มหาวิทยาลัยจับมือสถาบันพระปกเกล้าพัฒนาระบบบริหารจัดการ"เมืองอัจฉริยะ"


เพิ่มเพื่อน    

       

กลุ่มมหาวิทยาลัย ทำความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้าผ่านทปอ. พัฒนาระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ นำร่องก่อนที่ นครนนทบุรี  เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลนครยะลา เทศบาลนครอุดรธานี เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และเทศบาลเมืองลําพูน มีกล้องตรวจจับความเร็วรถ วัดสภาพจราจร มลพิษทาง

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนในฐานะผู้แทน ทปอ. ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ โครงการพัฒนาและร่วมทดสอบระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า ภายในงาน “University Expo มหกรรมอุดมศึกษา : อุดมศึกษา – พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0” ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการบริหารจัดเมือง ทั้งในด้านขององค์ความรู้ ที่จะมีเครือข่ายอุดมศึกษาในการเข้าไปช่วยการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในแต่ละพื้นที่ต่างมีศักยภาพ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาให้ท้องถิ่น รวมถึงด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วย เช่น กล้องตรวจจับความเร็วรถยนต์ การวัดสภาพการจราจร การวัดสภาพอากาศ เป็นต้น ซึ่งเมื่อในพื้นที่ต่างๆ มีเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยก็จะสามารถทำให้การบริหารจัดเมืองทำได้ง่ายขึ้น แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองได้อย่างแม่นยำและตรงจุด

“วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการพัฒนาเมืองของประเทศไทย และสำหรับในส่วนของ สจล. จะร่วมมือกับเทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลนครยะลา เทศบาลนครอุดรธานี เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และเทศบาลเมืองลําพูน อย่างไรก็ตาม หากท้องถิ่นใดมีความต้องการที่จะเข้าร่วมในโครงการนี้ ทปอ. ยินดีที่จะช่วยในทุกภูมิภาค โดยให้ศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลและประสานความร่วมมือต่างๆ ”ประธาน ทปอ.กล่าว

ด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้าถือเป็นจุดเชื่อมขององค์กรท้องถิ่นจำนวนมากและเราตั้งใจที่จะสร้างสิ่งที่ดีให้แก่ประชาชน ดังนั้นการเริ่มต้นของการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ไม่ใช่การที่เราจะไปซื้อเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่จะมีการให้องค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ อย่างการกำหนดความต้องการให้เป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด วางเป้าหมายในต่างละด้าน แล้วจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็มในการบริหารจัดการดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ของ สจล. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง จะช่วยขยายความคิด คำแนะนำ และการนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยโครงการนี้จะต้องมีการขยายไปในให้มาจังหวัดต่างๆ มาเข้าร่วมอย่างแน่นอน เพื่อตอบโจทย์รัฐบาลที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยเข้าถึง ช่วยเหลือสังคมและท้องถิ่น


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.