เจาะกึ๋น "โกแพ" วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ชู "สตูล" ประตูเศรษฐกิจใหม่ชายแดนใต้


   

        คนรุ่นใหม่อย่าง “โกแพ” นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มีโอกาสเข้ามารับใช้ประชาชนในฐานะ ส.ส.เขต 2 จังหวัดสตูล ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น กว่า 49,000 คะแนน   ชนิดว่าทิ้งคู่แข่งขาดลอย สาเหตุที่ทำให้เขาชนะใจประชาชน และความคาดหวังของชาวบ้านที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ถือเป็นส่วนสำคัญของการคว้าชัยครั้งนี้ ใครอยากรู้กลยุทธ์...เชิญติดตามพร้อมกัน

         “โกแพ” หรือนายวรศิษฎ์ เล่าว่า ตั้งแต่เด็กจนโต ผมคิดมาตลอดว่า อยากเห็นสตูลเป็นจังหวัดที่มีแต่คนอยากมาเที่ยว เป็นจังหวัดชั้นนำที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย เมื่อ "ผมเรียนจบปริญญาโท MSc Business Management : International : Business จากมหาวิทยาลัยบอร์นมัธ ประเทศอังกฤษ และกลับมาทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ระยะหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะเดินเข้ามาในเส้นทางการเมือง โดยมีจุดมุ่งหมายว่า อยากเปลี่ยนแปลงจังหวัดบ้านเกิดของผม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาถนนเพื่อเชื่อมต่อทำมาค้าขายระหว่างภายในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน และระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ผมเชื่อมั่นว่าจังหวัดสตูลเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่จะทำการพัฒนา เพราะเรามีจุดเด่นคือทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ถึงขนาดที่องค์การยูเนสโกประกาศให้จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดแรกและจังหวัดเดียวของประเทศไทย ให้เป็นเมืองอุทยานธรณีโลก จึงทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นในเรื่องของธรณีวิทยา มีการพบซากฟอสซิล ปลาหมึกโบราณ ไปจนถึงงาช้าง ที่มีอายุเก่าแก่กว่าฟอสซิลแมมมอสเสียอีก โดยพบที่ถ้ำเลสเตโกดอล และกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัด และมีชนเผ่ามันนิที่อาศัยอยู่บนแนวเทือกเขาบรรทัดอีกด้วย

        นอกจากนี้ยังมี ภูเขา ทะเลหมอก เกาะ ถ้ำน้ำ ถ้ำบก หินงอกหินย้อย บ่อน้ำร้อน ทะเล ชายหาด สามารถให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเกาะ ล่องแก่ง ดำน้ำ ปีนเขา หรือแม้แต่การชมความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ ถ้าหากมีการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อยกระดับสตูลให้เป็นเมืองท่องเที่ยว ผมเชื่อมั่นจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การท่องเที่ยวจะสร้างงาน สร้างรายได้ แก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เรียกว่ากระจายรายได้ลงสู่ฐานรากได้เป็นอย่างดี

       อะไรที่อยากให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนในจังหวัดสตูล

ส.ส.สตูล จากพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นอกจากการแก้ปัญหาเรื่องของยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง และที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน โครงการ สะพานถนน สตูล-เปอร์ลิส (ตำมะลัง-ปูยู-บูเก็ตปูเต๊ะ) คือโครงการที่น่าสนใจมากๆ ครับ โครงการนี้มีความพยายามมากกว่า 30 ปี ในการดำเนินโครงการ เพื่อเป็นเส้นทางในการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างชาวไทย ชาวมาเลเซีย และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ลดระยะเวลาในการเดินทางไปมาหาสู่และเพิ่มการค้าขายระหว่างกันให้มากขึ้น 

“ผมเชื่อมั่นว่าหากโครงการนี้สำเร็จ ถือเป็นประตูเปิดรับนักท่องเที่ยว จากเดิมมีอยู่ 1 ล้านกว่าคน เราจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียให้เข้ามาจังหวัดสตูล หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งบินตรงไปลงทางฝั่งมาเลเซีย ได้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสตูลมากขึ้น”  

