เชือดกำนันสุเทพ-2บิ๊กตร. เซ่นโครงการสร้างโรงพัก


   

  คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดอดีตรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ และ 2 บิ๊กตำรวจ หลังถูกกล่าวหาทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง มูลค่า  5.8 พันล้าน และอีก 163 แฟลตตำรวจ

    มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กรณีอนุมัติโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพัก) ทดแทน 396 แห่ง ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 วงเงิน 5,800 ล้านบาท 
    รายงานข่าวแจ้งว่า จากการไต่สวนของ ป.ป.ช.พบว่านายสุเทพ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในขณะนั้น ได้สั่งให้เปลี่ยนวิธีการประมูลการจัดสร้างโรงพักทดแทนจากเดิมที่ใช้วิธีแยกประมูลเป็นรายภาค มาเป็นรวมศูนย์การประมูลเป็นแห่งเดียว ทั้งที่เมื่อเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วถูกทักท้วงจาก ครม.ในขณะนั้น โดยสั่งให้ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณก่อน แต่นายสุเทพไม่ดำเนินการตามที่ถูกทักท้วง โดยยืนยันจะใช้วิธีการประมูลแบบรวมศูนย์ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามระเบียบของกรมบัญชีกลางที่อนุญาตให้ทำได้
    นอกจากนี้ ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดคดีการอนุมัติโครงการก่อสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งทั่วประเทศ ที่นายสุเทพเสนอขึ้นมาพร้อมกันกับคดีโรงพักทดแทนในลักษณะแพ็กคู่ เนื่องจากเป็นโครงการในลักษณะที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป โดยในส่วนคดีแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งนั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ และ พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ อดีตผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกับคดีโรงพักทดแทน คือมีการเปลี่ยนวิธีการดำเนินการประมูลก่อสร้างจากแยกเป็นรายภาคมาเป็นวิธีการรวมศูนย์แห่งเดียว จนกลายเป็นต้นเหตุให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินจำนวนมากในภายหลัง เนื่องจากโครงการไม่เดินหน้า โรงพักและแฟลตหลายแห่งถูกทิ้งร้างจำนวนมาก 
    "จึงเห็นว่าพฤติการณ์ของนายสุเทพเข้าข่ายการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ จึงให้ส่งเรื่องดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพและผู้เกี่ยวข้อง ไปให้สำนักงานอัยการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำสำนวนให้สมบูรณ์ เพื่อส่ง อสส.ภายใน 30วัน หลังจากการลงมติ อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้  ป.ป.ช.เตรียมจะแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวให้สาธารณชนรับทราบ" รายงานข่าวจาก ป.ป.ช.ระบุ
    ทั้งนี้ นายสุเทพเคยเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับองค์คณะไต่สวน ป.ป.ช.อย่างน้อย 3 ครั้ง โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง ทั้งนี้ ในการชี้แจงครั้งที่ 3 ระบุว่ากรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาและบริษัทที่ชนะการประมูลไม่สามารถสร้างสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่ง ได้ทันตามกำหนดเวลานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสัญญาหรือการอนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการประมูล เพราะการทำสัญญาว่าจ้างดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบงบประมาณแผ่นดินของสำนักนายกรัฐมนตรีทุกขั้นตอน แต่เรื่องการก่อสร้างล่าช้าเสร็จไม่ทันกำหนด เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้
    ส่วนกรณีการเปลี่ยนวิธีประมูลแบบรายภาคมาเป็นแบบรวมศูนย์ นายสุเทพได้ชี้แจงไปหลายรอบแล้วว่าตอนอนุมัติโครงการครั้งแรก พิจารณาตามที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ขณะนั้นเสนอมา เห็นว่ามีเหตุผลเรื่องการแยกสัญญาออกเป็น 9 ภาค จึงอนุมัติให้ดำเนินการ แต่ต่อมาสมัย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร. ได้เสนอแก้ไขสัญญาว่าจ้างใหม่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายงบประมาณปี 2553 ที่ออกมาจากหลังการอนุมัติโครงการครั้งแรกแล้ว โดยระบุว่าหากเป็นโครงการเดียวกัน ไม่สามารถแยกเป็นหลายสัญญาได้ จึงเป็นที่มาของการแก้ไขสัญญาใหม่ให้ถูกต้องตามระเบียบงบประมาณปี 2553 ทุกโครงการก็ทำตามระเบียบดังกล่าว.