รับผิดชอบเพียงผู้เดียว ‘บิ๊กตู่’แอ่นอกขอโทษรมต.เรื่องรธน.-โฆษกฯปัดนายกไขก๊อก


เพิ่มเพื่อน    

 “ประยุทธ์” ลั่นขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวกรณีรัฐธรรมนูญ พูดทะแม่งบอกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมทำงานกับ ครม. แม้ใช้เวลาไม่นาน ชี้ประเทศและรัฐบาลต้องเดินหน้าต่อ ก่อนตอกฝาโลงไม่ตอบคำถามเรื่องนี้แล้ว “บิ๊กป๊อก” ให้กำลังใจเต็มที่ ส่วน “วิษณุ” ท่องคาถาไม่รู้ ไม่ทราบ แต่ระบุนายกฯ อยากบอกประชาชนมากกว่าแค่รัฐมนตรี “นฤมล” รีบแจงลุงตู่ไม่ได้ถอดใจไขก๊อก เพราะไม่ใช่เรื่องถวายสัตย์ฯ “เสรีพิศุทธ์” ได้ทีดึง “ประธานชวน” ร่วมรับผิดด้วย  

เมื่อเวลา 09.00 น. วันพฤหัสบดี ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการทั่วประเทศ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอโทษ เพราะร่างกายไม่เต็มร้อย เป็นไข้หวัด แต่ใจนั้นเกินร้อย ไม่ต้องห่วง ขอให้ทุกคนใจเกินร้อยไปกับนายกฯ ด้วย ซึ่งการพูดคุยวันนี้ก็เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของกฎหมาย ซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป รวมถึงแผนแม่บทและรัฐธรรมนูญ โดยมีระบบการตรวจสอบ ซึ่งหลายอย่างอาจมีปัญหาบ้าง บางเรื่องก็ต้องปรับ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ มิเช่นนั้นจะเดินหน้าไปไม่ได้ 
“เรื่องแรกที่เป็นประเด็นสำคัญ ผมขอเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเป็นห่วงกังวลอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรถึงทำงานได้ ก็หวังให้ทุกคนได้ทำงานต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องไปศึกษาในรัฐธรรมนูญดูว่าเขียนว่าอย่างไร อย่างไรก็ตาม ก็คงยังมีรัฐบาลอยู่ และไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอโทษบรรดารัฐมนตรีด้วย เพราะผมถือว่าผมได้ทำของผมเต็มที่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญเร่งด่วน คือเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายฉบับได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมีจุดมุ่งหมายของมันเอง ต้องทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างสากล ซึ่งคำว่าสากลของเรากับสากลของเขาก็ไม่ได้แตกต่างกัน ต่างกันที่ผู้ปฏิบัติ ผู้ใช้ หรือคนในประเทศ ส่วนตัวคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการนำไปสู่การปฏิบัติ เพราะส่วนใหญ่เรามักมีปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ต้องนำมาปฏิบัติให้เกิดผล ไม่ใช้ในทางที่ผิด หรือเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือทำให้เกิดความขัดแย้ง เมื่อใช้แล้วต้องเกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง  
พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสำคัญของประเทศ ซึ่งต้องไปดูในรายละเอียดว่าแต่ละมาตรานั้นเขียนว่าอย่างไร เราต้องมองให้สอดคล้อง อย่ามองเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มิเช่นนั้นจะทำงานไม่ได้ทั้งหมด ทุกคนต้องมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือประเทศชาติ แล้วจะเดินหน้าต่อไปได้ วันนี้เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งการปฏิรูปประเทศและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้ว แต่ต้องสอบถามประชาชนด้วยว่าจะได้ประโยชน์อะไร โดยจะทำตรงไหนอย่างไร ไม่ขัดข้อง และพร้อมยอมรับ 
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอฝากไว้ด้วยว่าเราจำเป็นต้องสร้างการรับรู้ระหว่างประชาชนและข้าราชการให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาประชาชนมักรู้ทีหลัง อาจเพราะการถ่ายทอดลงไปไม่ดี หากมีโอกาสขอให้ทุกกระทรวงลงไปชี้แจง หรือให้ตัวแทนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกเรื่อง เพื่อได้ร่วมคิดร่วมทำกันตั้งแต่แรก ไม่ใช่ทำไปแล้วมีปัญหาการคัดค้าน ทั้งนี้ ต้องยึดกฎหมายเป็นพื้นฐาน อย่าให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วมากดดันรัฐบาล ข้าราชการต้องมีคำตอบให้ประชาชนทุกเรื่อง เพราะในอดีตเรามีปัญหาค่อนข้างมาก แต่วันนี้เรามีกระบวนการประชาธิปไตย อีกทั้งการทำงานต้องไม่แก้ปัญหาหนึ่ง แล้วสร้างปัญหาหนึ่ง เพราะถือเป็นสิ่งที่อันตราย ข้าราชการและรัฐมนตรีต้องช่วยกันคิด อย่ามองแค่สิ่งใกล้ตัว ต้องมองไปถึงอนาคตข้างหน้าด้วย 
ย้ำรับผิดชอบผู้เดียว
“เรื่องเก่าๆ ผมอยากขอร้องว่า อะไรที่ไม่ควรพูดก็ไม่ต้องพูด อะไรที่พูดได้ก็พูดไป ผมเองเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดอยู่แล้ว วันนี้เราได้คนดีๆ เข้ามาทำงาน ขอให้ใช้เวลาในการพิสูจน์ฝีมือ ซึ่งต้องให้เกียรติกันและกัน ผมให้เกียรติทุกคน และผมมีความสุขที่ได้ทำงานกับคณะรัฐมนตรีทุกคน แม้ที่ผ่านมาจะใช้เวลากันไม่นานนัก ทั้งการประชุม ครม.และเยี่ยมเยียนประชาชน แต่เห็นแววตาของทุกคนแล้วก็เห็นความตั้งใจทำงานร่วมกับผมเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ขอฝากถึงบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่พรรคฝ่ายค้าน ต้องคำนึงถึงประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนเรื่องอื่นก็ขอให้เป็นเรื่องทางการเมือง”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในช่วงท้ายว่า การวิพากษ์วิจารณ์อะไรขอให้อยู่ในกรอบที่ควรจะเป็น ขอถือโอกาสวันนี้ได้พบปะ ครม. ซึ่งเป็น ครม.ของพวกเรา ไม่ใช่ของตนเอง เป็น ครม.ของคนไทยที่เลือกกันเข้ามา และข้าราชการทุกคนที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามา เชื่อมั่นว่าทุกคนในห้องนี้และคนที่อยู่ทางบ้านก็คาดหวังประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้อย่างไร ทั้งเรื่องความสงบเรียบร้อย หรือเรื่องใดก็ตามที่ยังบกพร่องอยู่ สิ่งใดก็ตามที่มีปัญหา ก็ต้องขอโทษ แล้วก็รับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่ประเทศต้องเดินหน้าไปให้ได้ รัฐบาลนี้ก็ต้องทำงานให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นตั้งใจไว้ และคงไม่ตอบคำถามเรื่องนี้อีกแล้ว  
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาตั้งแต่แถลงนโยบายรัฐบาลมาก็พยายามยิ้มแย้มแจ่มใส แต่บางครั้งมันก็เครียด วันนี้จะเห็นได้ว่าตลอดเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น เสียงก็ไม่ค่อยได้ดุดันอะไรมากเท่าเดิม หลังจากวันที่แถลงนโยบายในสภามาก็เจ็บคอ แต่วันนี้ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส หลายคนสงสัยว่าเป็นอะไร ไม่ได้เป็นอะไรหรอก เพราะมีความสุข ที่ได้บรรดาเพื่อนๆ เข้ามาทำงาน พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆเลือกกันเข้ามา ซึ่งก็ต้องเข้ามาดูแลข้าราชการกันต่อไปในอนาคตด้วย เพราะฉะนั้นข้าราชการก็ต้องให้ความร่วมมือ ระมัดระวังในการทำงาน ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ ทุกอย่างเราต้องดูแลซึ่งกันและกันอยู่แล้ว 