เงื่อนไขที่จะดำเนินโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

        “โกแพ” กล่าวต่อว่า รัฐบาลที่ผ่านมาล้วนผลักดัน แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถืออำนาจเต็ม ในการบริหารราชการแผ่นดินมากกว่าผู้นำคนอื่นๆ เคยเร่งรัดโครงการนี้อย่างน้อยๆ 2 วาระด้วยกัน ทั้งการตรวจเยี่ยมจังหวัดสตูล และประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ พื้นที่ภาคใต้ ทั้ง 2 ครั้งท่านได้กรุณาสั่งการให้ดำเนินโครงการ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าโครงการนี้มีส่วนหนึ่งต้องผ่านเข้าไปในประเทศมาเลเซีย ซึ่งต้องเจรจากับรัฐบาลกลางและท้องถิ่นของประเทศมาเลเซีย ซึ่งหากเจรจาสำเร็จแล้วจึงจะเสนอการก่อสร้างได้ 

ดังนั้นต้องการให้เร่งรัดการเจรจาโดยเร็ว เพราะจะเป็นช่องทางในการค้าขายระหว่างไทยกับมาเลเซีย และต้องบูรณาการหน่วยงานที่จะต้องเข้ามาดู ทั้งกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กระทรวงการต่างประเทศ และอีกหลายส่วนราชการ แต่เพื่อเป็นการยกระดับ และเป็นการเริ่มยุทธศาสตร์เปิดเมืองสตูล จึงเสนอว่าควรจะมีการดำเนินการโครงการนี้โดยเร่งด่วนครับ

       จะยกระดับเมืองสตูลทางด้านการท่องเที่ยวให้เหมือนบุรีรัมย์โมเดล จาก“เมืองผ่านเป็นเมืองพัก” ได้หรือไม่

นายวรศิษฎ์กล่าวว่า แน่นอนครับ หลักๆ แล้วเศรษฐกิจหลักของสตูลถูกขับเคลื่อนโดยภาคเกษตรและประมง ถ้ามีการท่องเที่ยวมาเสริม จะทำให้พี่น้องประชาชนมีช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเราอยู่ในยุค เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก เราสามารถทำการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านโลกโซเชียลได้ ซึ่งจะทำให้สตูลเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก่อนที่เราจะประชาสัมพันธ์ เราจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมจะรับนักท่องเที่ยวเสียก่อน เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มมาตรฐานในการท่องเที่ยวให้สูงขึ้นครับ

        ผมยกตัวอย่างอีกโครงการ คือ โครงการถนนสตูล-พัทลุง ซึ่งก็เป็นโครงการใหม่ที่ต้องการจะผลักดันด้วยนะครับ อันนี้จะเป็นเส้นทางลัด ตัดถนนเพียง 9 กิโลเมตรเท่านั้นเอง แต่สามารถร่นระยะทางในการเดินทางได้ถึง 80 กิโลเมตร เราจะได้ทางลัดในการเดินทางไปมาระหว่างจังหวัดสตูล และจังหวัดพัทลุง จากเดิมที่ต้องอ้อมไปจังหวัดสงขลา หรืออ้อมไปจังหวัดตรัง เพื่อไปจังหวัดพัทลุง และอีกหนึ่งจุดคือ ถนนเชื่อมระหว่างตรังและสตูล ควรจะต้องปรับปรุงให้เป็นถนน 4 ช่องทางตลอดทั้งสาย

ในฐานะ ส.ส.ใหม่ จะผลักดันเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง

ส.ส.ใต้พรรคภูมิใจไทย บอกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง ทั้งในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และหลังจากการเลือกตั้ง ผมมั่นใจว่าการผลักดันเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะตัวผม แต่ผู้บริหารระดับสูงของพรรครับรู้และรับทราบ จะร่วมผลักดันโครงการที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวสตูล พี่น้องภาคใต้ฝั่งอันดามันได้พัฒนาไปสู่การกินดีอยู่ดี

นอกนั้นในบทบาทของผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ทั้งเขต 1 และเขต 2 ที่เป็น ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยยกจังหวัด เราพร้อมใจกันในบทบาทของสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะขยายความเข้าใจให้กับเพื่อนสมาชิกจากทุกจังหวัดได้เห็นความจำเป็น และสนับสนุนโครงการต่างๆ ของจังหวัดสตูล ทั้งการหารือประธานสภา การยื่นกระทู้ การยื่นญัตติ

“เราอยากให้เห็นว่าจังหวัดสตูลมีความสำคัญ เป็นประตูหน้าด่านสำคัญทางภาคใต้ จึงขอให้สนับสนุนโครงการในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 นี้ด้วยครับ” นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย กล่าวทิ้งท้าย.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน