ภูมิใจไทยท้า'เหลิม'เปิดรายละเอียดนักการเมืองปลูกกัญชาที่ลาว


   

20 ก.ค.62 - นายเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ทบทวนนโยบายเปิดกัญชาเสรีว่า ต้องขอขอบคุณร.ต.อ.เฉลิม ที่ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อนโยบายกัญชาเสรี ซึ่งท่านถือเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองที่ตนเคารพคนหนึ่ง 

อย่างไรก็ตามการที่จะพูดถึงนโยบายกัญชาเสรีที่ทำแบบสมบูรณ์ในตอนนี้ ยังถือว่าเร็วเกินไป เพราะนโยบายนี้มีขั้นตอนดำเนินการอยู่ ซึ่งนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรมว. สาธารณสุข ก็ได้พูดชัดเจนถึงขั้นตอนการทำนโยบายนี้ ซึ่งนโยบายเปิดกัญชาเสรีและทุกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ผ่านการศึกษา เก็บข้อมูลอย่างรอบด้าน มีแนวทางปฏิบัติและแก้ปัญหาอย่างครบถ้วน สามารถดำเนินการได้จริง ผ่านการแก้ไขและออกกฎหมาย

“พรรคภูมิใจไทยเรานำเสนอนโยบายนี้ตั้งแต่การเลือกตั้ง กระทั่งเราได้ส.ส.เข้ามาถึง 51 คน แน่นอนว่าประชาชนจับตาดูเราอยู่กับการดำเนินนโยบายนี้ และจะเห็นได้ว่าท่านอนุทิน เอาจริงกับเรื่องนี้ จนสามารถผลักดันให้กัญชาเสรีเป็นนโยบายของรัฐบาลได้ โดยต้องเริ่มจากทางการแพทย์ก่อน ที่ต้องผลักดันใช้รักษาผู้ป่วยได้หมด แล้วพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต ได้ทั้งช่วยคนป่วยและเพิ่มรายได้ให้ประชาชนไปพร้อมๆกัน” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

นายเศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม เป็นห่วงเรื่องการอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้บ้านละ 6 ต้น จะควบคุมไม่ได้นั้น ตนขอชี้แจงว่าเรื่องนี้เราได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบก่อนที่จะออกเป็นนโยบาย ซึ่งก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนให้อนุญาตให้ประชาชนปลูกได้นั้น ระหว่างการดำเนินนโยบายนี้จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน หลักเกณฑ์การใช้ การปลูก อีกทั้งก่อนจะอนุญาตให้ประชาชนปลูกได้จริง จะต้องมีมาตราการควบคุมที่รอบคอบ ซึ่งการทำนโยบายนี้จะต้องทำควบคู่กันไปทั้งการเร่งทำเพื่อใช้ในการรักษา  พร้อมกับให้ความรู้ประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมการยกระดับเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต

นายเศรษฐพงค์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่ามีข้อมูลว่ามีกลุ่มคนหรือนักการเมืองไปปลูกกัญชาไว้ที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้น ตนเองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ท่านเฉลิมอาจจะเป็นนายตำรวจเก่า ที่มีแหล่งข่าวได้ข้อมูลเชิงลึกนี้มา ตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา นำข้อมูลดีๆมาเปิดเผย  ตนจะขอบคุณมากหากท่านจะได้ช่วยส่งข้อมูลอย่างละเอียดให้กับทางรัฐบาล เพื่อจะได้ช่วยกันระวังป้องกันไม่ให้กัญชาไหลเขาประเทศ ที่จะสร้างความเสียหายทั้งสังคมและเศรษฐกิจ 

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับอนุสัญญายูเอ็นที่ว่ากัญชายังถูกระบุเป็นยาเสพติดนั้น เรื่องนี้ต้อหารือกันต่อไป แต่ในส่วนที่จะใช้ทางการแพทย์นั้น สามารถให้กระทรวงแก้ไขกฎ ระเบียบ และบังคับให้สามารถทำได้เลย สุดท้ายคือต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้นโยบายนี้ดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่สุด.


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'