ขนลุกซู่!'ป้าธิดา'มองเห็น'อนาคตใหม่'เป็น'ผี'


   

24 ก.ค.62  -  ยูดีดีนิวส์ - UDD news เพจของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์คำกล่าวของนางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษานปช. ซึ่งไลฟ์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

โดยในวันนี้ อ.ธิดา ได้สนทนาในประเด็น : เมื่อจารีตนิยมไทยรุกฆาต...อนาคตใหม่!!!

อ.ธิดากล่าวว่า "อันเนื่องมาจากเรารู้ว่ามีคดีความทั้งในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ และในส่วนของคุณธนาธร-คุณช่อ-คุณปิยบุตร แต่ที่ดิฉันสนใจก็คือตามข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่ ดิฉันคิดว่าจะมีประโยชน์กับประชาชน เพื่อให้เห็นการขยับรุกฆาตของฝ่ายจารีตนิยมที่มีต่อพรรคการเมืองใหม่ที่ดูแล้วจะเป็นอันตรายต่อชนชั้นนำจารีตนิยมอนุรักษ์นิยม"

ประเด็นก็คือ นายณฐพร โตประยูร (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่ นั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (5:4) เห็นว่า ผู้ร้องได้ใช้สิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง แล้ว แต่อัยการสูงสุดมิได้ดำเนินการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสาม ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

อ.ธิดากล่าวต่อไปว่า ปัญหาก็คือว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การยุบพรรคต้องเป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หมวด 8 การสิ้นสุดของพรรคการเมือง และพรรคการเมืองจะสิ้นสุดก็อยู่ในมาตรา 90, มาตรา 91 และมาตรา 92

ดิฉันมีข้อสงสัยว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้ยุบพรรคได้อย่างไร เพราะว่าในมาตรา 92 บอกว่า เมื่อคณะกรรมการ (หมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง) มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

(2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อ.ธิดากล่าวว่า "จริง ๆ ดูทีแรกก็รู้สึกเป็นเรื่องตลก แต่เมื่อมาดูผู้ร้องก็ไม่ธรรมดา และดิฉันไม่แน่ใจว่าการเขียนรัฐธรรมนูญกับการเขียนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมันมีปัญหาระหว่างกันหรือเปล่า คือในรัฐธรรมนูญบอกว่าผู้ใช้สิทธิโดยตรงร้องต่อศาลได้ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะยุบพรรคการเมืองต้องยุบตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบอกว่าผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญก็คือคณะกรรมการ ซึ่งก็คือ กกต. นั่นเอง"

แต่กรณีพรรคอนาคตใหม่นี้เป็นประชาชนร้องศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 49

ถ้าเป็นอย่างนี้มันก็เป็นความขัดหรือแย้งระหว่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญนะ อันนี้ดิฉันนำเสนอเอาไว้ก่อนชั้นหนึ่ง อาจจะมีเบื้องลึกก็คือว่า แล้วศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรคได้ไหม?

"นอกจากศาลรัฐธรรมนูญคิดว่ามีมูล แล้วก็สั่งให้กกต.พิจารณา แล้วส่งฟ้อง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถยุบได้ตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นี่ในทัศนะของดิฉันนะ"

ถามว่าแล้วสุดท้ายจะยุบได้ไหม? 
ตอบได้เลยว่า...ก็คงยุบจนได้ถ้าอยากจะยุบ

โดยออกคำสั่งง่ายนิดเดียว คือคุณณฐพรอาจจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบทันทีไม่ได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็สั่งกกต.ได้ ก็เหมือนกรณีที่เล่นงานคุณธนาธร คุณธนาธรโต้แย้งมา ศาลรัฐธรรมนูญก็บอก กกต.ทำเรื่องขึ้นมาโต้ อันนี้ก็เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นคำถามที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบได้ไหม บางคนบอกว่าไม่ได้ อ.ธิดากล่าวว่า "มันได้ ก็คือง่าย ๆ ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกให้ กกต.ทำเรื่องขึ้นมา"

แล้วทำไมดิฉันใช้คำว่า "เมื่อจารีตนิยมรุกฆาต"

ต้องย้อนอดีตมาประกอบ คือนายณฐพร โตประยูร (ผู้ร้อง) นั้นไม่ธรรมดานะคะ เขาไม่ใช่ใครก็ได้ที่สนใจการเมืองและไม่ชอบอนาคตใหม่แล้วไปยื่นร้อง แต่เขาไม่ธรรมดาที่เป็นอดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และตามข่าวจากช่อง 3 เขาได้บอกว่าไปยื่นเรื่องต่อกกต.เช่นกันเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นั่นก็แปลว่า 1) เขาร้องโดยตรง 2) เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องของเขามันก็ต้องกดดันกกต. และในที่สุด กกต. ก็ต้องรับคำร้องของนายณฐพรและยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยเหมือนกัน โดยนายณฐพรบอกว่าเขาพยายามทำสำนวนให้สมบูรณ์ที่สุด มีทั้งข้อมูล บทสัมภาษณ์, คำพูดลักษณะก้าวล่วงสถาบันและข้อบังคับของพรรค

