ประเดิม 42 พรรค ยื่นตั้งพรรคใหม่


   

    ไม่ใช่แค่ "ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)" ที่ทึ่งกับภาพกลุ่มการเมืองทยอยเดินทางมายื่นขอจดแจ้งเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่แค่วันแรกก็ปาเข้าไป 42 พรรค! แต่ประชาชนหลายภาคส่วนก็อึ้งเช่นเดียวกัน เพราะหากดูจากกฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบันจะพบว่า การทำให้พรรคการเมืองเกิดขึ้นและตั้งอยู่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีทั้งฐานสมาชิกพรรค เงินสนับสนุน การจัดตั้งสาขา ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด 


     แม้พบว่าด้วยระบบการเลือกตั้งแบบปัจจุบันที่ใช้ระบบ นับทุกคะแนนเสียง ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะการเลือกตั้ง โดยมีฐานเบื้องต้นอยู่ที่ 70,000 คะแนนก็ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แล้ว 1 เสียง จึงทำให้หลายกลุ่มการเมืองมองเห็นโอกาสดังกล่าว มีโอกาสสูงที่พรรคตนจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จึงเป็นที่มาของความคึกคักดังกล่าวตั้งแต่วันแรกของการคิกออฟจัดตั้งพรรคการเมือง
    สำหรับ 42 กลุ่มที่ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองและจองชื่อพรรคไว้แล้วกับ กกต.ในวันแรกเมื่อ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.พรรคพลังชาติไทย 2.พรรคประชาไทย 3.พรรคพลังประชารัฐ 4.พรรคประชาชนปฏิรูป 5.พรรคสังคมประชาธิปไตยประชาชน 6.พรรคประชาชาติ 7.พรรคชาวนาไทย 8.พรรคพัฒนาไทย 9.พรรคเครือข่ายประชาชนไทย 10.พรรคเศรษฐกิจใหม่
    11.พรรคพลังพลเมืองไทย 12.พรรคพลังธรรมใหม่ 13.พรรคไทยเอกภาพ 14.พรรคประชาภิวัฒน์  15.พรรคสหประชาไทย 16.พรรคทางเลือกใหม่ 17.พรรคชาติพันธุ์ไทย 18.พรรครักษ์แผ่นดินไทย 19.พรรคแผ่นดินธรรม 20.พรรคเพื่อชาติไทย 21.พรรคกรีน 22.พรรคประชานิยม 23.พรรคพลังสยาม 24.พรรคสยามธิปัตย์ 25.พรรคของประชาชน 26.พรรคพลังอีสาน 27.พรรครวมใจไทย 28.พรรคไทยศรีวิไลย์ 29.พรรคประชามติ 30.พรรคพลังไทยยุคใหม่
    31.พรรคไทยรุ่งเรือง 32.พรรคเพื่อสตรีไทย 33.พรรครากแก้วไทย 34.พรรคน้ำใจไทย 35.พรรคไทยเสรีประชาธิปไตย 36.พรรคฅนสร้างชาติ 37.พรรครวมไทยใหม่ 38.พรรคสามัญชน 39.พรรคสยามไทยแลนด์ 40.พรรคปฏิรูปประเทศไทย 41.พรรคเห็นแก่ตัว และ 42.พรรคภาคีเครือข่ายไทย
    ซึ่งก็ยังไม่หมดแค่นี้แน่นอน เพราะหลายกลุ่มการเมืองตั้งหลักเตรียมไปจดแจ้งชื่อพรรคกันไว้แล้ว  แต่รอฤกษ์งามยามดีและโอกาสที่พร้อมกว่าวันแรก เพราะหลังจากวันนี้ไปสามารถยื่นเรื่องต่อ กกต.ได้ตลอด โดยกลุ่มที่ถูกจับตามองมากสุดคงไม่พ้น กปปส.ที่มีการเตรียมการตั้งพรรค มวลมหาประชาชน
    สำหรับท่าทีของฝ่าย กกต. "ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต." กล่าวว่าไม่คาดคิดว่าจะมีคนมายื่นตั้งพรรคมากขนาดนี้ กกต.พยายามดำเนินการให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด แต่อย่างไรก็ตามคุณสมบัติบางข้อ กกต.ไม่สามารถตรวจสอบเองได้ เพราะต้องอาศัยหน่วยงานอื่นตรวจสอบและต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่าจะทำให้เร็วที่สุด
    สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ว่า กกต.จะต้องทำอะไรต่อไป มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก แสวง บุญมี รองเลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบพรรคการเมือง ว่าเบื้องต้นนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับเอกสารและใบรับจองจากกลุ่มการเมืองทั้งหมด หลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร โดยเฉพาะคุณสมบัติของสมาชิกพรรคที่ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้ค่อนข้างสูงกว่ากฎหมายเดิม โดย กกต.จะส่งรายชื่อผู้ขอจดจัดตั้งไปตรวจสอบลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรคกับ 9 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, สำนักบริหารการทะเบียน, กรมการปกครอง, กรมราชทัณฑ์, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, ศาลยุติธรรม และศาลรัฐธรรมนูญ
    "คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารภายใน 30 วัน ก่อนจะออกหนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้กลุ่มการเมืองไปดำเนินการหาผู้ร่วมจัดตั้งไม่น้อยกว่า 500  คน ประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 250 คน รวบรวมเงินทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่ได้รับหนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง"
     ส่วนขั้นตอนหลังจากได้รับการรับรองจาก กกต.แล้ว หากพรรคการเมืองต้องการทำกิจกรรม เช่น เลือกกรรมการบริหารพรรค, จัดประชุมสมาชิกพรรค จะต้องยื่นหนังสือขออนุญาตดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านสำนักงาน กกต.ต่อไป
     สำหรับแนวทางการเมืองของกลุ่มการเมืองที่ไปยื่นเรื่องต่อ กกต.วันแรกเมื่อ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าหลายกลุ่มมีแนวทางการเมืองแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ชูเรื่องการปฏิรูปประเทศ การสร้างความปรองดอง การปราบทุจริต บางพรรคก็แสดงตัวชัดเจนว่าพร้อมเปิดประตูรับ "นายกฯ คนนอก" ขณะที่บางกลุ่มนักวิเคราะห์การเมืองอาจดูแล้วไม่น่ามีอนาคตอะไร แต่มองอีกมุมหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย อีกทั้งก็สร้างสีสันสร้างมิติการเมืองให้ปรากฏด้วย  
    โดยบางชื่อบางพรรคไม่ธรรมดา จนน่าสนใจติดตามว่าผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคที่แจ้งชื่อกับ กกต.เป็น "ตัวจริง" หรือไม่ หรือเป็นเพียง "นอมินี" ของใครบางคนที่อยู่หลังฉากการตั้งพรรค เพียงแต่ต้องรอการแกะรอยการเมืองกันอีกสักระยะ ว่าสุดท้ายแล้วพวกที่มายื่นขอจัดตั้งพรรค มีใครคอยหนุนอยู่ข้างหลังอย่างที่หลายฝ่ายจับตาหรือไม่.
 


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?