"ผมถือโอกาสนี้กล่าวกับท่านเพียงเท่านี้ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจเจตนารมณ์ของผม และผมขอขอบคุณทางฝ่ายความมั่นคงฝ่าย เศรษฐกิจ ผมไม่ใช่คนเก่ง คนเดียว แต่ผมจะเป็นผู้นำพาทุกคน ทำงานร่วมกันให้ได้แบบบูรณาการ ไม่มีใครทำงานสำเร็จได้แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีวีรบุรุษ ทั้งนี้ วีรบุรุษส่วนใหญ่มีเหมือนกันแต่ตายไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นมันกล้าคนเดียวไม่ได้ มันต้องไปด้วยกันทั้งหมด ผมขอขอบคุณล่วงหน้า ขอบคุณที่วันนี้พูดสั้นไปนิดหนึ่ง จริงๆ เขาเตรียมให้ผมมา 2 ปึก ผมก็ด้นเอาเองแล้วกัน ผมได้อ่านมาแล้ว ทุกอย่างอยู่ในนโยบายหมดแล้ว ขอให้ทุกคนทำงานด้วยความปลอดภัย ผมขอพักนิดหนึ่ง เผื่อจะได้ทำงานได้ ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะยาว อาทิตย์หนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้หยุดนะ ยังทำงานอยู่" นายกฯ กล่าว
    ทั้งนี้ นายกฯ ใช้เวลามอบนโยบาย 30 นาที และไม่ได้อยู่รับฟังการมอบนโยบายของรองนายกฯ โดยนายกฯ มีสีหน้าเคร่งเครียด ท่าทางอิดโรย เนื่องจากเป็นหวัดมาหลายวัน โดยหลังมอบนโยบายก็ได้กลับไปปฏิบัติภารกิจที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า และได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลในเวลา 16.55 น. โดยเมื่อสอบถามถึงอาการป่วยไข้หวัด พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มและโบกมือให้ ก่อนขึ้นรถออกไปทันที ซึ่งคนใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า นายกฯ อาการไข้หวัดดีขึ้นแล้ว หลังรับประทานอาหารกลางวันได้ทานยาแก้หวัดและลดน้ำมูก
“เนติบริกร”ตีมึน
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะขอรับผิดชอบว่า ก็อยากรู้เหมือนกัน เมื่อถามต่อว่านัยเหมือนลาออกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่รู้ ลองไปถามท่านสิ และเมื่อย้ำถามว่า แล้วในทางปฏิบัติจะหาทางออกอย่างไรได้บ้าง นายวิษณุยืนยันไม่รู้ ขอไม่ตอบ 
ต่อมานายวิษณุให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีในเรื่องนี้อีกครั้งว่า ไม่ทราบ ไม่รู้จริงๆ นายกฯ ไม่เคยปรึกษา ไม่เคยพูด ไม่เคยถาม เมื่อเช้าวันที่ 8 ส.ค.ก็นั่งฟังนายกฯ พูดอยู่ และจะมีทางออกเรื่องนี้ให้กับนายกฯ หรือไม่ก็ไม่ทราบ เช่นเดียวกับข้อเสนอให้ ครม.ถวายสัตย์ฯ ใหม่ หรือขอพระราชทานอภัยโทษก็ไม่ทราบจริงๆ และไม่ควรไปตอบอะไร ว่านายกฯ จะดำเนินการอย่างไร เดี๋ยวตอบไปจะไปคนละอย่างกับที่นายกฯ พูด ต้องไปถามนายกฯ 
เมื่อถามว่า นายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งว่ามีความสุขกับการทำงานกับ ครม. แม้ช่วงเวลาไม่นาน ถือว่ามีนัยอะไรหรือส่งสัญญาณลาออกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ คุณจะเอาความสุขของนายกฯ มาถามตนเอง ซึ่งมีความทุกข์ได้อย่างไร
