วนไป-วนมา...แต่ไม่ครบวงจร


   

      ไม่ว่าจะนับกันแบบไหน หรือไม่ว่าจะเอาอะไรมาเป็นมาตรฐานกำหนด...แต่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า ช่วงหน้าฝน ฤดูฝน ได้ย่างเข้าสู่ประเทศไทยแบบเบ็ดเสร็จ สมบูรณ์ เป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว แต่ที่น่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ ในช่วงระยะดังกล่าว ก็คือสิ่งที่กลายเป็นข่าวใหญ่ ข่าวโต ในช่วงระยะนี้ กลับเป็นเรื่อง ภัยแล้ง ซะยังงั้น!!!

                                                          ----------------------------------------------------

      คือข่าวคราวว่าด้วยเรื่องไม่ว่าเขื่อนไหน ต่อเขื่อนไหน ดันแห้งขอดแหงแก๋ มีน้ำติดอยู่ก้นเขื่อนระดับไม่กี่สิบเปอร์เซ็นต์ หรือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ดี ส่งผลให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน ต่อบรรดาพี่น้องเกษตรกร ชนิด ผู้กองมนัส หรือ ธรรมนัส จะลงไป เคลียร์ ได้-ไม่ได้ก็ยังไม่รู้ และหลังจากเคลียร์เรื่อง ภัยแล้ง ไปได้ไม่กี่อึดใจ โอกาสที่จะต้องลงไปเคลียร์เรื่อง ภัยน้ำท่วม หรือ อุทกภัย ในอีกไม่นาน-ไม่ช้า ย่อมเป็นไปได้เสมอๆ เนื่องจากไม่ว่ารัฐบาลไหนต่อรัฐบาลไหน ปัญหา ภัยแล้ง และ ภัยน้ำท่วม มันกลายเป็นสิ่งที่สลับไป-สลับมา อยู่เคียงคู่กับรัฐบาลแทบทุกรัฐบาลมาในแทบทุกยุค ทุกสมัย...

                                                         ----------------------------------------------------

      เรียกว่า...ไม่ว่าจะเป็นเพราะ ภาวะโลกร้อน หรือ ภาวะรัฐบาลไม่รู้ร้อน-รู้หนาว ก็แล้วแต่จะสรุปกันเอาเอง แต่เรื่อง ภัยแล้ง ที่สลับไป-สลับมากับ ภัยน้ำท่วม นั้น มันออกจะเป็นตัวอธิบาย ขยายความ ถึง ความเป็นรัฐบาล  ในแต่ละยุค แต่ละสมัย ได้อย่างชนิดไม่ต้องเสียเวลาไปวิเคราะห์ วิจัย อะไรให้ต้องเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว โดยใช่เหตุ เพราะมันเป็นอะไรที่ เหมือนๆ กัน หรือ ตะเภาเดียวกัน มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเผด็จการ รัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือเต็มใบ ต่างก็หนีไม่พ้นต้อง มั่ว  อยู่กับการแก้ปัญหา ภัยแล้ง และ ภัยน้ำท่วม แบบวนไป-วนมา แต่ไม่เคย ครบวงจร เอาเลยซักกะที...

                                                          ---------------------------------------------------

      ทั้งๆ ที่ประเทศไทย สังคมไทยนั้น...อยู่ภายใต้พระบารมี ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ภูมิปัญญาของแผ่นดิน แถมเป็นภูมิปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องน้ำ เรื่องดิน อย่างเป็นพิเศษ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันก็ออกจะคล้ายๆ กับเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง นั่นแหละ ถึงแม้ภูมิปัญญาที่ว่านี้ จะถูกประดิษฐ์ คิดค้น มาเกือบร่วมๆ ครึ่งศตวรรษเข้าไปแล้ว แต่การนำเอามา ปฏิบัติ ให้เป็นจริง เป็นจัง ดูเหมือนว่าอาจต้องใช้ช่วงระยะเวลาประมาณ น้ำท่วมหลังเป็ด โน่นเลย ถึงอาจเป็นเนื้อ เป็นหนัง เป็นเรื่อง เป็นราว หรือเป็นไปอย่างมีระบบได้บ้าง...

                                                             ---------------------------------------------------

      ไม่ต่างไปจากเรื่องปาก-เรื่องท้อง เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การลดความเหลื่อมล้ำของช่องว่างระหว่างคนจน-คนรวย ฯลฯ ที่ไม่ว่าจะแก้กันในแบบไหน อย่างไร หรือถึงขนาด แก้ไม่ได้...ไปโดดแม่น้ำโขงตายซะดีกว่า แต่มาถึงจนบัดนี้ หรือ ณ ขณะนี้ ที่รัฐบาลท่านอาจจะ เพ้อ ไปถึงขั้นคิดจะยกระดับไปสู่ ประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือคิดจะ 4.0-5.0 อะไรก็แล้วแต่ สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังต้อง รวยกระจุก-จนกระจาย อยู่ดีนี่เอง โดยเฉพาะเมื่อไหร่ที่ เศรษฐกิจโลก เกิดความเสียหาย หรือเกิดความตกต่ำ เสื่อมโทรม ลงมาบ้าง เศรษฐกิจไทย ที่ต้อง พึ่งพา เศรษฐกิจโลกมาโดยตลอด ก็ย่อมต้องมีอัน เดี้ยงกับเดี้ยง ไปไม่เป็นสำหรับรัฐบาล และไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี สำหรับราษฎร อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย...

                                                                -----------------------------------------------------

      การ วนไป-วนมา แต่ดัน ไม่ครบวงจร ซักกะที หรือไม่สามารถรับมือกับปัญหาระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว ได้อย่างเป็นระบบ จึงแทบไม่ต่างไปจากภาพสะท้อน ความเป็นรัฐบาล มาในทุกยุค ทุกสมัย นั่นแล และการที่ต้องมา มั่ว กับภัยแล้ง และภัยน้ำท่วมในทุกวันนี้ เลยทำให้ ความเชื่อมั่น-ศรัทธา ต่อรัฐบาลแต่ละรัฐบาล มันจึงเป็นไปแบบยืดๆ-หดๆ ขึ้นๆ-ลงๆ มาโดยตลอด แม้แต่รัฐบาลที่ เราจะทำตามสัญญา-ขอเวลาอีกไม่นาน แต่ผ่านมา 5 ปีเกือบ 6 ปีเข้าไปแล้ว ก็ยังคงหนีไม่พ้นต้องวนไป-วนมา แบบไม่ยอมครบวงจร อีกเช่นเดิมนั่นเอง...

                                                                --------------------------------------------------------

      แต่ก็เอาเถอะ...ทำไงได้!!! ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันคงเป็นไปได้เท่านี้ หรือถ้าจะหาอะไรที่ดีๆ กว่านี้ อาจพอๆ กับการควานหาหนวดเต่า-เขากระต่าย เอาเลยก็ไม่แน่ แต่ยังไงก็ตาม...คงต้องขอเตือนๆ ด้วยความปรารถนาดีไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าสำหรับเรื่องปาก-เรื่องท้อง หรือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องวนไป-วนมาแบบไม่ครบวงจรกันซักกะที มาถึงเที่ยวนี้ ขณะนี้ หรืออีกไม่ช้า-ไม่นานในอนาคตข้างหน้า ต้องเรียกว่า...ออกไปทาง โหด-เลว-ดี หรือออกจะหนักหนา สาหัส เอามากๆ อย่างที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อนเอาเลยก็ว่าได้...

                                                                  --------------------------------------------------------

      คือขนาดเกิดเรื่อง-เกิดราว ในเส้นทางการขนส่งน้ำมันระดับ 1 ใน 5 ของโลก ชนิดใกล้ยิง ใกล้เหยียบ ใกล้กระทืบกันเห็นๆ แต่ ราคาน้ำมัน ในตลาดโลกกลับไม่ได้คิดจะผงกหัว พุ่งปรู๊ดๆ ปร๊าดๆ เอาเสียเลย แถมทำท่าว่าอาจปักหัวดิ่งลงไปซะอีกต่างหาก โดยทั้งนั้น ทั้งนี้ นอกเหนือไปจากปริมาณน้ำมันจากชั้นหินดินดาน ที่มันเข้ามาตีตลาด ท่วมตลาด อย่างที่พอทราบๆ กันแล้ว สาเหตุหลักอีกสาเหตุ ที่ถูกนำมาใช้เป็นคำอธิบายถึงภาวการณ์ดังกล่าว ก็คือ แนวโน้มความตกต่ำทางเศรษฐกิจ ที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วทั้งโลก ไม่ว่าอเมริกา-จีน-อินเดีย-ญี่ปุ่น-ยุโรป ไปจนถึงอินตะระเดีย ฯลฯ โน่นเลย อันนี้นี่แหละ...ถ้าหากยังเอาแต่วนไป-วนมา แต่ไม่คิดจะ ครบวงจร กันซักกะที โอกาสที่จะเดี้ยงกับเดี้ยง หรือ ไม้จิ้มฟันแทงเหงือก...ดันเสือกตาย โดยไม่ต้องอาศัยฝ่ายค้าน หรือฝ่ายตรงข้าม ก็เริ่มเห็นๆ ขึ้นมารางๆ...

                                                                   -----------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก John Stuart Mill (อีกครั้ง)... “I have learn to seek my happiness by limiting my desires, rather than in attempting to satisfy them.- ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะแสวงหาความสุข ด้วยการจำกัดความอยากของข้าพเจ้า แทนที่พยายามจะสนองตอบความอยากนั้นๆ...”

                                                                    -------------------------------------------------------


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'