จากขันติธรรมถึงสามัคคีธรรม


เพิ่มเพื่อน    

 

แม้เพิ่งออกจากท่า...ไม่ทันพ้นปากอ่าว แต่เรือเหล็กหรือ เรือแป๊ะ คงหนีไม่พ้นที่ต้องมีรอยครูด รอยถลอก อยู่มั่งไปตามสภาพ เพราะระหว่างออกจากอู่ ก็ต้องเจอการ อภิปราย (ไม่ไว้วางใจ) นโยบายรัฐบาล ที่เล่นเอาสีถลอกไปบ้างในบางจุดบริเวณขอบๆ แถมขณะกำลังตั้งลำ ตั้งหางเสือ ยังต้องเจอกับ ระเบิดปิงปอง ไปจนถึง ควันหลง จากการแถลงนโยบายและการถวายสัตย์ฯ ซึ่งก็ยังมิอาจสรุปได้ว่า จะบุบๆ บี้ๆ กันในแบบไหน หรือไม่ อย่างไร???

                                                               -----------------------------------------------------

                แต่โดยสรุปรวมความแล้ว...ก็พอจะ หะเบส-สมอพลัน-ฝ่าสันดอนไป-ลัดจากเกาะสีชัง-ไปจนกระทั่ง-กระโจมไฟ-เทียวหาข้าศึก-บ่มีได้นึก-จะกลับมาใน ฯลฯ หรือคงไม่น่า ล่มปากอ่าว เอาง่ายๆ เพราะขนาดเรือแป๊ะที่ทำด้วยไม้ ยังอุตส่าห์แล่นยาว ลากยาว มาได้ถึง 5 ปีเต็มๆ เล่นเอาไม่ว่ากองหลอน กองเกิน กองหนุน ต่างหาวเรออ์อ์อ์กันไปเป็นแถบๆ อันเนื่องมาจาก เราจะทำตามสัญญา...ขอเวลาอีกไม่นาน ชนิดเมื่อยแล้ว เมื่อยอีก แต่มาคราวนี้เห็นว่าเปลี่ยนจากเรือไม้ มาเป็นเรือเหล็กแบบทั้งแท่ง ทั้งด้าม จะให้แล่น ให้ลาก เพียงแค่ซัก 3 เดือน 6 เดือน มันก็ออกจะโหดร้าย หรือออกจะ อันเดอร์ เอสทิเมท ไปซักหน่อย...

                                                                ---------------------------------------------------

                คืออย่างน้อย...ก็น่าจะให้เวลากันไปซักปี-สองปีก็ยังดี ให้พอเห็นหัว เห็นหาง เห็นทิศ เห็นทาง ว่ามันจะแล่นไปในแนวไหนกันแน่แต่ถ้าหากเล่นกันแบบ ติเรือทั้งโกลน ตั้งแต่เริ่มแรก หรือแบบ เอาฝ่าตีนราน้ำ ไปโดยตลอด ผู้ที่คิดจะเล่นกันในลักษณะนี้เองนั่นแหละ ที่กลับจะเป็นฝ่ายล่ม หรือฝ่ายที่จมไปซะก่อน ด้วยเหตุเพราะความกระเหี้ยนกระหือรือ ความกระหาย ใคร่อยาก ที่ผู้คนโดยทั่วไปคงไม่คิดให้ความ ยอมรับ มากมายซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะถ้ามันไม่ได้ออกไปทางติติง แต่หนักไปในทางติเตียน ด้วยข้อกล่าวหาแบบซ้ำๆ ซากๆ วนไป-วนมาอยู่เรื่องเผด็จการ เรื่องประชาธิปไตย ทั้งที่โลกทั้งโลก เขาไปถึงไหนกันแล้วก็ไม่รู้....

                                                                   -----------------------------------------------------

                หรือถ้าหากอยากจะติเตียนกันจริงๆ...ก็น่าจะหาข้อหา หรือข้อกล่าวหา ที่ให้มันดูมีน้ำ มีเนื้อ มีน้ำหนัก พอที่จะต้องเก็บไปใคร่ครวญ หวนคิด กันแบบจริงๆ จังๆ ไม่ใช่หยิบเอาเรื่องจิ๊บๆ จ๊อยๆ ออกมาสร้างความจี๊ดๆ จ๊าดๆ อันอาจส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล กลายเป็นอะไรที่น่าเหนื่อย น่าเอียน ไปด้วยกันทั้งคู่ จนสุดท้าย...ก็ออกไปทางพอๆ กันนั่นแหละ ไม่ได้มีใครดี-ใครเลวกว่ากันมากมายซักเท่าไหร่ หรือกลายเป็นเรื่องใครเลวกว่าใครซะเป็นหลัก ซึ่งไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยให้เกิดบรรยากาศในทางสร้างสรรค์ใดๆ ขึ้นมาเลยแม้แต่นิด ยังหนักไปทางทำร้าย ทำลาย ความเป็นไปของสังคมโดยรวม ที่กำลังต้องเผชิญหน้ากับมรสุมลูกมหึมา ระดับใต้ฝุ่น เฮอริเคน ซึ่งกำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้าไม่รู้กี่ลูกต่อกี่ลูก...

