จ่อปรับโครงสร้าง'ดีเอสไอ'รับเฉพาะคดีพิเศษสำคัญป้องกันขัดแย้งกับตำรวจ 


เพิ่มเพื่อน    

 

2ส.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถูกมองว่ารวบอำนาจหลังกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ด้วยตัวเองว่า สำหรับดีเอสไอ เชื่อว่าอีกสักพักคงจะมีการพูดคุยเพื่อปรับโครงสร้าง โดยต้องหารือร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรม สำนักงาน กพร. และตนในฐานะรองนายกฝ่ายกฎหมาย โดยนายกฯตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับการทำงานของดีเอสไอมาหลายเดือนแล้ว เพราะเห็นว่ามีตำรวจปฏิบัติงานอยู่มากเกินไป และอยากได้นักกฎหมายที่ไม่ใช่จากสตช. มาทำงานด้วย พร้อมกันนี้ยังจะเน้นการให้ความเป็นธรรม ซึ่งดีเอสไอจะต้องดูแลคดีพิเศษเท่านั้น โดยมี 2 แนวทางในการพิจารณาคดีพิเศษ 1.อธิบดีดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา 2. ให้คณะกรรมการคดีพิเศษเป็นผู้พิจารณา 

“แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่าประชาชนไปร้องตำรวจ แล้วตำรวจเกิดเมินเฉย ช้า ไม่ได้ดั่งใจ จึงยกขบวนมาอย่างดีเอสไอ บางทีมาเยอะเหมือนม็อบ มานอนอยู่หน้าดีเอสไอ ซึ่งถ้าดีเอสไอไปรับเข้า บางครั้งก็จะทำให้เสียระบบ จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ หากตำรวจช้า ก็ต้องเล่นงานตำรวจ ไม่ใช่ช้าก็โอนมาดีเอสไอ เพราะไม่งั้นถ้าดีเอสไอช้า ก็คงจะตั้งกรมอื่นแทนดีเอสไอ ข้อสำคัญคือ ต้องวางหลักเกณฑ์ให้ดี เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้ทำให้ตำรวจและดีเอสไอขัดแย้งกัน” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้กำกับดูแลดีเอสไอด้วยตัวเอง เพราะ หวังจะใช้ดีเอสไอดำเนินการในเรื่องคดีความต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมือง เพราะแม้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงไปคุมด้วยตัวเอง แต่หากต้องหารใช้จริง ก็สามารถใช้ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะลงไปเปิดตัว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการลงไปดูเพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น โดยหลังจากนี้คาดว่าคดีความต่างๆที่จะเข้าดีเอสไอ จะต้องมีการสกรีนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมานั้น ดีเอสไอย่อหย่อน เนื่องจากชาวบ้านมาร้องขอ ซึ่งเมื่อดีเอสไอทำคดีได้เร็ว ตำรวจก็เกิดความน้อยใจ 

"ทั้งนี้ อะไรที่เป็นหน้าที่ของตำรวจ ตำรวจก็จะต้องทำ เพราะคดีที่จะเป็นคดีพิเศษจะต้องเข้าเกณฑ์ หรือเป็นคดีที่มีอธิพล คดีสำคัญซึ่งตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ โดยคดีพิเศษนั้น อัยการสามารถลงมาสอบด้วยได้"นายวิษณุ กล่าว
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.