อดีตรองโฆษกปชป.ทวงถามราคาปาล์ม'บิ๊กตู่'


   

20 ก.ค.60 -  นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง "ราคาปาล์มร่วงอีกระลอก การบ้านที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้"มีเนื้อหาดังนี้ ฝันค้างของเกษตรกรชาวสวนปาล์มยิ้มได้ไม่ถึง 20 วันจากราคาปาล์มที่เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 3.20-3.50 บาท วันนี้ร่วงลงมาเหลือ 2.20 บาทต่อกิโลกรัม หลังก่อนหน้านี้ตกต่ำหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอนราคาขึ้นพล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค กระบอกเสียงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าเป็นผลจากมาตรการของภาครัฐ ทั้งการนำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้า ไปจนถึงการรส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 20 ในรถบรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมคาดการณ์ว่าราคาปาล์มอาจปรับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 4 บาท 

แต่ในความเป็นจริงวันนี้ราคาปาล์มร่วงลงมาเหลือ 2.20 บาทต่อกิโลกรัม ไม่มีคนในรัฐบาลออกมาพูดสักแอะ ผมมีคำถามง่าย ๆ ว่าในเมื่อรัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่าราคาจะขึ้นเพราะสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินลดลงจาก 400,000 ตันเหลือ 300,000 ตัน ใกล้เคียงกับระดับที่ควรสำรองไว้ 250,000 ตันแล้วเหตุใดราคาปาล์มจึงตกต่อเนื่องจนลดไปแล้ว 1.00-1.30 บาท มีใครปล่อยปละละเลยจนเกิดการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มเถื่อนจนกระทบกับราคาภายในประเทศหรือไม่ มีการติดตามหรือเปล่าว่ามาตรการที่บอกว่าได้ผล มีการทำต่อเนื่องหรือไม่ อย่าอ้างว่าเป็นช่วงรอยต่อที่กำลังผลัดเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เพราะผู้นำรัฐบาลคนเดิมมีอำนาจเต็มทุกอย่าง ดำเนินการได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลใหม่มาตัดสินใจ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาปากท้องชาวบ้าน

พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสได้คุมกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯในรัฐบาลใหม่ จึงหวังว่าจะมีการผลักดันนโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตรไปใช้อย่างจริงจัง และบรรจุให้ชัดในนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่เขียนไว้กว้าง ๆ ว่าจะยกระดับสินค้าเกษตรโดยกำหนดราคาเป็นเป้าหมายไว้เท่านั้น เพราะการเขียนเช่นนั้นไม่ผูกมัดว่ารัฐบาลต้องดำเนินการยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้เป็นไปตามเป้าหมายภายในระยะเวลาเท่าใด หมดวาระรัฐบาลไปแล้วอาจทำไม่ได้เลยก็ได้ แตกต่างจากวิธีการประกันรายได้ซึ่งจะเห็นผลทันที และนโยบายนี้ยังเป็นหนึ่งในสามเงื่อนไขที่พรรคเข้าร่วมรัฐบาลด้วย เป็นนโยบายรัฐบาลต้องมีจะบิดพลิ้วไม่ได้.