กระทั่งตราสัญลักษณ์พรรครูปสามเหลี่ยม ซึ่งดิฉันว่ามันเว่อร์เกินนะ นี่คือลักษณะของจารีตนิยม ตามความเข้าใจของดิฉันก็คือโครงสร้างของสังคมซึ่งมีทั้งคนมั่งคั่งและคนยากจนซึ่งเป็นฐานส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเขาจะกลับ เอาฐานขึ้นบน และดิฉันก็ออกความเห็นไปแบบซื่อ ๆ ตรง ๆ ธรรมดาว่า ถ้าคุณจะมองว่าสัญลักษณ์นี้เป็นการก้าวล่วงสถาบัน ดิฉันว่ามันเกินไป เพราะถ้าเขาไม่เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เขาจะมาลงเลือกตั้งให้ลำบากทำไม เขาก็ไปตั้งพรรคปฏิวัติเลย ไม่ต้องมาตั้งพรรคในระบบทุนนิยมที่ต้องทำตามกติกาทุกอย่าง กระดิกอะไรก็ไม่ได้

ดิฉันไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคอนาคตใหม่และพรรคการเมืองอื่นด้วย เพราะดิฉันไม่เชื่อมั่นในพรรคการเมืองที่มีอยู่ ดิฉันไม่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ว่าจะสามารถใช้กลไกในการทำงานในระบบพรรคการเมืองแล้วได้ผล ดิฉันถือว่าตัวเองเป็นนักวิชาการอิสระที่มีประวัติศาสตร์ของความเรียนรู้แล้วก็เอามาพูด สุดแล้วแต่ว่าใครจะฟังหรือไม่ฟัง

สำหรับนายณฐพร ในอดีตที่น่าสนใจก็คือเขาเคยเป็นที่ปรึกษาสำคัญ เป็นอดีตทนายความ นายวีระ สมความคิด ซึ่งดิฉันให้บทบาทตรงนี้สำคัญด้วยนะ เพราะว่านายวีระก็คือคนที่ยื่นในการจัดการ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ตั้งในกรณีคดีที่คุณหญิงพจมานไปซื้อที่ดิน แล้วดร.ทักษิณไปเซ็นในฐานะสามี แต่เชื่อหรือไม่ว่าในคำวินิจฉัยศาลอะไรต่าง ๆ ใช้คำว่าการซื้อที่ดินโดยทุจริต ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตเลย

การซื้อที่ดินครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการทุจริต แต่เป็นเรื่องของการที่มีลายเซ็นของสามี แล้วคนที่ซื้อก็ไม่ได้ถูกดำเนินคดีทุจริตอะไรใด ๆ ต้องคืนเงินให้เขาด้วยซ้ำ แล้วคนที่ขายก็คือกระทรวงการคลังก็ยินดีในการขาย แต่จะใช้คำว่าทุจริตในกรณีของกระบวนการยุติธรรมตลอด ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ไม่เป็นธรรมกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เลย เรียกว่าคดีทุจริตซื้อที่ดินรัชดา ผิด!!! ใช้คำนี้ไม่ได้ วินิจฉัยตรงไหนว่าทุจริต ไม่มีเลย เป็นปัญหาความผิดเฉพาะตัวของ ดร.ทักษิณ

ดังนั้นในฐานะเป็นอดีตทนายความที่ นายวีระ สมความคิด จัดการกับ ดร.ทักษิณในคดีแรก แล้วก็เกิดเป็นคดีอาญา นี่จึงเห็นว่าไม่ธรรมดา ในทัศนะดิฉันมีความรู้สึกว่า นี่คือการทำหน้าที่ในการจัดการ จารีตนิยมเขาก็จะมีตัวละคร ซึ่งนายณฐพรเป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งในการรุกฆาต ในการจัดการกับพรรคการเมืองหรือหัวหน้าพรรคการเมืองใด ที่จะเป็นปฏิปักษ์ของชนชั้นนำจารีตนิยม...ใช่หรือไม่?

เขาทำอย่างได้ผลในคดี ดร.ทักษิณ
ขณะนี้เขามาดำเนินการในคดีจัดการกับพรรคอนาคตใหม่
เห็นหรือยังว่ามันมีความเชื่อมโยงกัน!

ดังนั้นในทัศนะดิฉัน นี่เป็นการรุกฆาต! 

สำหรับพรรคอนาคตใหม่ คุณธนาธร และคุณปิยบุตร จะโดนเรียกว่าตรวจสอบย้อนหลังเป็นสิบ ๆ ปีเลยว่าเคยไปพูดอะไร ไปทำอะไร ที่ไหน แต่ทั้งหมดนี้อยู่บนความกลัว

ดิฉันคิดว่าก็ไม่ควรประมาทสำหรับพรรคอนาคตใหม่ เพราะคุณกำลังถูกรุกฆาต ดิฉันว่าขณะนี้พรรคอนาคตใหม่คงตระหนักแล้วว่าตัวเองกำลังถูกจัดการ แต่มันมองได้สองแง่ อาจจะมองในแง่ความสำเร็จก็ได้ ว่าสามารถทำให้ฝ่ายจารีตนิยมกลัวจนต้องเปิดรุกฆาต เพราะเป็นเรื่องที่คาดหวังได้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้นแบบนี้

"ฆาต" คือการรุกฆาตของจารีตนิยม
"คาด" คือการคาดหวังของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยหรือแม้กระทั่งพรรคอนาคตใหม่

"ดังนั้นความคาดหวังเมื่อมาเจอการรุกฆาตของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจารีตนิยม เป็นสิ่งที่พึงสนใจว่าตัวละครตัวเก่าก็มาดำเนินในแผนแบบเดิม นั่นก็แสดงว่าอนาคตใหม่เป็น "ผี" ที่ฝ่ายจารีตนิยมกลัวเป็นอย่างยิ่งค่ะ"


"สัสสส......"! ต้องบอกว่า "บัดซบมาก" ตอนศาลให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหา ถามอะไรก็ตอบแต่ว่า "ผมจำไม่ได้..ผมจำไม่ได้"

คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา