แนะขอพระราชทานอภัยโทษ


   

  จบได้แล้ว "ม.จ.จุลเจิม" กระทุ้งฝ่ายค้านยุติปมบิ๊กตู่ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ จี้เอาเวลาไปรับฟังปัญหาประชาชน ดีกว่าทำเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์   ส.ส.ปชป.พรรคร่วมรัฐบาลเอาด้วย ขย่มหนักบี้ประยุทธ์ ชี้มีแค่ 2 ทางออก ขอพระราชทานอภัยโทษ  ขอพระบรมราชานุญาตนำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ กับลาออก โหวตนายกฯ ใหม่ ลั่นหากปล่อยไว้เจอแรงกดดันไม่หยุดจนรัฐบาลอยู่ลำบาก!

      มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเวลานี้ โดยมีหัวข้อระบุว่า คราวนี้ขอยุ่งเรื่องการเมืองหน่อยครับ "ผมเห็นว่ากรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญนั้น และหากเห็นว่าไม่ครบถ้วนจริงๆ นายกรัฐมนตรีสมควรทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า “ต้องถวายสัตย์ฯ อีกครั้งหรือไม่ หรือจะมีพระราชประสงค์ให้ดำเนินการอย่างไร”
    ที่จริงแล้ว ผมอยากให้ฝ่ายค้านจบเรื่องนี้ได้แล้ว ทางที่ดีพรรคร่วมฝ่ายค้านน่าจะเอาเวลาไปลงพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน แล้วสะท้อนกลับมายังรัฐบาล เพื่อที่รัฐบาลจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งดีกว่ามาทำเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ด้วยความเคารพครับ"
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของตัวเอง กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ออกมาขอโทษต่อ ครม.แล้ว แสดงว่ายอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นของตัวเอง แม้จะอ้างว่าไม่ได้เจตนาก็ตาม แต่ถือว่าความผิดได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว ด้วยการสารภาพของตัวผู้กระทำเอง 
    "เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางออกของ พล.อ.ประยุทธ์จึงมีอยู่ 2 ทางเลือก คือ 1.ขอพระราชทานอภัยโทษ ขอพระบรมราชานุญาต นำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญานใหม่ เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ และต้องมีการแถลงนโยบายใหม่ต่อที่ประรัฐสภาอีกครั้ง เพราะการแถลงนโยบายที่ผ่านมาไม่มีความชอบธรรม ครม.ไม่สมบูรณ์ ย่อมทำให้การแถลงนโยบายไม่สมบูณ์ตามไปด้วย แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เลือกแนวทางนี้ คำถามที่ตามมาก็คือ จะเป็นการทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทหรือไม่ และผลการปฏิบัติหน้าที่ มติใดๆ ของ ครม.ชุดนี้จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการตีความกันต่อไป" นายเทพไทกล่าว 
    นายเทพไทกล่าวอีกว่า ทางออกที่ 2 พล.อ.ประยุทธ์อาจจะแสดงความรับผิดชอบทางเมือง ตามสปิริตและมาตรฐานสากลทางการเมือง ด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วเริ่มกระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีใหม่ ให้สมาชิกรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ตั้ง ครม. ถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แล้วปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป
    “ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหานี้ด้วยการเลือกแนวทางอื่น หรือจะทำไม่รู้ไม่ชี้ ทู่ซี้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เชื่อว่าจะมีกระแสกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้รัฐบาลขาดการยอมรับ ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน ยิ่งในภาวะที่เสียงสนับสนุนรัฐบาลปริ่มน้ำ พรรคเล็กพรรคน้อยออกมาข่มขู่ถอนตัวรายวัน จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลไม่มั่นคง หรือถ้าหาก ส.ส.ฝ่ายหนุนรัฐบาล ถอนตัว ป่วย ขาดประชุม มาประชุมสาย เพียง 10 คน ในวันที่พิจารณากฎหมายสำคัญๆ รัฐบาลก็จะพบกับจุดจบอย่างง่ายดาย จึงอยากเตือนให้รัฐบาลพึงระวัง และตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ด้วย”นายเทพไทกล่าว
    ด้านท่าทีจากพรรคฝ่ายค้าน ยังคงแสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นดังกล่าว ย้ำว่า เราพูดเรื่องนี้ด้วยความปรารถนาดี ไม่ได้คิดไกลไปถึงขนาดล้มนายกฯ เพราะเรื่องแค่นี้ล้มนายกฯ ไม่ได้ เพียงแต่ต้องการให้นายกฯ แก้ไขให้ถูกต้อง และปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาของนายกฯ คนเดียว แต่เป็นปัญหาของ ครม. เกิดมีคนไปฟ้องว่ามติ ครม.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ จึงเข้ารับหน้าที่ไม่ได้ แบบนี้จะยิ่งวุ่นวายไปใหญ่ คิดว่าขณะนี้เหลือทางออกไม่กี่ทาง ทางหนึ่งคือ นายกฯ ควรขอพระบรมราชานุญาต ขอกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ให้สมบูรณ์ โดยในสัปดาห์หน้าคงมีการตั้งกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบให้ชัดเจน 
    "ต้องการใช้กลไกของสภาในการแก้ปัญหา และที่ผ่านมาก็ได้พูดคุยกับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะเกิดความไม่แน่นอนในทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ต้องดูด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะแก้ปัญหาด้วยวิธีใด" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ย้ำ 
     นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า เห็นสอดคล้องกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่กล่าวในที่ประชุมรัฐสภาในวันแถลงนโยบายรัฐบาลว่า เรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง ผู้พูดต้องรับผิดชอบ เมื่อประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวว่าเป็นเรื่องรุนแรง ทุกฝ่ายพึงต้องรับฟัง จะทำเป็นเรื่องผ่านมาแล้วก็ผ่านไปมิได้ โดยเฉพาะนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ หากนำความเท็จมากล่าวในสภา ย่อมได้รับโทษขั้นร้ายแรง              ในขณะเดียวกันหาก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวคำถวายสัตย์ฯ ขัดรัฐธรรมนูญจริง ย่อมได้รับโทษขั้นร้ายแรง เช่นกัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้พัฒนามาถึงขั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เท่ากับยอมรับว่าการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์จริง หากถือเป็นเรื่องรุนแรง ตามคำกล่าวของนายชวน หลีกภัย มีความเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรกล้าหาญรับผิดชอบ ทั้งทางการเมือง และรับผิดชอบตามโบราณราชประเพณี กล่าวคือ ในความรับผิดชอบทางการเมือง ที่สมควรกระทำคือควรลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประเทศ 
    "ส่วนความรับผิดชอบตามโบราณราชประเพณี นั้น ควรขอพระราชทานอภัยโทษ เพราะพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขของชาติ การถวายสัตย์ฯ ที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องร้ายแรง การบรรเทาโทษ มีประการเดียวคือขอพระราชทานอภัยโทษ ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้ความกล้าหาญลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เสียสละเพื่อชาติ ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวง อย่าผูกขาดความรักชาติ ให้บ้านเมืองเป็นไปตามกลไกที่มีอยู่ ในทางการเมือง หาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ประเทศก็ยังเดินหน้าได้ พรรคการเมืองที่เหลือ ยังมีรายชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี ยังไม่ถึงทางตัน ยังเดินหน้าได้ตามระบบที่มีอยู่" นายชวลิตระบุ
    ส่วนนายชัยเกษม นิติศิริ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตอัยการสูงสุด เห็นว่า วิธีแก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุดคือให้นายกรัฐมนตรีขอพระราชทานอภัยโทษ แล้วนำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ โดยทุกอย่างที่ทำมานั้นจะไม่ถูกโละหรือนับหนึ่งใหม่ เพราะถือว่าได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้ว ทุกอย่างจึงเดินหน้าต่อเนื่องไปได้ทันที ไม่มีสะดุด
      นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าข่าวการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์ เกิดขึ้นหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเพียงแค่ 15 วัน แต่กลับมีสารพัดปัญหาที่ต้องให้แก้ไขรายวัน เป็นสัญญาณความเปราะบางที่ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อยู่ได้ไม่นาน และสามารถเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นได้ทุกเมื่อ 5 ปัญหาใหญ่ที่รุมเร้า จนอาจทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถอดใจ คือ 1.ปัญหาการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ซึ่งเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ อาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีทั้งคณะเป็นโมฆะ 2.ปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล สะท้อนจากหลายกรณี โดยเฉพาะการที่รัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้านในสภาเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ในการลงมติในวาระพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 3.ปัญหา 5 พรรคเล็กขู่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลตลอดเวลา เนื่องจากไม่พอใจที่พรรคพลังประชารัฐไม่จัดสรรตำแหน่งทางการเมือง 4.ปัญหาความขัดแย้งจากคุณสมบัติรัฐมนตรี การตั้งคนไม่ตรงกับงาน ลุกลามไปถึงการแบ่งงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง 5.ปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคง ส่งผลถึงความเชื่อมั่นรัฐบาลที่ลดลง เช่น การลอบวางระเบิดป่วนกรุงเทพมหานครในหลายจุด จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่า แท้จริงแล้วสาเหตุของการวางระเบิดครั้งนี้มาจากเรื่องใด
    ขณะที่ปัญหาภายใน 19 พรรคร่วมรัฐบาล ที่กลุ่ม 10 พรรคเล็กแสดงความไม่พอใจพรรคพลังประชารัฐ และประกาศจะถอนตัวไปเป็นฝ่ายค้าน 
    นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พรรคเล็กที่มีกระแสข่าวว่าจะแยกตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระ กล่าวถึงประเด็นการแยกตัวจากรัฐบาลว่า เป็นเรื่องที่มีความคลาดเคลื่อน ยอมรับมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้างในการทำงาน แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการพูดคุยกับสื่อที่เร็วเกินไปของบางคน แต่เมื่อมีการหารือกันมากขึ้น ก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น ขอพรรคประชาธิปไตยใหม่ยังคงร่วมมือกับ 10 พรรค และยึดมั่นในมติเดิมไม่ได้มีปัญหากันภายในพรรคเล็ก หรือมีปัญหากับพรรคพลังประชารัฐ 
    "ยังทำงานร่วมกับรัฐบาลต่อไปอย่างแน่นอน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ร่วมคณะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้กับประชาชนอยู่เลย และมั่นใจว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นจบแล้ว ทุกอย่างเหมือนเดิม" นายสุรทินระบุ
    แต่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้มีการโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า 13 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในการออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ณ โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ คณะกรรมการบริหาร-ที่ปรึกษา-สมาชิก-อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ จะร่วมกันแถลงอย่างเป็นทางการในการออกจากพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เปลี่ยนเป็นสถานะ “ฝ่ายค้านอิสระ” หรือเรียกว่า “ฝ่ายประชาชน”.


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา