กลุ่มไหน พันธมิตรการเมือง พรรคเพื่อไทย


   

      ท่าทีอย่างเป็นทางการของแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่าง ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่สนับสนุนการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นเรื่องขอจดแจ้ง-จองชื่อพรรคต่อ กกต.น่าสนใจไม่น้อย

        ภูมิธรรม บอกว่าการเกิดขึ้นและการเปิดตัวของพรรคการเมืองใหม่ในช่วงเวลานี้ เป็นสิ่งที่ต้องแสดงความยินดีและชื่นชม พร้อมทั้งควรให้การต้อนรับและให้กำลังใจอย่างเต็มที่ในความกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในเวทีการเมืองครั้งนี้

        "การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ โดยเฉพาะพรรคที่แสดงจุดยืนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งน่ายินดี ผมสนับสนุนและต้อนรับการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ ทั้งสิ้น เป็นแต่เพียงทุกกลุ่มของฝ่ายประชาธิปไตย ต้องร่วมกันหาจุดลงตัวที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ละทิ้งการยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของตน และหาจุดร่วมมือกันที่ลงตัว อันจะส่งผลให้ฝ่ายประชาธิปไตยและพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด "

      ในกระแสความเคลื่อนไหวเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ แน่นอนว่าประเด็นหนึ่งที่หลายฝ่าย จับตามองก็คือ การมองไปข้างหน้าถึงเรื่องการ จับมือเป็นพันธมิตรการเมือง กันของพรรคต่างๆ ทั้งในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะ การจัดตั้งรัฐบาล

      เช่นแม้จะมองกันว่า พรรคมวลมหาประชาชนฯ หรือพรรค กปปส.จะมาแย่งฐานคะแนนกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากดูจากทิศทาง ปชป.กับเครือข่าย กปปส.แล้ว ยังไงก็จับมือเป็นพันธมิตรการเมืองกันได้ไม่ยาก เพราะ ปชป.คงสะดวกใจมากกว่าจะไปดีลกับพรรคอื่นๆ อย่าง ภูมิใจไทย หรือชาติไทยพัฒนา 

      ขณะที่ฝ่าย เพื่อไทย ที่พยายามชูแนวทางพรรคว่า สนับสนุนประชาธิปไตย-ไม่เอา คสช.-ต้านบิ๊กตู่สืบทอดอำนาจ แน่นอนว่าลึกๆ ทั้งทักษิณ ชินวัตร และแกนนำเพื่อไทยก็ย่อมอ่านการเมืองออกว่า มีความเป็นไปได้ที่เพื่อไทยจะถูกบล็อกทางการเมือง ทั้งในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งโดยฝ่าย คสช.

      ดังนั้นการขยับของเพื่อไทยเพื่อหาพันธมิตรการเมือง ทั้ง หน้าใหม่-หน้าเก่า จึงจำเป็นยิ่งกับระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่พรรคใหญ่อาจไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มากเหมือนในอดีต รวมถึงการถูกสกัดในด้านต่างๆ ในช่วงเลือกตั้ง ที่ฝ่ายเพื่อไทยมองว่าอาจทำให้พรรคได้ ส.ส.ไม่เกินกึ่งหนึ่ง คือชนะเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถเปิดดีลการเมืองเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ ด้วยเหตุนี้การพยายามหาพันธมิตรการเมืองแต่เนิ่นๆ ทั้งแบบเปิดเผยและดีลลับจึงจำเป็นต้องมีและต้องทำ

      ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ตอนที่มีแกนนำเพื่อไทยบินไปคุยกับทักษิณที่ต่างประเทศ ช่วงที่กฎหมายพรรคการเมืองยังไม่ประกาศใช้ ก็มีการคุยกันถึงเรื่องการหาพันธมิตรการเมืองกับพรรคการเมืองสัก 1-2 พรรค โดยทำให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้วจับมือกัน แม้กระทั่งเคยมีกระแสข่าวเรื่องพรรคอะไหล่-พรรคพันธมิตรเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่สูตรแบบตอนเลือกตั้งปี 2544 ที่ทักษิณ-ไทยรักไทยให้การสนับสนุนพรรคความหวังใหม่และพรรคเสรีธรรมในช่วงเลือกตั้ง จากนั้นพอเลือกตั้งเสร็จก็ผนวกสองพรรคนี้เข้ากับไทยรักไทย แต่ระบบการเลือกตั้งแบบปัจจุบันและกฎหมายพรรคการเมืองไม่เปิดโอกาสให้ทำแบบนั้นได้อีกแล้วเพราะเสี่ยงเกินไป ก่อนที่เรื่องจะเงียบหายไป

      ท่าทีเพื่อไทยที่แสดงตัว เปิดกว้าง เล่นบทบาทพรรคชูธงประชาธิปไตย-เดินหน้าเลือกตั้ง-ไม่เอาคสช.แบบนี้ ไปจนถึงช่วงเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง จึงต้องดูว่าจะสามารถดึงกลุ่มอื่นๆ มาเป็นแนวร่วมได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้ไม่วืดตอนตั้งรัฐบาล หลังมีข่าวว่าคนในพรรคก็เริ่มเล็งๆ บางกลุ่มไว้แล้ว เช่น พรรคเสรีรวมไทย ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็นต้น.

------------

ดึงโปรย

      "การพยายามหาพันธมิตรการเมืองแต่เนิ่นๆ ทั้งแบบเปิดเผยและดีลลับจึงจำเป็นต้องมีและต้องทำ  ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าตอนที่มีแกนนำเพื่อไทยบินไปคุยกับทักษิณที่ต่างประเทศ ช่วงที่กฎหมายพรรคการเมืองยังไม่ประกาศใช้ ก็มีการคุยกันถึงเรื่องการหาพันธมิตรการเมืองกับพรรคการเมืองสัก 1-2  พรรค แต่ไม่ใช่สูตรแบบตอนเลือกตั้งปี 2544 ที่ทักษิณให้การสนับสนุนความหวังใหม่-เสรีธรรมในช่วงเลือกตั้ง" 


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร