ก้าวแรกแคมเปญแก้รัฐธรรมนูญ "อนาคตใหม่" หยั่งเสียง-ก่อนเดินหน้า


   

    เริ่ม ”นับหนึ่ง” อย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับแคมเปญรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ 2560 ของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ พุทธสถาน จ.เชียงใหม่ ภายใต้ชื่องาน “จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน” โดยจัดเป็นเวทีเสวนา ที่ดึงเอาวิทยากรผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองไทย ทั้ง นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หรือจะเป็นนายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ม.มหิดล มาร่วมกันชำแหละปัญหาการเมืองไทย และวาดฝันถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่วมกัน
    กระแสตอบรับภายในงานนับว่าดีพอสมควร จากการตื่นตัวของภาคประชาชนที่มาร่วมงานกว่า 300 คน ภายหลังเวทีเสวนาจบลง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ขึ้นไปบรรยายในหัวข้อ “การแสวงหาฉันทามติใหม่ ของสังคมการเมืองไทย” โดยยกเอาการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่มี ”พลังประชาชน” เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีเป็นธงเขียว
    พร้อมเสนอฉันทามติใหม่ ประกอบด้วย 1.ประชาธิปไตยเป็นอำนาจสูงสุดของประชาชน 2.มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ และมีพระราชฐานะอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง 3.มีรัฐสภาที่แสดงออกซึ่งเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง 4.มีนิติรัฐ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับการคุ้มครอง มีระบบตรวจสอบการใช้อำนาจ
    ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์ขยายความประเด็นดังกล่าวว่า แคมเปญการแก้รัฐธรรมนูญในส่วนของนอกสภาฯ นั้น จะผลักดันภายใต้ชื่อโครงการ “ทวงคืนอำนาจการจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชน” นอกจากนี้ยังเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่ https://newconsensus.in.th
    ซึ่ง ณ วันที่ 1 สิงหาคม พบว่า มีประชาชนร่วมโหวตแล้วกว่า 9900 คน กว่า 99.5% เห็นด้วยว่าควรต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเปิดทางให้มี “สภาร่างรัฐธรรมนูญไทย” หรือ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำหน้าที่เป็นผู้ร่างต่อไป
    อย่างไรก็ตาม สำหรับการร่วมลงเชื่อในเว็บไซต์ข้างต้นนั้น นางสาวพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้อธิบายเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า แม้ว่าการร่วมลงชื่อของประชาชนในเว็บนั้นจะไม่สามารถนับเป็น 50,000 ชื่อ เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกฎหมายได้ 
    แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเว็บไซต์ดังกล่าวคือ การสร้างความเข้าใจแก่สังคมเป็นวงกว้างถึงกระแสดังกล่าวว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางไปสู่ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่นเดียวกับการรับฟังความคิดเห็นว่า รัฐธรรมนูญแบบไหนที่ประชาชนอยากได้
    “ตอนนี้ยังไม่มีการกำหนดว่าจะต้องมีตัวเลขเท่าไร ถึงจะเริ่มเข้าชื่อประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งตามกฎหมายที่ระบุไว้ จำนวน 50,000 รายชื่อ ตามมาตรา 251 (1) ที่สามารถเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ในช่วงเริ่มต้นจะพยายามเดินสายไปแต่ละจังหวัดในประเทศไทยให้ได้มากที่สุด เมื่อเห็นว่ามีคนจำนวนมากต้องการแก้รัฐธรรมนูญ จึงจะเริ่มเดินหน้าตามขั้นตอนต่อไป” นางสาวพรรณิการ์ระบุ  
    อย่างไรก็ตาม การแก้รัฐธรรมนูญนับเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่แม้จะสามารถเสนอแก้ให้มีการแก้ไขได้แล้วต้องผ่านการพิจารณาจากสภาฯ อีกถึง 3 วาระ แค่ขั้นรับหลักการก็เรียกได้ว่า “เหนียวคอ” สุดๆ เพราะต้องได้รับเสียง ส.ว.เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 84 คน ไม่ต้องไปมองถึงขั้นตอนอื่นๆ เพราะทราบดีว่า สมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติทั้ง 250 ท่านที่นั่งกันอยู่ในสภาฯ นั้นมี “ที่มา” อย่างไร 
    ยิ่งก่อนหน้านี้ บรรดาพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะโต้โผหลักอย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ สลับหน้ากันออกมาวิพากษ์บรรดาท่านผู้ทรงเกียรติเหล่านี้กันอย่างเผ็ดร้อน ยังไม่นับในสภาฯ ที่เกือบจะมีการวางมวยกันไปแล้วรอบหนึ่ง
    แต่อนาคตย่อมไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะในแวดวงการเมืองไทย เรื่องที่ ”เป็นไปไม่ได้” นั้นก็เคย “เป็นไปได้” และ “เกือบที่จะเป็นไปได้” มาแล้วนักต่อนัก ต้องมาร่วมกันจับตาให้ดีว่า แคมเปญที่ตั้งขึ้นมา ตามที่พวกเขาบอกว่าจุดมุ่งหมายคือการแก้รัฐธรรมนูญตามขั้นตอนของกฎหมาย หากกระแสภาคประชาชนถูกจุดติดแล้ว จะนำไปสู่ "เงื่อนไข" อื่นๆ ที่กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ด้วยหรือไม่.


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา