกรออกไปได้กว้างขึ้น
 


"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" จะอธิบายอย่างไร? ต่อข้อความที่โพสต์เฟซ........ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเมื่อวาน (๒๑ ม.ค.๖๓) ว่า

'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์