                                                                    -----------------------------------------------------

                และคงต้องบอกกล่าวเอาไว้ก่อนล่วงหน้า...ว่ามรสุมแต่ละลูก ที่กำลังทยอยซัด ทยอยสาด มาสู่สังคมไทยนั้น เผลอๆ...มันอาจ กวาดเกลี้ยง ไปทั่วทุกฝ่ายเอาเลยก็ไม่แน่!!! ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เศรษฐี ยาจก ไพร่ อำมาตย์ ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ อาจไม่เหลือที่อยู่ ที่ยืน เอาง่ายๆ เพราะถ้าถึงขั้นต้อง แพ้กันไปทั้งประเทศ  ไม่ว่าฝ่ายใดก็เถอะ...ต่างก็ไม่ใช่ ผู้ชนะ ไปด้วยกันทั้งสิ้น โดยไม่ว่ามันจะแสดงออกในรูปของเศรษฐกิจ การเมือง ไปจนถึงการทหาร ล้วนแล้วแต่เป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่นขวัญสยองไปด้วยกันทั้งนั้น และสิ่งที่พอจะช่วยให้สามารถยืนหยัด ต้านทาน ก็มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ สามัคคีธรรม ของผู้คนในชาตินั่นแล...

                                                                       -------------------------------------------------------

                อาจด้วยเหตุเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้...สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ท่านจึงได้ทรงออกมาย้ำแล้ว ย้ำอีก ถึงธรรมะ หรือคุณธรรมขั้นพื้นฐานชนิดหนึ่ง ที่เรียกๆ กันว่า ขันติธรรม หรือความอดทน อดกลั้น นั่นเอง ต่อบรรดาสิ่งที่ฝ่ายใดๆ ก็แล้วแต่ ไม่พึงปรารถนา หรือไม่ถูกอก ถูกใจ พระเดชพระคุณทั่น แต่ถ้าหากสามารถเจริญสติ ตั้งสติ จนเกิดปัญญาพอที่จะมองเห็น ภาพรวม ไม่ว่าของโลกหรือสังคม ท่ามกลางความเป็นไปของโลกที่กำลังเต็มไปด้วยมรสุมไม่รู้กี่ลูกต่อกี่ลูกที่ว่านี้นี่เอง คำตอบสุดท้าย...ย่อมหนีไม่พ้นไปจาก สามัคคีธรรม  อันเป็นสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นมาได้ด้วย ขันติธรรม ล้วนๆ...

                                                                         --------------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้...ก็อย่าถึงกับไปจี๊ดๆ จ๊าดๆ มากมายเกินไปนัก เอาแค่พอเหมาะๆ พอประมาณ พอให้คันๆ อย่าถึงขั้นต้องเตรียมลงมือ ลงตีน กันก่อนกำหนดการ โดยเฉพาะใน โลกโซเชียล หรือ โลกเสมือนจริง ทั้งหลาย ที่ชักกลายเป็นตัวชักนำ โลกแห่งความเป็นจริง ให้ต้องเดินตามชนิดต้อยๆๆ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แค่เฉพาะการติติง ติเตียน กล่าวหา ด่าทอ แจกกล้วย แจกมะเขือ ปล่อยเหี้ย-ห่าและสารสัตว์ออกมาเพ่นพ่าน ก็น่าหนักอกหนักใจพอสมควรแล้ว แต่ที่ยังตามมาด้วย ข่าวลือ ข่าวเท็จ ไปจนถึง ข่าวปลอม จนกลายเป็นการ ชักศึกเข้าบ้าน ไปโดยปริยาย อันนี้...คงต้องหาทาง เบรก ลูกเดียวเท่านั้นเอง...

                                                                        ------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon (อีกครั้ง)... Patience is the virtue most needed just when we run out of it.- ความอดทน อดกลั้น เป็นคุณธรรมที่เรามักจะขาด โดยเฉพาะในยามที่เราต้องการมันที่สุด...

                                                                         ------------------------------------------------------- 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"