เชื่อรับมือถกงบ63ฉลุย


เพิ่มเพื่อน    


    แกนนำรัฐบาลสรุปภาพรวมการอภิปรายนโยบายรัฐบาล หลายอย่างเป็นประโยชน์พร้อมเรียกหน่วยงานราชการถอดรหัสเป็นนโยบายกระทรวง วิปรัฐบาลโวไม่เคยเห็นนายกฯ คนไหนตอบฝ่ายค้านเท่า "ประยุทธ์" ถือว่าให้เกียรติรัฐสภาอย่างมาก เชื่อรับมือผ่าน พ.ร.บ.งบฯ 63 ได้ ทำให้อยู่ครบเทอม 4 ปี รองโฆษก พปชร.วอนให้โอกาสรัฐบาลทำตามที่แถลงไว้ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหววุ่นวาย เพื่อไทยอารมณ์ค้างซัดตอบไม่เคลียร์สักประเด็น  
    ที่ท้องสนามหลวง ช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพ.ศ.2562 และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่รอสัมภาษณ์ภาพรวมการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 
     ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์  รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า สิ่งที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านและรัฐบาลได้อภิปรายนั้นหลายอย่างเป็นประโยชน์ ก่อนหน้านี้ได้พบกับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอุดมศึกษาที่เป็นประโยชน์ ตนพร้อมที่จะนำไปปรับใช้ และต้องดูว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 ก.ค.จะมีวาระพิจารณาข้อเสนอต่างๆ จากการประชุมรัฐสภาหรือไม่ ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีแนะนำให้พิจารณานโยบายของหลายพรรคการเมืองมาปรับใช้ด้วย เพราะนายกฯ เปิดกว้างเรื่องดังกล่าว 
    "ภาพรวมการแถลงนโยบายจะดีหรือไม่ดีคงต้องฟังเสียงสะท้อนของประชาชน แต่ส่วนตัวเห็นว่าดี หลังจากนี้รัฐบาลจะเรียกประชุมกับหน่วยงานราชการเพื่อถอดรหัสนโยบายรัฐบาลเป็นนโยบายของกระทรวงส่วนที่ฝ่ายค้านติติงเรื่องวงเงินในการขับเคลื่อนนโยบายยืนยันว่าได้ศึกษามารอบด้านแล้วว่าจะนำมาเงินจากไหน เพียงพอหรือไม่ ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 จะมีรายละเอียดเหล่านี้ด้วย" นายสุวิทย์กล่าว
    นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า ภาพรวมในการชี้แจงของนายกฯ ถือว่าสอบผ่าน สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ต้องยอมรับในเรื่องอารมณ์ของนายกฯ ที่อาจจะฉุนเฉียวบ้าง เพราะเป็นครั้งแรกที่เข้าสู่การตรวจสอบของสภาที่มีการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเต็มตัว ตนทำงานการเมืองมาหลายรัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์,  รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, รัฐบาลนายชวน หลีกภัย, รัฐบาลนายทักษิณ ไม่เคยเห็นนายกฯ คนไหนจะตอบชี้แจงการอภิปรายนโยบายของฝ่ายค้านเท่ากับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่นายกฯ ให้เกียรติการทำงานของรัฐสภาเป็นอย่างมาก ในภาพรวมการชี้แจงและตอบคำถามของ 3 ป. คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ 3.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ผมถือว่าสอบผ่าน
     "ส่วนภาพรวมการทำหน้าที่ฝ่ายค้านถือว่ามีความสร้างสรรค์มากขึ้น โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ที่เตรียมข้อมูลและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลได้ดี รวมทั้งอภิปรายได้อย่างมีสาระ ไม่ค่อยมีคำเสียดสีเหมือนกับนักการเมืองรุ่นเก่า ขณะที่พรรคเพื่อไทย การอภิปรายยังคงมีสไตล์ของการเมืองแบบเดิม คือ มีการเสียดสีในประเด็นที่มุ่งวิพากษ์วิจารณ์ตัวบุคคล แต่ไม่ถึงขั้นที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง รวมทั้งยังมีข้อเสนอแนะในเชิงสร้างสรรค์ให้กับรัฐบาลที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้" นายวีระกรกล่าว
โวอยู่ครบเทอม 4 ปี
    ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีฝ่ายค้านจะนำข้อมูลในการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลไปขยายต่อในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 นายวีระกรกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร มั่นใจว่ารัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถชี้แจงข้อท้วงติงในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ ของฝ่ายค้านได้ และจะทำให้มีงบประมาณลงไปขับเคลื่อนนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจให้ดีขึ้น และเชื่อว่าด้วยภาวะผู้นำและการทำหน้าที่ของนายกฯ จะสามารถบริหารงานให้รัฐบาลอยู่ในครบเทอม 4 ปีได้อย่างแน่นอน
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอภิปรายนโยบายโดย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ในภาพรวมถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง มีข้อมูลข้อเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้รัฐบาลนำเนื้อหาสาระจากการอภิปรายไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน แต่น่าเสียดาย เวลาที่ได้รับจัดสรรน้อยมาก ทำให้ไม่สามารถอภิปรายครอบคลุมทุกเรื่องได้ สำหรับการอภิปรายของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภาโดยทั่วไป ถือว่าต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ในส่วนฝ่ายค้านจะอภิปรายท้วงติงวิพากษ์วิจารณ์หนักเบาแตกต่างกันไปตามข้อมูลของแต่ละคน ที่มีการปะทะคารมโต้เถียงกันดุเดือดบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องปกติของการประชุมสภาที่ต่างก็มีความคิดเห็นที่หลากหลาย มีข้อมูลที่แตกต่างกันเป็นเรื่องแต่ละบุคคล เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้ ถ้ารัฐบาลพิจารณานำข้อเสนอแนะดีๆ มีสาระไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็จะช่วยทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภาเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยากฝากไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านและพี่น้องประชาชนว่า ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ อย่าเพิ่งออกมาเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศ ขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงานก่อน เพราะปัญหาของพี่น้องประชาชนรอการแก้ไขอยู่ หากมีอะไรที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจะเร่งดำเนินการแก้ไขในทันที ส่วนนโยบายต่างๆ นายกฯ คงจะสั่งการให้ทุกกระทรวงที่รับผิดชอบดำเนินการทันที
    "พล.อ.ประยุทธ์มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเข้ามาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน เป็นนายกฯ ของคนไทยทั้งประเทศ ผมได้พูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งได้บอกกับผมว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ที่ไม่สร้างภาพ เป็นนายกฯที่เหมือนชาวบ้านปกติทั่วไป ตรงนี้ชาวบ้านชื่นชอบมาก เพราะที่ผ่านมาหลายครั้งที่เรามีนายกฯ ที่มีภาพลักษณ์ดี แต่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ ปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย ดังนั้นขอเวลาให้นายกฯ ได้ทำงานก่อน อีกทั้งยังมีรัฐมนตรีที่มาจากภาคการเมือง ซึ่งจะเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนดี เมื่อบวกกับผู้นำรัฐบาลที่มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และประเทศจะมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างแน่นอน" นายธนกรกล่าว
ตอบไม่เคลียร์สักประเด็น
    ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการชี้แจงของรัฐบาลในการแถลงนโยบายว่า ติดใจที่รัฐบาลตอบอะไรไม่เคลียร์เลย เช่น 1.การถวายสัตย์ปฏิญาณท่านก็ไม่ตอบว่าท่านได้พูดครบหรือไม่ ท่านตอบเพียงว่าเรื่องมันจบไปแล้ว 2.รัฐบาลไม่ตอบเลยว่านโยบายที่ได้หาเสียงกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเกษตรกร ที่พรรคนำรัฐบาลได้ไปหาเสียงไว้นั้น จะนำมาเป็นนโยบายอย่างไร เพราะท่านไม่ได้เขียนไว้ในนโยบาย ท่านอ้างว่าเขียนไว้กว้างๆ แล้วจะนำมาปฏิบัติอย่างไรก็ไม่รู้ และ 3.เรื่องการปราบปรามคอร์รัปชันที่รัฐบาลก็ตอบไม่ชัดเจนเลย รมว.มหาดไทยท่านพูดคิดเพียงอย่างเดียวว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบ และข้อบังคับของหน่วยงานราชการ แต่ที่มีการฮั้วสเปกกันท่านไม่ได้ตอบเลย
    “สรุปไม่เคลียร์เลยสักประเด็น รัฐบาลตอบคำถามแบบขอไปที ซึ่งเดี๋ยวก็คงจะไปเจอกันในตอนพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณอีก โดยจะต้องบอกให้ชัดว่าจะเอาเงินมาจากไหน แล้วเอาไปใช้ในโครงการหรืองานด้านใดบ้าง เพราะเมื่อเป็น พ.ร.บ.งบฯ แล้ว เราจะได้เห็นตัวเลขที่ชัดเจน เราก็จะตามกันถูกแล้ว” นายสมคิดกล่าว
