อว. พร้อมปลดล็อกปัญหาช่วยม.เอกชนผลักดันเป็นต้นแบบด้านการทำงาน


เพิ่มเพื่อน    


1 ส.ค.62-  นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการหารือกับร่วมกับสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ตอนหนึ่งว่า มหาวิทยาลัยเอกชนมีจุดเด่นในเรื่องการรับนักศึกษา นักศึกต่างชาติ ซึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนมีนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาถึงร้อยละ 59 มากกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ ถือว่ามีศักยภาพในการช่วยการจัดการศึกษา อย่างไรก็ตาม ตนได้ขอให้มหาวิทยาลัยเอกชนทั้งหมดกลับไปทบทวนบทบาทของตนเอง พร้อมทั้งจัดว่าแต่ละมหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มใดของประเทศ คือ มหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก มหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี และมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ชุมชนและพื้นที่ เพื่อที่จะได้ส่งเสริมพัฒนาให้ตรงจุด 

ในเบื้องต้นมองว่า มหาวิทยาลัยเอกชน มีศักยภาพในการเป็นต้นแบบ 3 ด้าน คือ ด้านการทำงานการศึกษาต่างประเทศ ทั้งการดึงนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียน และการรุกออกไปสอนที่ต่างประเทศ โดยเรื่องนี้ตนจะประสานกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ในการช่วยผลักดัน ด้านการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเข้าไปยกระดับวิสาหกิจขนาดย่อม (SME) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ อว. ในการนำองค์ความรู้เข้าไปยกระดับชุมชน และเพื่อให้ทำได้ในวงกว้าง อว. และด้านการเป็นต้นแบบในการควบรวมหลักสูตรการเรียนข้ามมหาวิทยาลัย และการเรียนออนไลน์ เพราะมหาวิทยาลัยเอกชนมีความคล่องตัวในการปรับหลักสูตรสามารถยุบหลักสูตรที่ซ้ำซ้อน รวมถึงให้ไปดูเรื่องการเปิดหลักสูตรระยะสั้น ให้คนทุกช่วงวัย เข้ามาเรียนพัฒนาตัวเอง เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“สิ่งที่มหาวิทยาลัยเอกชน ขอให้แก้ปัญหาคือทบทวนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2562 ที่เพิ่งประกาศ ใช้ แต่ไม่ได้แก้ในประเด็นสำคัญ ที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัว รวมทั้งจะไปหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เกี่ยวกับระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ซึ่งมี 5 รอบ มากเกินไป ทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนรับเด็กได้น้อย ผมรับจะไปพูดคุยกับทปอ. แต่ก็อยากให้มหาวิทยาลัยเน้นพัฒนาตัวเองให้มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กเลือกมาเรียน ด้วยคุณภาพของมหาวิทยาลัยเอง”รมว.อว.กล่าว

ด้านนายพรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเอกชน ได้เสนอ 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.อยากให้มีการตั้ง Business industry university หรือมหาวิทยาลัยผู้ประกอบการในมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งจะมีรูปแบบทำงานการร่วมกันในการพัฒนาบุคลากร วิจัย ให้แก่ภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจSME ซึ่งที่ผ่านมายังมีอีกหลายเรื่องยังไม่ได้รับการพัฒนา 2.เรื่องการพัฒนาอุดมศึกษานานาชาติ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเอกชนมีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนจำนวนมาก อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศ 1 ใน3 ของโลกที่น่าเรียน 
    
ดังนั้น อยากให้ อว.เป็นหัวหอกประสานงานกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ม.เอกชนบริการทางการศึกษากับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นรูปธรรม 3.ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเอกชนได้ทำงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แต่ส่วนใหญ่จะต่างคนต่างทำ และอยู่เบื่องหลัง ดังนั้น จึงอยากให้มีการนำความสามารถของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีศักยภาพมาร่วมเข้าด้วยกัน 4.อยากให้ อว.ช่วยลงทุนทรัพยากรด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้ เช่น อินเทอร์เน็ต ฐานข้อมูลต่างๆ ของมหาวิทยาลัยต่าง เพื่อที่จะช่วยให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยใหญ่และเล็กสามารถเข้าถึงฐานเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง 

และที่สำคัญในอนาคตจะได้สร้างการเรียนรู้แบบออนไลน์ต่างๆ ได้ด้วย เช่น โมบายเลินนิ่ง และ 5.อยากให้ อว.แก้กฎระเบียบต่างๆ ที่ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การพัฒนาหลักสูตร เนื่องจากติดกับกฎระเบียบ ไม่มีความคล่องตัว อย่างไรก็ตาม ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ รมว.อว.เข้าใจ และเห็นว่าม.เอกชนเป็นพาสเนอร์ในการพัฒนาการศึกษา ยกระดับงานวิจัย และภาคอุตสาหกรรม โดยจะไปหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง.


โลกนี้..... อยู่ยากขึ้นทุกวัน เห็นคลิประเบิดท่าเรือที่เลบานอน หลายคนคงคิดเหมือนกัน ณ ช่วงเวลาเช่นนี้ ไม่มีที่ไหนในโลก ปลอดภัย และน่าอยู่กว่าประเทศไทยอีกแล้ว

'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง