บันทึกหน้า 4


   

           ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net  เปิดฉากแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันแรก กับการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย ต่อกรสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่สภานิติบัญญัติแห่งชาติเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีวุฒิสภาลากตั้งโดย คสช.อีก 250 คนก็ตาม "ผมอาจจะพูดเร็วไปนิดหนึ่ง พูดไม่ชัดบ้าง กลืนน้ำลายบ้าง ผมเป็นมนุษย์ ถ้าท่านพูดเก่งก็เรื่องท่าน แต่ผมพูดแล้วทำไปด้วย" งานนี้ไม่ต้องพึ่งองครักษ์พิทักษ์นายกฯ "บิ๊กตู่" เล่นเอง ปักหลักเฝ้าสภาฯ ยาว ลุกขึ้นใช้สิทธิชี้แจงในช่วงเย็น ร่ายยาวเก็บทุกเม็ดโต้ทุกดอก แม้จะเพลี่ยงพล้ำในช่วงเช้าที่อ่านนโยบายที่มีอยู่ 35 หน้า แบบรัวๆ เกือบ 2 ชั่วโมง จนถูกวิพากษ์ประหนึ่งลิ้นไก่สั้น บรรยากาศการเมืองแบบเดิมๆ เริ่มกลับมา ถึงจะไม่ดุเดือดเผ็ดมันเท่ายุคที่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ตามประสามือใหม่หัดขับของฝ่ายแค้น แถมพวกชูโรงก็ไม่ได้เข้าสภามาเสียอีก เล่นเอาฟากพลังประชารัฐได้ใจ หยามไม่มีชิ้นดี เรียกร้องให้ปรับปรุงคุณภาพคนอภิปรายเป็นการด่วน

                ๐ กลายเป็นสมาชิกป้ายแดงโรงเรียนพลังประชารัฐชนิดไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลังเจอปฏิกิริยาเร่งจากสุดยอดนักร้อง "ศรีสุวรรณ จรรยา" เมื่อวันจันทร์ "บิ๊กป้อม" ยังบอกว่าไปร่วมสัมมนาพรรคพลังประชารัฐในฐานะผู้สนับสนุนพรรค เรื่องสมัครสมาชิกพรรคก็ยังกั๊กๆ อยู่ พอตกเป็นหนึ่งในมูลเหตุให้ พปชร.ต้องถูกยุบ มาเลยจ้า สมัครเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 ก.ค.62 หรือ 3 วันก่อนมาทำหน้าที่ประธานปิดสัมมนา แถมยังมีเก้าอี้ประธานยุทธศาสตร์พรรครอประเคนอยู่ เวลานี้ก็กำลังหาฤกษ์ประชุมใหญ่วิสามัญในเดือน ส.ค. พี่ ป.ประวิตรมาแล้ว แต่น้อง ป.ประยุทธ์ยังลังเล กำลังชั่งใจจะกระโจนนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค สวมบทนักการเมืองอาชีพเต็มตัว ก็ยังห่วงภาพจะกลายเป็นนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ เพราะทุกวันนี้ที่เว้นระยะห่างไว้ให้พออ้างได้ว่าเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ แว่วมาว่าบิ๊กตู่อาจเลี่ยงไปเป็นประธานที่ปรึกษาแทน แต่ที่แน่ๆ คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หัวหน้ากับเลขาฯ พรรคไม่ใช่ อุตตม สาวนายน กับสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ตัวผู้นำใหม่ยังต้องรอลุ้น ส่วนพ่อบ้าน ชื่อนี้มาแรง! "ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ" เสียงเชียร์แน่นพรรคทีเดียว

                ๐ ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา ฉันใด เหล่าสาวกสีส้ม "อนาคตใหม่" ก็ยังเพลินวิพากษ์วิจารณ์ศาลสนุกปากฉันนั้น ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญร่อนเอกสารข่าวเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ ปี 60 รวมถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่อาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล "การวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยคดีนั้นจะต้องกระทำโดยสุจริต และมิได้ใช้ถ้อยคำ หรือมีความหมายหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้าย ซึ่งครอบคลุมถึงการใช้สื่อและสังคมออนไลน์ด้วย... ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งหรือข้อกำหนดดังกล่าวให้ถือเป็นการละเมิดอำนาจของศาลซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ..." ชักจะลามมากไป หลังเฟซบุ๊กพรรคอนาคตเรียกแขก ด้วยการโพสต์คำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยพรรคอนาคตใหม่ข้อหาการกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ไม่รู้ว่าหัวหน้าพรรคกับเลขาฯ จะรู้สึกรู้สาหรือเปล่า ถ้าจำกันได้ วันที่ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เข้ารับทราบข้อหาหมิ่นฯ ศาล กรณีแถลงการณ์ค้านยุบพรรคไทยรักษาชาติ กับเจ้าหน้าที่ บก.ปอท. ยังปากดีว่าสามารถวิจารณ์ศาลได้ "ศาลถือเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน ระบบการตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้เสมอ ดังนั้นองค์กรตุลาการย่อมต้องอยู่ระนาบเดียวกัน โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินข้อพิพาททางการเมือง ยิ่งต้องถูกตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ได้” ศาลอุตส่าห์ออกโรงมาเตือนแบบนี้ ถ้ายังไม่สำเหนียก แนะนำให้เอาบุญ ว่างๆ ลองไปคุยกับ "เด็จพี่" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่เวลานี้หันหลังให้กับการเมืองไปแล้ว นับตั้งแต่พ้นโทษเมื่อปี 59

ลี้คิมฮวง