ถามอีกว่า ในฐานะเป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย นายกฯ มาปรึกษาหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า ก็รอให้ท่านมาปรึกษาตนเองสิ ท่านยังไม่ทันจะปรึกษาจะให้สัมภาษณ์ล่วงหน้าไปก่อนได้อย่างไร และเมื่อถามว่า หากนายกฯ มาปรึกษาก็มีทางออกให้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่กล้าตอบ เพราะไม่รู้
สำหรับสถานะของรัฐบาลยังทำงานได้เต็มร้อยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ณ วันนี้ใครๆ ก็รู้ วันนี้รัฐบาลเสนอกฎหมายให้สภา 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.รัฐมนตรี 3 คนก็ไปตอบกระทู้ ถ้าเป็นมนุษย์แปลกหน้าเขาคงไม่ให้เข้าไปในสภา ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องทำหน้าที่ไป หน้าที่คือหน้าที่
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะอึมครึมไปอีกนานหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มันไม่อึมครึม แต่คุณไม่ได้คำตอบ คุณก็อึดอัด เลยรู้สึกอึมครึม เพราะฉะนั้นคุณแหละอึมครึม
ถามว่า นายกฯ ระบุว่าเรื่องนี้อีกไม่นานจะคลี่คลาย นายวิษณุกล่าวว่า ก็รู้อย่างนั้นแล้วจะไปนั่งอึมครึมมันทำไม ถ้าท่านจะขอโทษรัฐมนตรี ท่านไม่ต้องมาพูดต่อหน้ามวลมหาประชาชนออกโทรทัศน์ทั่วประเทศ ท่านพูดที่ไหนก็ได้ ในห้องประชุม ครม.ก็ได้ ท่านคงต้องการพูดกับประชาชนมากกว่า 
เมื่อถามว่า ที่นายกฯ ระบุว่าจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องถวายสัตย์ฯ ยังมีเรื่องอื่นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ อันนี้ก็ยังสงสัยว่านายกฯ หมายถึงอะไร
บิ๊กป๊อกให้กำลังใจ
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกล่าวเรื่องเช่นกันว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าให้พูดโดยรวม นายกฯ จะแก้ปัญหานี้เอง ในฐานะความรับผิดชอบของนายกฯ เชื่อว่านายกฯ จะแก้ไขปัญหานี้ได้ ซึ่งก็ต้องให้กำลังใจนายกฯ และทุกคนที่จะต้องมีส่วนร่วมในการทำงาน อยากเรียนว่ารัฐบาลเข้ามาใช้อำนาจรัฐในการแก้ปัญหาของประเทศชาติ ซึ่งมีหลายเรื่องด้วยกัน ต้องให้กำลังใจกัน และตั้งใจในการทำงาน ต้องลุยและต้องเร่งกันไปตอนนี้ ทุกเรื่องรอไม่ได้ โดยให้กำลังใจนายกฯ เต็มเปี่ยมอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีในเรื่องนี้จะสร้างปัญหาให้รัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ขอตอบแบบนี้ได้หรือไม่ว่าท่านนายกฯ จะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง สรุปว่าท่านจะแก้ปัญหานี้ และคงแก้ได้เรียบร้อย การทำงานก็คงจะทำได้
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯ พูดไม่ได้หมายถึงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ คงเป็นการตีความกันไปเลยเถิด บนเวทีนายกฯ พูดเพียงว่าประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่สำหรับการรับผิดชอบคงมีรายละเอียดที่นายกฯ เตรียมการเอาไว้แล้ว โดยสื่อมวลชนคงได้รับทราบรายละเอียดต่อไป
“ที่สงสัยว่านายกฯ จะลาออกนั้น ยืนยันว่าไม่มี เพราะยังประชุมหารือกันอยู่ตลอดเวลา สื่อมวลชนคงจะกังวลกันไปเอง หรืออาจเป็นเพราะนายกฯ เพลียและเหนื่อยจากการที่ลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน และมีอาการไม่สบาย จึงอาจจะพูดสั้นไปหน่อย” นางนฤมล กล่าว
เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่ได้ถอดใจใช่หรือไม่ นางนฤมลยืนยันว่า ไม่มี ไม่ได้ถอดใจใดๆ ทั้งสิ้น อย่างที่บอกว่ายังวางแผนทำงานอยู่ตลอดเวลา ส่วนที่นายกฯ เตรียมการแก้ปัญหาไว้แล้วเป็นเรื่องอะไรนั้น ขอให้นายกฯ พูดเองดีกว่า เพราะมีรายละเอียดอยู่ ส่วนที่นายกฯ บอกเพียงว่าเป็นเรื่องที่รับผิดชอบเองได้ ขอดูแลเอง ก็ขอให้ใจเย็นและรอก่อน เพราะยังไม่มีกำหนดเวลาชี้แจง 
ลาก”ชวน”ร่วมรับผิด
ส่วนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ช่วงท้ายของการหารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ขอหารือกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะประธานรัฐสภา ไม่ให้นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และตนเองอภิปรายถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยขอให้นายชวนมาชี้แจงด้วยว่าจะรับผิดชอบอย่างไรที่ปล่อยให้การทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น เพราะวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยอมรับแล้วว่าถวายสัตย์ฯ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และจะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า การกระทำของนายกฯ ไม่ใช่เรื่องของความบกพร่องผิดพลาดเท่านั้น แต่ยังมีความไม่ถูกต้องในอีกหลายประเด็น ทั้งการกระทำความผิดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อกระทำผิดแล้วผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของรัฐบาลต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว มิใช่ออกมาบอกว่าประชาชนไม่ควรรับรู้ แต่สิ่งที่ต้องดำเนินการคือต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลดำเนินต่อไปได้ 
“เมื่อนายกฯ ยอมรับผิด และจริงใจในการแก้ไขปัญหา นายกฯ ต้องปฏิบัติตนในลักษณะเปิดเผยต่อสังคม โดยเฉพาะการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน เพราะล่วงเลยจนถึงวันนี้ประชาชนยังไม่เห็นความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรมจากนายกฯ แต่อย่างใด” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดกับ ครม.เกี่ยวกับเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ น่าจะเป็นเรื่องใหญ่มากแล้ว ต้องขอโทษถึง 3 ครั้ง แถมยังพูดอะไรแปลกๆ เช่น ยังคงมีรัฐบาลอยู่ รัฐบาลประเทศไทย ไม่หายไปไหนหรอกครับ แต่ ครม.ทั้งชุดจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไรในเมื่อถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ขาดในสาระสำคัญ แล้วทำไมขอโทษแต่รัฐมนตรี คนที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรขอโทษคือประชาชนทั้งประเทศมากกว่า
ช่วงค่ำ นางนฤมลชี้แจงอีกครั้งว่า? ที่ท่านนายกฯขอโทษเมื่อเช้าคือ ท่านขอโทษที่อาจจะทำให้ ครม.ทุกคนไม่สบายใจ ในเรื่องใดๆ ก็ดี และท่านยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เรื่องราวที่เหลือก็เป็นไปตามกระบวนการ? นี่คือภาวะผู้นำของท่านนายกฯ ที่แสดงออกด้วยการขอโทษผู้ร่วมงานหากมีสิ่งใดที่ทำให้ผู้ร่วมงานอาจจะไม่สบายใจ ท่านจึงขอให้ ครม.ทุกท่านขอให้ทำงานเต็มที่ ไม่ต้องกังวล ท่านนายกฯ พร้อมจะรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อไป.


 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"