    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หัวใจของปัญหาประเทศในปัจจุบันคือปัญหาความเชื่อมั่นประเทศด้านการเมือง ซึ่งส่งผลต่อการค้าการลงทุน และการย้ายฐานการลงทุน จนประเทศไทยประสบปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในขณะนี้ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์และทีมงาน ทราบหัวใจของปัญหาดี อยู่ที่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และกล้าตัดสินใจหรือไม่ ตนคลุกคลีกับชาวบ้าน พบส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ เพราะขาดกำลังซื้ออย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลควรรีบตัดสินใจส่งสัญญาณบวกว่าจะแก้ไขหัวใจของปัญหา คือปัญหาการเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประเทศ ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ให้ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่น จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่า ตนกำลังเตรียมการยื่นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยคำแถลงนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากในคำแถลงไม่มีการระบุงบประมาณและตัวเลขรายได้ ว่าขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 หรือไม่ เบื้องต้นได้เตรียมคำร้องไว้พร้อมแล้ว จากการติดตามการอภิปราย มี ส.ส.หลายคนได้อภิปรายในประเด็นดังกล่าวแล้วเช่นกัน จึงอยากรอดูก่อนว่า ส.ส.จะมีการยื่นต่อ ป.ป.ช. ในประเด็นดังกล่าวหรือไม่ หากมีตนเองก็จะไม่ยื่น เพราะส.ส.ยื่น จะมีน้ำหนักมากกว่า แต่หาก ส.ส.ไม่ยื่น ก็จะทำหน้าที่ในฐานะประชาชนต่อไป
แม้วหยุดทุกอย่างจบ
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก หัวข้อ 'นโยบายรัฐบาล ผลพวงการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช.' ว่า ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลฝ่ายค้านแสดงความไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาของประเทศได้ ทั้งด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความสามารถของบุคคลที่ปรากฏว่ากำลังหลักของรัฐบาลนี้ก็คือคนเดิมนั่นเอง ในเมื่อทำมา 5 ปีก็ล้มเหลวอย่างที่เห็นกันอยู่ จึงไม่เชื่อว่าที่จะทำต่อไปนี้จะดีขึ้น อีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นเรื่องของนโยบายที่ไม่เป็นรูปธรรมไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไรอย่างไร เป็นแต่นโยบายกว้างๆ สิ่งที่ฝ่ายค้านทวงถามอยู่บ่อยๆ ในการอภิปรายก็คือการขาดหายไปของนโยบายพรรคการเมืองต่างๆ ที่ประกาศไว้ในตอนหาเสียง ซึ่งต้องถือว่าเป็นสัญญาประชาคม แต่กลับไม่ปรากฏในนโยบายนี้เอาเสียเลย จึงคาดหวังไม่ได้เลยว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาของประเทศให้ดีขึ้นได้
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในโอกาสครบวันเกิด 70 ปีว่า นายทักษิณเป็นคนที่ไม่ยอมปล่อยวางทางการเมือง แม้ว่าเวลาล่วงเลยมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ยังมีความคิดแบบเดิม เอาคืนทางการเมือง เคียดแค้น ยึดประเทศชาติเป็นตัวประกัน ทำให้ประเทศติดล่มกับระบอบทักษิณเป็นเวลานาน และในวันเกิดของนายทักษิณปีนี้ นายทักษิณเป็นบุคคลที่มีพร้อมทุกอย่าง คงจะไม่ต้องการของขวัญอะไรจากใครอีกแล้ว แต่สิ่งที่ตนอยากจะบอกกับนายทักษิณว่า คุณควรจะให้ของขวัญแก่ประเทศชาติ ด้วยการหยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง เลิกอยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกอย่าง
      “ถ้าคุณทักษิณรักประเทศชาติจริง พิสูจน์ได้ง่ายที่สุด คือการประกาศหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างก็จะสงบ บ้านเมืองก็จะก้าวเดินไปอย่างราบรื่น ปล่อยให้พรรคการเมือง นักการเมืองฝ่ายค้านทำงานอย่างอิสระ ปราศจากการครอบงำใดๆจากคุณทักษิณ จะเป็นเรื่องดีที่สุด ผมอยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปภายใต้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อสู้ทางการเมืองภายใต้กติกาที่เป็นอยู่ แม้จะรู้ดีว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ต้องหาหนทางแก้ไขให้จงได้” นายเทพไทกล่าว.


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'