ฝ่ายสับปลับ


   


    ฝ่ายค้านอิสระ อิสระจริงหรือ? 
    เพราะสภาวะเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลลุงตู่ ทำให้เสียง ส.ส. ๑ เสียงก็มีความหมาย 
    ก็ไม่แปลกที่บรรดาพรรคเล็ก พรรค ๑ เสียง ขู่แต่ละทีเสียงดัง 
    วันนี้ "มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์" กำลังเป็นขวัญใจของพรรคเกลียดลุงตู่ เสียงยุให้พรรคเล็กถอนตัวจากรัฐบาลดูจะเกรียวกราวเป็นพิเศษ 
    นั่นคือการเมือง
    ดูเหมือนพรรคเล็กจะรู้จังหวะเวลาว่าควรจะบีบลุงตู่ตอนไหน 
    และเวลานี้คือเวลาที่เหมาะที่สุด 
    ถ้าไม่ได้ตำแหน่งทางการเมืองจะถอนตัว 
    แล้วถ้าลุงตู่ไม่ยอมจะเกิดอะไรขึ้น 
    พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ ที่จะเข้าสภาฯ ในเร็วๆนี้ กระเทือนแน่ 
    แม้ลุงตู่จะมีอำนาจยุบสภาฯ อยู่ในมือ เอาไว้ขู่กลับ แต่ไม่ใช่เวลา เพราะหากยุบสภาฯ ในเวลานี้ ประเทศจะเสียหายหนัก กฎหมายงบประมาณต้องลากยาวไปอีกหลายเดือน 
    นั่นหมายความว่า รัฐไม่มีเงินใช้จ่าย ข้าราชการไม่ได้เงินเดือน โครงการพัฒนาประเทศต่างๆ ไม่เกิด ผู้ที่จะเดือดร้อนคือคนไทยทั้งชาติ 
    ฉะนั้นการตัดสินใจให้ตำแหน่งแก่พรรคเล็ก จึงเป็นทางออกเดียว แต่ใช่ว่าจะได้ทุกพรรค     
    ฉะนั้นการบริหารพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้สถานการณ์ปริ่มน้ำ ไม่ใช่เรื่องง่าย 
    ที่สำคัญ ใช่ว่าจะแก้ปัญหาครั้งเดียวจบ!
    คราวนี้พอใจ คราวหน้าจะเอาอีก ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย 
    และข้อควรรู้คือ หากนักการเมืองจากพรรคเล็กคนไหนพูดว่า จะโหวตให้รัฐบาลเป็นเรื่องๆ ไป ก็ขอให้รู้ว่า การต่อรองจะเกิดขึ้นทุกครั้งกับการโหวตกฎหมายของรัฐบาล 
    พูดง่ายๆ คือพรรคเล็กขู่ได้ตลอด  
    เมื่อผลประโยชน์ลงตัวจะปิดปากเงียบ
    แต่ก็มีความพยายามที่จะจำกัดความเสียหายอยู่บ้าง ตรงที่รัฐบาลตัด "มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์" ออกไปจากสารบบ
    อยากเป็นฝ่ายค้านอิสระ ก็ไปเป็นซะ!
    แต่หลังจากนี้ ต่อรองอะไรไม่ได้อีก
    "มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์" ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองอะไรได้อีกต่อไป 
    สำหรับพรรคเล็กที่ได้ตำแหน่งไปแล้วก็คงจะเงียบไปตลอด 
    ในส่วนที่ยังไม่ได้ ก็จับตาดูกันต่อไปว่า จะงอแงช่วงไหน 
    ถ้าไม่รัฐบาลก็อยู่ยาวไป 
    นี่คือการบริหารจัดการการเมือง จะบอกว่ายากก็ได้ น่ารำคาญก็ใช่ 
    แต่สรุปโดยรวมยังมีนักการเมืองที่คิดถึงเฉพาะผลประโยชน์ของตัวเองอยู่เยอะ 
    ใครที่บอกว่าทำเพื่อประชาชน อยู่ข้างประชาชน ขอให้รู้ไว้ว่านั่นคือคำสับปลับ. 


"หลวงพ่อทวด"........ ยังคงนั่งมองลูกหลานและบ้านเมืองไทยด้วยเมตตาอยู่ในมณฑปวัดช้างให้ ริมทางรถไฟ เหมือนทุกๆ ปี

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร
โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง